533.jpg
คน.ผนึกท็อปส์ 760 สาขา รับซื้อผลไม้ภาคตะวันออกเพิ่ม 37%

คน.ผนึกท็อปส์ 760 สาขา รับซื้อผลไม้ภาคตะวันออกเพิ่ม 37%

วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.02 น.

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ปี 2569 ผลผลิตผลไม้ภาคตะวันออกมีปริมาณเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะทุเรียน มังคุด และเงาะ ส่งผลให้กรมการค้าภายในต้องเร่งบริหารจัดการด้านตลาดและกระจายผลผลิตเชิงรุก เพื่อรองรับผลไม้ที่ออกสู่ตลาดจำนวนมากในช่วงฤดูกาล โดยขณะนี้ไทยได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การส่งออกที่ชะลอตัว โดยเฉพาะเงาะ ทำให้ผลผลิตในประเทศมีปริมาณเพิ่มขึ้น

กรมการค้าภายในเร่งประสานผู้ประกอบการและห้างค้าปลีกค้าส่งเข้ารับซื้อเงาะ จากเกษตรกรในพื้นที่ทั้งในจังหวัดตราดและใกล้เคียง เพื่อช่วยดูดซับผลผลิต และลดผลกระทบต่อเกษตรกร โดยมีการกระจายผลผลิตไปยังหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ผ่านความร่วมมือจากพันธมิตรภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง


นายวิทยากร กล่าวต่อว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2569 ของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่มอบหมายให้กรมการค้าภายในเร่งเชื่อมโยงตลาด บริหารจัดการผลผลิตเชิงรุก และขยายช่องทางจำหน่าย เพื่อช่วยดูดซับผลผลิตและรักษาเสถียรภาพราคาผลไม้ โดยในวันนี้ กรมการค้าภายในจึงได้ร่วมขับเคลื่อนโครงการ “Thailand : The Land of Tropical Fruits 2026” ร่วมกับภาคเอกชน สภาหอการค้าไทย และผู้แทนเกษตรกร เพื่อกระตุ้นการบริโภคผลไม้ไทย โดยเฉพาะผลไม้คุณภาพจากภาคตะวันออก ทั้งทุเรียน เงาะ มะม่วง และสับปะรด GI จากแหล่งผลิตสำคัญของประเทศ เพื่อช่วยกระจายผลผลิตและสร้างรายได้ให้เกษตรกรไทย

โดยได้รับความร่วมมือจาก ห้างค่าปลีกสมัยใหม่ “ท็อปส์” ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ในการเชื่อมโยงผลไม้จากแหล่งผลิตสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศ ผ่านสาขาของท็อปส์กว่า 760 สาขา ซึ่งในปี 2569 ท็อปส์ได้เพิ่มปริมาณการรับซื้อผลไม้ไทยจากเดิม 8,000 ตัน เป็น 11,000 ตัน หรือเพิ่มขึ้นกว่า 37% ถือเป็นความร่วมมือสำคัญในการช่วยรองรับผลผลิตผลไม้ไทยในช่วงฤดูกาลนี้

นายวิทยากร กล่าวว่า นอกจากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการบริโภคผลไม้ไทยแล้ว ทุกฝ่ายยังได้หารือร่วมกันถึงการขยายช่องทางจำหน่ายเพิ่มเติม ทั้งในรูปแบบการจัดกระเช้าของขวัญผลไม้ไทย เพื่อเพิ่มมูลค่าและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค รวมถึงการผลักดันตลาดส่งออกผลไม้ไทยไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดเวียดนาม ซึ่งเป็นตลาดสำคัญที่มีความต้องการผลไม้ไทยอย่างต่อเนื่อง

“ตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไป กรมการค้าภายในจะร่วมมือกับสภาหอการค้าไทย และภาคเอกชนในการรับซื้อและกระจายผลผลิตผลไม้ไทยไปยังแหล่งจำหน่ายต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยดูดซับผลผลิตที่ออกสู่ตลาด และสร้างเสถียรภาพด้านราคาให้กับเกษตรกร” นายวิทยากร กล่าว

ด้านนายชูศักดิ์ ชื่นประโยชน์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และรองประธานคณะกรรมการบริหารศูนย์ AFC กล่าวว่า สถานการณ์ผลไม้ปีนี้ถือว่ามีแนวโน้มดี เนื่องจากมีการซื้อขายล่วงหน้าเพิ่มขึ้น ทำให้ปัญหาผลผลิตกระจุกตัวมีแนวโน้มลดลง ขณะเดียวกันเกษตรกรก็ให้ความสำคัญกับการควบคุมคุณภาพมากขึ้น ถือเป็นโอกาสที่ดีที่ผู้บริโภคชาวไทยจะได้บริโภคผลไม้ไทยคุณภาพดี รสชาติอร่อย และราคาเหมาะสม

ด้านนายชัยรัตน์ เพชรดากูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อสินค้าอาหารสด สินค้าท้องถิ่น และตลาดจริงใจ กล่าวว่า ท็อปส์เดินหน้ารับซื้อผลไม้ไทยจากเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และสหกรณ์ทั่วประเทศ เพื่อนำผลไม้คุณภาพจากภาคตะวันออก ทั้งทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง มะม่วง และสับปะรด ส่งตรงถึงผู้บริโภคผ่านสาขาท็อปส์กว่า 760 แห่งทั่วประเทศ พร้อมช่วยกระจายผลผลิต เพิ่มโอกาสทางการตลาด และสนับสนุนเกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่อง

ด้านนายธนภัทร จาวินัจ ผู้จัดการสหกรณ์ จังหวัดตราด กล่าวว่า กลุ่มสหกรณ์และสมาชิกเกษตรกรในพื้นที่ต่างร่วมกันคัดสรรผลไม้คุณภาพ เพื่อส่งตรงถึงผู้บริโภค โดยให้ความสำคัญกับมาตรฐานและคุณภาพสินค้า เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้กับผลไม้ไทยในระยะยาว

นายวิทยากร กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอเชิญชวนประชาชนร่วมอุดหนุนผลไม้ไทยคุณภาพจากเกษตรกรไทย โดยสามารถเลือกซื้อผลไม้สดจากภาคตะวันออกได้ที่ท็อปส์ทุกสาขาทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันสนับสนุนเกษตรกรไทยและช่วยกระจายผลผลิตในช่วงฤดูกาลผลไม้ปีนี้ด้วย

- 030 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

532.jpg
Back to Top