538.jpg
รายงานพิเศษ : สงครามตะวันออกกลาง สั่นคลอนท่องเที่ยวไทย ต้นทุนเดินทางพุ่ง-ตลาดระยะไกลสะดุด ฉุด ‘รายได้’ มากกว่า ‘จำนวน’

รายงานพิเศษ : สงครามตะวันออกกลาง สั่นคลอนท่องเที่ยวไทย ต้นทุนเดินทางพุ่ง-ตลาดระยะไกลสะดุด ฉุด ‘รายได้’ มากกว่า ‘จำนวน’

วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.05 น.

สงครามตะวันออกกลางกำลังเขย่าท่องเที่ยวไทย ผ่าน “Aviation Disruption” แม้ในช่วงต้นปี 2569 ภาคท่องเที่ยวไทยจะมีสัญญาณฟื้นตัวที่ดีขึ้น สะท้อนจากตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมในช่วง 2 เดือนแรกปี 2569 ที่ 6.5 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 90% จากช่วงก่อนโควิด-19 (ปี 2562)

อย่างไรก็ดี เหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ได้ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อภาคการท่องเที่ยวไทยผ่าน ข้อจำกัดด้านการบิน ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น และความเชื่อมั่นในการเดินทางที่ลดลง โดยภาคการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบเป็นลำดับแรกๆ เนื่องจากนักท่องเที่ยวสามารถเลื่อน/เปลี่ยนจุดหมาย หรือยกเลิกการเดินทางได้ทันทีเมื่อเกิดความไม่แน่นอนสะท้อนจาก การค้นหาเที่ยวบินมายังประเทศไทยของกลุ่ม Long-haul โดยเฉพาะ ยุโรปที่ต้องเปลี่ยนเครื่องที่ตะวันออกกลาง รวมถึงนักท่องเที่ยวกลุ่มตะวันออกกลางเองที่ลดลงชัดเจนตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569


ผลกระทบเริ่มลามจาก Middle East ไปสู่ Long-haul ในระยะแรก (มีนาคม 2569) ผลจากเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวกลุ่ม Middle East ผ่านข้อจำกัดด้านการปิดน่านฟ้าเป็นหลัก โดยในเดือนมีนาคม 2569 นักท่องเที่ยวตะวันออกกลางที่เดินทางเข้าไทยมีจำนวนลดลงเหลือเพียง 1.2 หมื่นคน (-33.3%YoY) ซึ่งโดยปกติแล้ว นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้คิดเป็นสัดส่วนเพียง 2.3% เท่านั้น (อ้างอิงจากข้อมูลในปี 2568)

อย่างไรก็ตามในเดือนเมษายน 2569 เริ่มเห็นสัญญาณว่าแรงกดดันขยายวงไปถึงนักท่องเที่ยว Long-haul โดยเฉพาะสหภาพยุโรป (EU) ที่มีสัดส่วนราว 25% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด ก็หดตัวถึง -15.6%YoY ส่วนหนึ่งมาจากต้นทุนการบินที่สูงขึ้นจากการที่หลายสายการบินปรับขึ้นค่าโดยสารตามราคา Jet Fuel ที่สูงขึ้น นอกจากนี้นักท่องเที่ยวตะวันออกกลางก็หดตัวถึง -57.1%YoY ในเดือนเดียวกัน หดตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญด้วยเช่นเดียวกัน

ถึงแม้นักท่องเที่ยวจีนจะเริ่มฟื้นตัวแต่ไม่สามารถชดเชยได้ทั้งหมด แม้นักท่องเที่ยวจีนจะขยายตัว 15.7%YoY ในช่วง 4 เดือนแรกปี 2569 และฟื้นตัวต่อเนื่องตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2569 มา 3 เดือนติดต่อกัน กลับมาเป็นแรงพยุงสำคัญ จากการฟื้นตัวของเที่ยวบินตรงและกิจกรรมส่งเสริมตลาดที่ช่วยกระตุ้นการเดินทางบางส่วน

แต่อย่างไรก็ดี แรงพยุงดังกล่าวกลับยังไม่ชดเชยการลดลงของนักท่องเที่ยวมาเลเซียและ Long-haul เนื่องจากในช่วงต้นปี 2569 นักท่องเที่ยวมาเลเซียยังฟื้นตัวไม่เต็มที่จากปัญหาน้ำท่วมภาคใต้ของไทย ขณะที่เหตุการณ์ตะวันออกกลางก็ส่งผลต่อกลุ่ม Long-haul ส่งผลให้ในช่วง 4 เดือนแรกปี 2569 ไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมราว 11.7 ล้านคน (-3.4%YoY) ภาวะดังกล่าวส่งผลให้รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติยืนอยู่ในระดับ 6.06 แสนล้านบาท หดตัว -1.9%YoY ในช่วงเวลาเดียวกัน

Aviation Disruption Risk ที่กระทบนักท่องเที่ยว Long-haul และ Middle East อาจนำไปสู่การสูญเสียรายได้ที่รุนแรงขึ้น

Aviation Disruption Risk คือ ความเสี่ยงจากเหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางต่อนักท่องเที่ยวแต่ละชาติที่เดินทางมาไทย ซึ่งประเมินผ่าน 3 ปัจจัย ประกอบด้วย 1) ระยะทางบิน 2) การพึ่งพา Hub ตะวันออกกลาง และ 3) ความเสี่ยงของเส้นทางบิน หากค่า Aviation Disruption Risk สูง หมายถึง นักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวมีแนวโน้มได้รับผลกระทบมากจากความไม่สงบในตะวันออกกลาง

