533.jpg
สนค.ชี้การนำเข้าพุ่ง สะท้อนการผลิต-ลงทุนขยายตัว

สนค.ชี้การนำเข้าพุ่ง สะท้อนการผลิต-ลงทุนขยายตัว

วันศุกร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลวิเคราะห์การค้าระหว่างประเทศเดือนเมษายน 2569 ว่า แม้การนำเข้าจะขยายตัวสูงและส่งผลให้ดุลการค้าขาดดุล แต่เมื่อพิจารณาโครงสร้างสินค้าอย่างละเอียด พบว่าสินค้านำเข้าส่วนใหญ่เป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการผลิต ทั้งเชื้อเพลิง วัตถุดิบ สินค้ากึ่งสำเร็จรูป และสินค้าทุน ซึ่งสะท้อนแรงหนุนต่อภาคการผลิต การลงทุน และการเตรียมความพร้อมของภาคเอกชนในระยะต่อไป

ทั้งนี้การนำเข้าของไทยเดือนเมษายน 2569 มีมูลค่า 41,604.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 45.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นประเด็นที่กระทรวงฯติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลกระทบต่อดุลการค้า ผู้ประกอบการในประเทศ และความสามารถในการแข่งขันของ SMEs


อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาโครงสร้างการนำเข้า พบว่าสินค้าหลักที่เพิ่มขึ้นเป็นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและการลงทุน ได้แก่ กลุ่มเชื้อเพลิง ขยายตัว 128.6% ซึ่งส่วนหนึ่งสะท้อนความต้องการพลังงานของภาคเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรม กลุ่มวัตถุดิบและสินค้ากึ่งสำเร็จรูป ขยายตัว 38.7% และกลุ่มสินค้าทุน ขยายตัว 32.8%

โดยโครงสร้างดังกล่าวบ่งชี้ว่า การนำเข้าที่เพิ่มขึ้นไม่ได้เป็นการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคเพียงอย่างเดียว แต่มีส่วนสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมวัตถุดิบ เครื่องจักร อุปกรณ์ และปัจจัยการผลิต เพื่อรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การลงทุน และรอบการผลิตในระยะต่อไป ซึ่งเป็นลักษณะที่พบได้ในประเทศที่มีบทบาทอยู่ในห่วงโซ่การผลิตโลก

สำหรับกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ แผงวงจรไฟฟ้า และชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ที่ขยายตัวโดดเด่น สอดคล้องกับทิศทางการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของไทยในช่วงที่ผ่านมา โดยไทยกำลังยกระดับบทบาทจากฐานการผลิตเดิม ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศเทคโนโลยีที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นในภูมิภาค

ทั้งนี้ข้อมูลการส่งเสริมการลงทุนสะท้อนว่า ไทยสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนในกลุ่ม Data Center ระดับภูมิภาคได้สูงกว่า 720,000 ล้านบาท ในปี 2568 ซึ่งเป็นสัญญาณของการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และอาจช่วยหนุนอุปสงค์ต่อสินค้าทุน อุปกรณ์ไฟฟ้า ระบบพลังงาน และบริการที่เกี่ยวเนื่องในระยะต่อไป

ในขณะเดียวกันการลงทุนของบริษัทชั้นนำระดับโลกในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เช่น การเริ่มก่อสร้างโรงงานส่วนประกอบขั้นสุดท้ายของบริษัท Infineon ในจังหวัดสมุทรปราการตั้งแต่เดือนมกราคม 2568 สอดรับกับเป้าหมายของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(BOI) ในการดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์มูลค่า 500,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนการยกระดับฐานการผลิตของไทยในระยะต่อไป

 แม้ตัวเลขการส่งออกของไทยเดือนเมษายน 2569 จะขยายตัวดี โดยมีมูลค่า 31,583.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 23.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเมื่อหักสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัยออก พบว่าการส่งออกขยายตัว 25.7% สะท้อนว่าแรงขับเคลื่อนของการส่งออกไม่ได้เกิดจากปัจจัยชั่วคราวเพียงด้านเดียว แต่มีแรงหนุนจากภาคการผลิตจริงในหลายกลุ่มสินค้า

กลุ่มสินค้าที่มีบทบาทสำคัญต่อการขยายตัวของการส่งออกในเดือนนี้ ได้แก่ กลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งขยายตัว 64.6% กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า ขยายตัว 13.7% และกลุ่มยานยนต์ ขยายตัว 6.8% ตัวเลขดังกล่าวบ่งชี้ว่าภาคการผลิตของไทยยังคงมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานโลก โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี อุตสาหกรรมสมัยใหม่ และการผลิตเพื่อการส่งออก

โดยกระทรวงฯยังคงให้ความสำคัญกับคุณภาพของการเติบโต โดยเฉพาะการเพิ่มสัดส่วนมูลค่าภายในประเทศ การสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการไทย และการป้องกันความเสี่ยงจากการสวมสิทธิ์หรือการใช้ไทยเป็นทางผ่านทางการค้า กระทรวงฯจึงเดินหน้าขับเคลื่อน 5 นโยบายหลัก ได้แก่ 1.การดูแลค่าครองชีพและยกระดับเศรษฐกิจชุมชน 2.การรักษาเสถียรภาพและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร 3.การสร้างความเข้มแข็งให้ SMEs และชุมชน 4.การสร้างสมดุลการส่งออก กระจายความเสี่ยงทางการค้า เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน และเพิ่มสัดส่วนมูลค่าภายในประเทศ และ 5.การยกระดับเทคโนโลยีการให้บริการและปลดล็อกกฎระเบียบ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย

นอกจากนี้จะติดตามสถานการณ์การค้าอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านการนำเข้า การส่งออก ดุลการค้า พฤติกรรมการส่งผ่านสินค้า การสวมสิทธิ์แหล่งกำเนิดสินค้า และผลกระทบต่อผู้ประกอบการภายในประเทศ เพื่อให้การเติบโตของการส่งออกไทยเป็นการเติบโตที่มีคุณภาพ โปร่งใส และสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยอย่างแท้จริง

“กระทรวงฯมุ่งใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ในการกำหนดนโยบาย เพื่อดูแลผู้ประกอบการไทย รักษาความเชื่อมั่นของคู่ค้า และผลักดันให้เศรษฐกิจการค้าของไทยเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ โปร่งใส และเป็นที่ยอมรับในเวทีโลกอย่างยั่งยืน”นายนันทพงษ์ กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

532.jpg
Back to Top