533.jpg
ORI เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ใหม่  2 ชุด อัตราดอกเบี้ย 5.50 - 6.10%

ORI เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ใหม่ 2 ชุด อัตราดอกเบี้ย 5.50 - 6.10%

วันอังคาร ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.10 น.

นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เปิดเผยว่า หลังจากประสบความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2569 จำนวน 2 ชุด เมื่อวันที่ 10-12 กุมภาพันธ์ 2569 มูลค่า 1,350 ล้านบาท โดยมีนักลงทุนตอบรับดี ให้ความสนใจมาอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯจึงได้มีการเตรียมเสนอขายหุ้นกู้ครั้งที่ 2/2569 ต่อผู้ลงทุนทั่วไป และ ผู้ลงทุนสถาบัน โดยหุ้นกู้ที่ออกจำหน่ายในครั้งนี้มีจำนวน 2 ชุด ซึ่งบริษัทฯได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้และร่างหนังสือชี้ชวน (Filling) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 คาดว่าเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 3 และวันที่ 6-7 กรกฎาคม 2569 หุ้นกู้ทั้ง 2 ชุดมีรายละเอียดดังนี้ 

1.   หุ้นกู้ชุดที่ 1 อายุ 1 ปี 9 เดือน เป็นหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนครบกำหนด อัตราดอกเบี้ย [6.00-6.10]% ต่อปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2571 อันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้  “BBB-” แนวโน้ม “Stable” จากทริสเรทติ้ง เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569

2.   หุ้นกู้ชุดที่ 2 อายุ 2 ปี 9 เดือน เป็นหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ มีหลักประกัน ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนครบกำหนด อัตราดอกเบี้ย [5.50-5.60]% ต่อปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2572 อันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้  “BBB” แนวโน้ม “Stable” จากทริสเรทติ้ง เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 โดยมีหลักประกันเป็น ที่ดินเปล่า ที่ดินเปล่าและสิ่งปลูกสร้าง และห้องชุดโครงการคอนโดมิเนียม โดยมูลค่าประเมินหลักประกันต่อมูลค่าหุ้นกู้ชุดที่ 2 ที่จำหน่ายได้จริง ต้องไม่น้อยกว่า 1.25 : 1.00 เท่า

อัตราดอกเบี้ยที่แน่นอนของหุ้นกู้ทั้ง 2 ชุดจะประกาศให้ทราบอีกครั้ง โดยหุ้นกู้ทั้ง 2 ชุดจองซื้อขึ้นต่ำ 100,000 บาท ทวีคูณทุก 100,000 บาท จ่ายดอกเบี้ยทุกๆ 3 เดือน และอันดับความน่าเชื่อถือของผู้ออกหุ้นกู้อยู่ที่ระดับ “BBB” แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” โดยบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569

โดยนักลงทุนที่สนใจสามารถจองซื้อหุ้นกู้ผ่านผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ทั้ง 13 แห่ง ตามรายละเอียดดังนี้

1. บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

2. ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด(มหาชน)

3. บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์(ประเทศไทย)จำกัด(มหาชน)

4. บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน)

5. บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด

6. บริษัทหลักทรัพย์ บลูเบลล์ จำกัด

7. บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

8. บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด

9. บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน)

10. บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน)

11. บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

12. บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย)

13. บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน)

สำหรับภาพรวมธุรกิจปี 2569 บริษัทฯตั้งเป้ายอดขายทั้งปี 25,000 ล้านบาท นอกจากจะเติบโตจากธุรกิจที่อยู่อาศัยแล้ว บริษัทยังขยายสู่ธุรกิจอื่นที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัย (Non-Residential) เพื่อสร้างการเติบโตในหลากหลายธุรกิจ การ Diversify อย่างมีกลยุทธ์ของ Origin Group เพื่อบริหารความเสี่ยงและคว้าโอกาสในโลกที่เปลี่ยนแปลง คาดว่าจะมีความโดดเด่นมากในปีนี้ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม คลังสินค้า และอสังหาฯเพื่ออุตสาหกรรม รองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

-031

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

532.jpg
Back to Top