นักท่องเที่ยว Long-haul กลุ่ม High spendingได้แก่ USA, EU และ Middle East มี Aviation Disruption Risk สูง เพราะมีระยะบินไกลกว่า พึ่งพาการต่อเครื่องมากกว่า อีกทั้งยังมีโอกาสได้รับผลกระทบจากสงครามผ่านการจำกัดน่านฟ้าสูงกว่า ทั้งนี้มีข้อสังเกตว่านักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มี Spending per Head สูงกว่าค่าเฉลี่ยถึง 25%-80% ดังนั้นความเสี่ยงของภาคท่องเที่ยวไทยอาจไม่ได้จำกัดอยู่แค่ “จำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง” แต่จะลุกลามไปสู่ “การสูญเสียรายได้จากนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง”

Krungthai COMPASS ประเมินฉากทัศน์ของภาคการท่องเที่ยวของไทยไว้ 2 กรณี คือ “Base Case” หรือสงครามยุติภายในเดือนมิถุนายน 2569 ส่งผลให้ทิศทางราคาพลังงานทยอยปรับลดลงในช่วงไตรมาส 3 ปี 2569 และ “Downside Case” ที่สงครามยืดเยื้อตลอดปี 2569 ซึ่งสายการบินจะส่งผ่านต้นทุนไปยังค่าโดยสารมากขึ้นในช่วง H2 2569 เป็นต้นไป

Krungthai COMPASS คาดนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2569 ที่ 32.1 ล้านคน สร้างรายได้ 1.46 ล้านล้านบาท หดตัว -2.5%YoY และ -5.2%YoY ตามลำดับ เพราะแม้นักท่องเที่ยวจีนมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น แต่ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยกลุ่ม Long-haul ซึ่งมี Spending per Head สูง รายได้จากการท่องเที่ยว จึงมีแนวโน้มหดตัวสูงกว่าจำนวนนักท่องเที่ยว

ในกรณีสงครามยืดเยื้อตลอดปี 2569 คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอาจลดเหลือ 29.4 ล้านคน สร้างรายได้ 1.33 ล้านล้านบาท หดตัว -10.7%YoY และ -13.6%YoY ตามลำดับ เนื่องจากการที่แรงกดดันอาจลามไปถึงในช่วง 4 เดือนแรกปี 2569 จะตรงกับช่วงเวลา High Season ของกลุ่ม Long-haul พอดี

ขณะที่กลุ่ม Short-haul แม้มีความเสี่ยงจาก Aviation Disruption ต่ำกว่า แต่ดีมานด์มีแนวโน้มถูกกดดันจากต้นทุนน้ำมันที่อาจยืนสูงต่อเนื่อง นอกจากนี้แรงกดดันจากเงินเฟ้อและบรรยากาศการเดินทางที่เปราะบางขึ้น อาจทำให้นักท่องเที่ยวระมัดระวังการใช้จ่าย เลื่อนทริปหรือลดระยะเวลาพำนัก เป็นต้น

ผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง มีแนวโน้มกระจุกในจังหวัดที่พึ่งพาตลาด Middle East และ EU สูง เกิน 80% ของผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมคาดว่าลูกค้า Long-haul ในช่วงไตรมาส 2 ปี2569 จะลดลงจากปีก่อนหน้า ภาวะดังกล่าวจะส่งผลต่อโรงแรมในจังหวัดที่พึ่งพานักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวเป็นหลัก

จังหวัด Top 5 ที่นักท่องเที่ยวกลุ่ม Long-haul และ Middle East นิยมเดินทางมาท่องเที่ยวสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต ชลบุรี สุราษฎร์ธานี และกระบี่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ที่มีสัดส่วนโรงแรมระดับกลาง-บน รีสอร์ต และธุรกิจบริการที่เชื่อมโยงกับนักท่องเที่ยวต่างชาติคุณภาพสูงค่อนข้างมาก

ธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง เช่น กิจกรรมท่องเที่ยว Medical/Wellness บริษัทนำเที่ยว ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก และการขนส่งนักท่องเที่ยวในพื้นที่ ก็อาจได้รับผลกระทบต่อเนื่องผ่านการจองที่ชะลอ อัตราเข้าพักที่ลดลง ค่าใช้จ่ายต่อทริปที่อ่อนลง และจำนวนเที่ยวบินที่ลดลง โดยเฉพาะ หากแรงกดดันยืดเยื้อไปถึงช่วง High Season ของตลาดระยะไกล

“ดังนั้นการรับมือจึงไม่ควรจำกัดอยู่ที่การกระตุ้นจำนวนนักท่องเที่ยวในระยะสั้นเท่านั้น แต่ควรยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการให้รับมือกับความผันผวนได้ดีขึ้น โดยภาครัฐควรใช้แนวคิด Reinvent Thailand เป็นเครื่องมือเร่ง Transformation ของภาคท่องเที่ยว โดยสนับสนุนผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน และเครื่องมือดิจิทัลสำหรับเพิ่มประสิทธิภาพต้นทุน เพื่อให้ธุรกิจท่องเที่ยวไทยแข่งขันได้ด้วยคุณภาพ ความยั่งยืน และ resilience มากกว่าการพึ่งพา volume เพียงอย่างเดียว”

ที่มา.. Krungthai COMPASS

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top