วันพุธ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยในการพบหารือกับสมาคมนายจ้างฝรั่งเศส (MEDEF International) เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ณ Le Cercle de l'Union interalliée กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน และมีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และน.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เข้าร่วมด้วย โดยบริษัทชั้นนำของฝรั่งเศสที่เข้าร่วมหารือ ได้แก่ Imerys S.A., Airbus, Essilor, IN Groupe และ Thales LAS France SAS
โดยตนได้เน้นถึงความมุ่งมั่นของไทยในการยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนกับฝรั่งเศส และปี 2569 ยังเป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 170 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่าง 2 ประเทศ และครบรอบ 340 ปี ของการติดต่อครั้งแรกระหว่างไทยและฝรั่งเศส สะท้อนมิตรภาพอันยาวนานและความร่วมมือที่พัฒนาต่อเนื่องในหลายมิติ
ทั้งนี้ในมุมมองด้านเศรษฐกิจและการค้า ไทยและฝรั่งเศสมีมูลค่าการค้าระหว่างกันมากกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ซึ่งไทยมองว่ายังมีศักยภาพในการขยายความร่วมมือได้อีกมาก โดยเฉพาะความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนของทั้ง 2 ประเทศ ปัจจุบันมีบริษัทฝรั่งเศสมากกว่า 290 แห่งดำเนินธุรกิจในไทย สะท้อนความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจฝรั่งเศสต่อศักยภาพของไทย
ในขณะเดียวกันได้ย้ำถึงจุดแข็งของไทยในฐานะ “ประตูสู่อาเซียนและเอเชีย” โดยไทยมีข้อได้เปรียบด้านภูมิรัฐศาสตร์และที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ อยู่ใจกลางเอเชียและเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญของเส้นทางเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ และตะวันออก-ตะวันตกของภูมิภาค จึงเป็นทำเลที่มีศักยภาพสำหรับบริษัทต่างชาติที่ต้องการขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดอาเซียน หากบริษัทฝรั่งเศสมองหาประตูสู่ตลาดอาเซียน ไทยคือหนึ่งในตัวเลือกที่แข็งแกร่งที่สุด
นอกจากนี้ไทยยังให้ความสำคัญกับการปรับตัวต่อภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลก รูปแบบการค้าที่มีความหลากหลายมากขึ้น และความสำคัญของความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจควบคู่กับประสิทธิภาพ ไทยจึงมุ่งยกระดับบทบาทในห่วงโซ่มูลค่าโลกและภูมิภาค ไม่เพียงในฐานะผู้ส่งออกสินค้า แต่รวมถึงการเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายการผลิต ระบบนิเวศนวัตกรรม ความร่วมมือด้านเทคโนโลยี และห่วงโซ่อุปทานที่มีความน่าเชื่อถือ รวมทั้งยังเดินหน้าพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต การยกระดับทักษะแรงงาน การสนับสนุนผู้ประกอบการและ SME ผ่านการพัฒนาทักษะใหม่ (Upskill) และการปรับทักษะ (Reskill) เพื่อรองรับการลงทุนและสร้างความพร้อมต่อเศรษฐกิจโลกยุคใหม่
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี