วันศุกร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตนพร้อมด้วย นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา และคณะ ได้ประชุมหารือกับบริษัท Nestlé นำโดย นายเรมี เอเจล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ประจำภูมิภาคเอเชีย โอเชียเนีย และแอฟริกา ณ สำนักงานใหญ่และศูนย์วิจัย Nestlé Global Headquarters เมืองเวเวย์ สมาพันธรัฐสวิส เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางความร่วมมือด้านการวิจัยพัฒนานวัตกรรมอาหาร เทคโนโลยี และทรัพย์สินทางปัญญา ต่อยอดศักยภาพอุตสาหกรรมอาหารและเกษตรมูลค่าสูงของไทย ซึ่งจะช่วยหนุนไทยสู่ศูนย์กลางความมั่นคงอาหารแห่งอนาคต
ทั้งนี้บริษัท Nestlé เป็นหนึ่งในพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ด้านการค้าที่สำคัญของไทย เนื่องจากมีการจ้างงาน และการค้าการลงทุนในไทยมานานกว่า 133 ปี โดยเฉพาะการนำสินค้าเกษตรของไทย เช่น กาแฟ และนม มาผลิตเป็นสินค้าเกษตรแปรรูป และใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออก รองรับการเติบโตของอาหารและเครื่องดื่มในภูมิภาค ขณะที่ไทยมีจุดแข็งด้านวัตถุดิบทางการเกษตร คุณภาพการผลิต และความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายสามารถพัฒนาความร่วมมือด้านนวัตกรรมอาหาร การวิจัยและพัฒนา และต่อยอดสู่อุตสาหกรรมอาหารมูลค่าสูงได้อย่างต่อเนื่อง
โดยในโอกาสนี้ทั้ง 2 ฝ่ายได้แลกเปลี่ยนแนวทางความร่วมมือด้านนวัตกรรมอาหาร การวิจัยและพัฒนา รวมถึงการเชื่อมโยงองค์ความรู้และเทคโนโลยี โดยบริษัท Nestlé ได้แสดงความสนใจที่จะขยายการลงทุนและความร่วมมือด้านนวัตกรรมในไทย เนื่องจากมองเห็นศักยภาพของไทยในฐานะฐานการผลิตและศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทานอาหารสำคัญของภูมิภาค โดยเฉพาะภาคการเกษตรและวัตถุดิบที่มีความหลากหลาย สามารถเชื่อมโยงสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลกได้ในอนาคต
ในขณะเดียวกันได้หารือแนวทางส่งเสริมความร่วมมือด้านการพัฒนาศักยภาพกลุ่มเกษตรกรไทย และผู้ประกอบการไทย ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา ควบคู่ไปกับความร่วมมือด้านการจับคู่ทางเทคโนโลยี (Technology Matching) ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะช่วยเชื่อมโยงโจทย์วิจัยของ Nestlé กับสถาบันวิจัยและมหาวิทยาลัยชั้นนำในไทย เพื่อร่วมกันนำวิทยาศาสตร์อาหารระดับโลกมาประยุกต์ใช้กับวัตถุดิบท้องถิ่นและทรัพยากรที่หลากหลายของไทย ในการคิดค้นพัฒนานวัตกรรมอาหารมูลค่าสูงที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคทั้งในระดับภูมิภาคและห่วงโซ่อุปทานโลก รวมถึงต่อยอดวัตถุดิบทางการเกษตรและพืชเศรษฐกิจอื่นๆ ที่ไทยมีศักยภาพ ให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับสู่มาตรฐานสากลได้อย่างยั่งยืน
นายวุฒิไกร กล่าวว่า บริษัท Nestlé เป็นบริษัทผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มรายใหญ่ระดับโลก มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองเวเวย์ สมาพันธรัฐสวิส ปัจจุบันมีเครือข่ายการดำเนินธุรกิจและจัดจำหน่ายสินค้าครอบคลุมกว่า 180 ประเทศทั่วโลก มีโรงงานผลิตมากกว่า 300 แห่ง และมีศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) กระจายอยู่ทั่วโลก รวมถึงไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานการผลิตสำคัญ โดยผลิตสินค้าหลากหลาย อาทิ เครื่องดื่ม น้ำดื่มบรรจุขวด ผลิตภัณฑ์นมและอาหารเสริมสำหรับเด็ก ซอสและเครื่องปรุงรส เป็นต้น รวมทั้งมีการยื่นขอรับความคุ้มครองสิทธิบัตรการประดิษฐ์ การออกแบบ และเครื่องหมายการค้า ในไทยกว่า 3,000 รายการ เพื่อรองรับตลาดภายในประเทศและส่งออกไปยังภูมิภาคต่างๆ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี