วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
สินเชื่อครัวเรือนแย่ Virtual Bankดันก่อหนี้เพิ่ม
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เปิดเผยรายงานภาวะสังคมไทย ไตรมาส 1 ปี 2569 พบว่า หนี้ครัวเรือนขยายตัวเล็กน้อย เมื่อสิ้นสุดไตรมาส 4 ปี 2568 มีมูลค่า 16.44 ล้านล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 0.05 เมื่อเทียบกับปีก่อน ขยายตัวครั้งแรกหลังจากหดตัวต่อเนื่อง 3 ไตรมาส ส่งผลให้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP เพิ่มเป็นร้อยละ 86.7 ขณะที่สินเชื่อส่วนบุคคลขยายตัวร้อยละ 4.24 และสินเชื่อเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ขยายตัวร้อยละ 1.76 เร่งตัวขึ้นจากไตรมาสก่อน
ด้านคุณภาพสินเชื่อครัวเรือนแย่ลง ข้อมูลบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) ในไตรมาส 4 ปี 2568 พบว่า สินเชื่อส่วนบุคคลที่ผิดนัดชำระเกิน 90 วันขึ้นไป (NPLs) มีมูลค่า 1.31 ล้านล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 9.59 ของสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 9.45 ของไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 ติดต่อกัน มีปัจจัยจาก NPLs สินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อส่วนบุคคลที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ NPLs ในธนาคารพาณิชย์มีมูลค่า 1.71 แสนล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 3.23 ของสินเชื่อรวม ลดลงจากไตรมาสก่อน
สำหรับสินเชื่อที่ค้างชำระระหว่าง 31-90 วัน (SMLs) มีมูลค่า 4.8 แสนล้านบาท หดตัวลงร้อยละ 15.5 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตามภายใต้ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว SMLs ยังมีความเสี่ยงพัฒนาเป็น NPLs ได้ จึงควรเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และดำเนินมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้อย่างเหมาะสม
นายดนุชา กล่าวว่า ประเด็นที่ควรให้ความสำคัญ 1.พฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่มักซื้อสินค้าและบริการตามรีวิวหรือเทรนด์ออนไลน์ โดยข้อมูลเครดิตบูโร พบว่า ไตรมาส 4 ปี 2568 หนี้คงค้างบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลของกลุ่มอายุต่ำกว่า 25 ปี เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.5 และ 11.5 ตามลำดับ สะท้อนว่าอิทธิพลสื่อออนไลน์มีผลต่อการตัดสินใจบริโภค จึงควรเร่งเสริมสร้างทักษะทางการเงินแก่คนรุ่นใหม่
2.การเปิดตัวของธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) อาจต้องเฝ้าระวังการก่อหนี้เพิ่ม โดยนโยบายเปิดให้มีธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาของธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นการขยายการเข้าถึงบริการทางการเงินของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่ยังเข้าไม่ถึงบริการสินเชื่อแบบดั้งเดิม เป็นการใช้ข้อมูลจากระบบดิจิทัลทั้งในและนอกภาคการเงิน เช่น ข้อมูลรับจ่ายเงิน การซื้อขายสินค้าออนไลน์ มาประกอบการพิจารณาสินเชื่อ ช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของประชาชนมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม อาจต้องคำนึงถึงความเสี่ยงในการก่อหนี้ที่เพิ่มขึ้น กรณีศึกษาในจีนพบว่าการให้บริการสินเชื่อออนไลน์มีส่วนทำให้ประชาชนมีแนวโน้มจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น และผู้กู้บางส่วนเข้าสู่วงจรหนี้ได้ง่ายขึ้น ขณะที่ฟิลิปปินส์พบว่าธนาคารดิจิทัลมีสัดส่วนหนี้ NPLs) สูงกว่าธนาคารแบบดั้งเดิม
3.อิทธิพลของ Finfluencer ต่อพฤติกรรมการเงินครัวเรือนในยุคดิจิทัล โดย Finfluencer หรือ Financial Influencer เป็นกลุ่มที่เสนอเนื้อหาที่เข้าใจง่าย แต่ Finfluencer บางส่วนอาจไม่มีความรู้ทางการเงินเพียงพอ หรือมีผลประโยชน์ทับซ้อน รวมถึงการโฆษณาแฝง ส่งผลให้ข้อมูลที่เผยแพร่อาจคลาดเคลื่อน และบางกรณีอาจนำไปสู่การชักชวนให้ทำธุรกรรมที่มีความเสี่ยงสูง ก่อให้เกิดการขาดทุนและภาระหนี้สิน
รายงานผลสำรวจทักษะทางการเงินของคนไทย ปี 2567 พบว่า แม้ร้อยละ 72.6 จะมีทักษะการเงินระดับดี แต่มีข้อจำกัดด้านความเข้าใจเชิงลึก ส่งผลให้บางส่วนอาจนำคำแนะนำจาก Finfluencer ไปใช้โดยไม่ได้ประเมินความเสี่ยง ขณะเดียวกันไทยยังมีข้อจำกัดในการควบคุมเนื้อหาของบุคคลที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต. จึงควรกำกับเนื้อหาของ Finfluencer โดยให้ขึ้นทะเบียนกับ ก.ล.ต. และมีใบอนุญาต
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี