วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
จับกระแสพลังงาน : 19 พฤษภาคม 2569
** บมจ.ไทยออยล์...รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบรอบสัปดาห์นี้ (18 – 22 พ.ค. 69)….โดยระบุว่าสถานการณ์ตลาดน้ำมันยังคงผันผวนจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ โดยความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงยืดเยื้อหลังสหรัฐฯ-อิหร่านยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในการยุติสงครามร่วมกันได้ ขณะที่ตลาดจับตาการประชุมระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่อาจลดความขัดแย้ง ขณะที่อุปทานน้ำมันดิบโลกตึงตัวมากขึ้นจากการผลิตน้ำมันดิบของ OPEC ลดลงประกอบกับการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่หดตัว อย่างไรก็ตาม อุปสงค์น้ำมันดิบมีแนวโน้มเติบโตลดลง และตลาดคาดการณ์ Fed อาจคุมเข้มนโยบายการเงิน จากผลกระทบของสงครามต่อเศรษฐกิจ…
** บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) รายงานงบการเงินต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย...โดยผลการดำเนินงานสามเดือนแรกของปี ปตท. และบริษัทย่อย สามารถทำกำไรสุทธิ 25,738 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.4% หรือ 2,423 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่มีกำไร 23,315 ล้านบาท และ ฐานะการเงินของ ปตท. และบริษัทย่อย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 มีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 3,583,216 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 313,556 ล้านบาท หรือ 9.65% จาก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ที่มีสินทรัพย์รวมจำนวน 3,269,660 ล้านบาท…
** บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)…แจ้งว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 มีรายได้จากการขายและการให้บริการ 142,528 ล้านบาท และ EBITDA 17,795 ล้านบาท มีกำไรส่วนของบริษัทใหญ่ 6,144 ล้านบาท โดยทำสถิติการผลิตเฉลี่ยที่ระดับ 279,800 บาร์เรลต่อวัน และมีปริมาณการจำหน่ายน้ำมันรวม 3,700 ล้านลิตร ซึ่งเป็นระดับสูงสุด ...อย่างไรก็ตามนายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่...เปิดเผยว่า ความไม่แน่นอนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ต้นทุนพลังงานที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น และความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก ซึ่งบริษัทฯ จะทยอยรับรู้ผลกระทบตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป…
** บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM…รายได้รวมของบริษัทฯในQ1/69 ลดลงจากปีก่อนหน้า 7.1% มาอยู่ที่ 12,726 ล้านบาท จากราคาขายไฟฟ้าให้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และราคาขายไอน้ำที่ลดลง ซึ่งสอดคล้องกับราคาก๊าซธรรมชาติที่ลดลง รวมถึงปริมาณการผลิตไฟฟ้าที่ลดลงของโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ Malacha ในสหรัฐอเมริกา กำลังการผลิต 30 เมกะวัตต์ ซึ่งได้รับการชดเชยบางส่วนจากรายได้การให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงการที่สูงขึ้น รวมถึงรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่องจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ARECO กำลังการผลิต 65 เมกะวัตต์ บนเกาะเนกรอส ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งได้เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) มาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568…ในส่วนของ EBITDA เพิ่มขึ้น 1.9% จากปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 3,795 ล้านบาท จากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่ลดลง และรายได้จากการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงการที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งช่วยชดเชยค่าใช้จ่าย SG&A หรือค่าใช้จ่ายในการขาย การบริหาร และค่าใช้จ่ายทั่วไป ที่เพิ่มขึ้น และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมและการร่วมค้าที่ลดลง ขณะที่กำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (NNP) – ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ อยู่ที่ 507 ล้านบาท ลดลง 32.3% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากปัจจัยข้างต้น รวมถึงกำไรอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้นจริงลดลง และค่าใช้จ่ายภาษีที่สูงขึ้น…
** บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP ….รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ... โดยมีกำไรสุทธิ 5,877 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 924 % เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการรับรู้กำไรหลังหักภาษีจากการจำหน่ายสิทธิการลงทุน 25 % ใน BKV-BPP ซึ่งดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Temple I & II ในสหรัฐฯ จำนวน 4,653 ล้านบาท ทั้งนี้ หากไม่รวมรายการดังกล่าว บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 1,224 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 113 % เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน จากการดำเนินธุรกิจไฟฟ้าในสหรัฐฯ ที่มีปริมาณการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ควบคู่กับการเติบโตต่อเนื่องของธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีพลังงาน โดยเฉพาะธุรกิจระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) และธุรกิจซื้อขายไฟฟ้าในญี่ปุ่น…
** บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ SUSCO เผยภาพรวมผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 (สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569)…โดย มีรายได้รวมอยู่ที่ 7,067 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 92.47 ล้านบาท...และปีนี้แผนขยายสถานีบริการน้ำมันเพิ่มอีก 10 แห่ง ตั้งเป้าขยายสถานีบริการน้ำมันให้ครบ 280 แห่งภายในระยะเวลา 2 .. ขณะที่ในส่วนของธุรกิจนอนออยล์ ในแง่ของรายได้ยังคงสร้างผลตอบแทนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการ SUSCO SQUARE ซึ่งปัจจุบันมี 4 แห่ง โดยสาขาปิ่นเกล้า ได้เปิดให้บริการเมื่อต้นปี 2569 และถูกวางให้เป็น “ต้นแบบ” สำหรับการต่อยอดและขยายธุรกิจนอนออยล์ในอนาคต เนื่องจากเป็นธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้ประจำทั้งจากสัญญาเช่าพื้นที่ รวมถึงช่วยเพิ่มจำนวนลูกค้าและการเข้าใช้บริการภายในสถานีบริการน้ำมันมากขึ้น...นอกจากนี้ ธุรกิจรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV)…ในปี 2568 มียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 60 % อยู่ที่ 3,758 คัน ทำให้คาดว่าตลาดรถ EV ในปีนี้ของไทยจะเติบโตอีกราว 5.5 – 6% ตั้งเป้าหมายเพิ่มไม่น้อยกว่า 500 คัน ภายในระยะเวลา 2 ปีข้างหน้า... และยังเดินหน้าขยายการติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charger) และ Solar Rooftop อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีการติดตั้ง EV Charger ภายในสถานีบริการน้ำมันไปแล้ว 58 สถานี รวมจำนวนหัวชาร์จ 143 หัวชาร์จ และติดตั้ง Solar Rooftop แล้ว 53 สถานี..**
** กระบองเพชร**
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี