วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569
นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS เปิดเผยว่าทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้มีแนวโน้มแกว่งตัว Sideway Up ตลาดหุ้นไทยได้รับแรงหนุนสำคัญจากกรณีที่สหรัฐอเมริกาและอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันเพื่อยุติสงครามที่ดำเนินมาเกือบ 4 เดือน โดยทั้งสองฝ่ายได้ประกาศยุติปฏิบัติการทางทหารในทุกแนวรบโดยทันทีและเป็นการถาวร ซึ่งรวมถึงในเลบานอนด้วย รวมทั้งการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ให้เรือสามารถสัญจรผ่านได้ตามปกติโดยไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียม ประเมินกรอบดัชนีที่ระดับ 1,600-1,650 จุด
นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยบวกในประเทศจากความเชื่อมั่นของผู้ค้าปลีกไทยที่มีมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจในอีก 3 เดือนข้างหน้า รับอานิสงส์มาตรการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ประกอบกับการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยืนยันถึงเสถียรภาพของเงินบาทไทย ทำให้ไม่มีความจำเป็นต้องเรียกประชุม กนง. นัดพิเศษ
ขณะเดียวกันสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) กำลังเร่งหารือกับกระทรวงการคลังและตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อผลักดันกองทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่และสิทธิประโยชน์ทางภาษีผ่านโครงการบัญชีการออมส่วนบุคคล (Thailand Individual Saving Account:TISA) แบบถาวร ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนในไตรมาส 3 นี้ และจะเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยหนุนดัชนีหุ้นไทยให้มีโอกาสฟื้นตัวกลับไปทดสอบระดับสูงสุดเดิมที่ 1,800 จุดได้
อย่างไรก็ตามยังคงต้องระมัดระวังปัจจัยกดดันทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะคำเตือนจากธนาคารโลกที่ประเมินว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางก่อนหน้านี้อาจฉุดการเติบโตของเศรษฐกิจโลกให้ชะลอตัวลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ช่วงโควิด-19 ประกอบกับการที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% เพื่อสกัดเงินเฟ้อ และตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐฯ ที่พุ่งขึ้นแตะระดับ 229,000 รายซึ่งสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ส่วนปัจจัยภายในประเทศมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพฤษภาคม 2569 ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 49.5 ซึ่งต่ำสุดในรอบ 42 เดือนจากความกังวลเรื่องค่าครองชีพ ราคาน้ำมัน และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ยังไม่มีผลบังคับใช้
สำหรับปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในช่วงครึ่งหลังของเดือนมิถุนายน ได้แก่ การประกาศรายชื่อหุ้นเข้าออก SET50-SET100 (มีผล 1 ก.ค. - 31 ธ.ค. 2569) การเปิดตัว CLICX ธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) รายแรกของไทยจากความร่วมมือของ KTB, OR และ AIS ในวันที่ 19 มิ.ย. และการประชุม กนง. ในวันที่ 24 มิ.ย. ส่วนปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญคือ การประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ในวันที่ 16-17 มิ.ย. รวมถึงการประกาศอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่น และการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของทั้งสหรัฐฯ ยุโรป และจีน
ด้าน นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล. โกลเบล็ก แนะนำกลยุทธ์การลงทุนหลังสงครามยุติลงถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่เอื้อประโยชน์โดยตรงต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จึงแนะนำให้ "ซื้อสะสม" หุ้นกลุ่มที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์เชิงบวกอย่างชัดเจน ได้แก่ หุ้นกลุ่มสายการบินและท่าอากาศยาน (THAI, BA, AOT) และหุ้นกลุ่มโรงแรม (MINT, ERW, CENTEL) ซึ่งมีความพร้อมในการเติบโตรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี