538.jpg
ทุบสถิติในรอบ7ปี ‘ธุรกิจตกแต่งภายใน’โตพรวด

ทุบสถิติในรอบ7ปี ‘ธุรกิจตกแต่งภายใน’โตพรวด

วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 07.00 น.

ทุบสถิติในรอบ7ปี ‘ธุรกิจตกแต่งภายใน’โตพรวด

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ธุรกิจออกแบบและตกแต่งภายใน กำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจบริการที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยรูปแบบไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงการตกแต่งเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่เป็นการออกแบบสภาพแวดล้อมภายในที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต อัตลักษณ์ และการใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัย สอดรับกับเทรนด์การออกแบบยุคใหม่ อาทิ สไตล์ Japandi ที่ผสมผสานความเรียบง่ายแบบญี่ปุ่นกับความอบอุ่นสไตล์สแกนดิเนเวีย หรือสไตล์ Modern Tropical ที่เน้นความอบอุ่นและสอดคล้องกับภูมิอากาศเขตร้อนอย่างประเทศไทย รวมถึงแนวคิด Invisible Smart Home การใช้เทคโนโลยีมาช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันและสอดรับกับสถาปัตยกรรมอย่างไร้รอยต่อ


นายพูนพงษ์ กล่าวต่อว่า จากการวิเคราะห์ข้อมูลการจดทะเบียนธุรกิจออกแบบและตกแต่งภายใน (รหัส TSIC 74101) พบว่า ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา หรือตั้งแต่ปี 2562-2568 ธุรกิจออกแบบและตกแต่งภายใน มีการจัดตั้งใหม่สูงกว่าการเลิกกิจการอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยมีนิติบุคคลจัดตั้งใหม่รวม 3,129 ราย ขณะที่เลิกกิจการรวม 521 ราย หรือมีอัตราการจัดตั้งใหม่สูงกว่าการเลิกกิจการเฉลี่ยประมาณ 6 เท่า

สำหรับปี 2568 ธุรกิจออกแบบและตกแต่งภายในทำสถิติสูงสุดใหม่ (New High) ในรอบ 7 ปี โดยมีนิติบุคคลจัดตั้งใหม่จำนวน 512 ราย และมูลค่าทุนจัดตั้งใหม่รวม 859 ล้านบาท สะท้อนว่าตลาดยังเปิดรับผู้ประกอบการรายใหม่ และยังมีความต้องการใช้บริการในระดับสูง               

ขณะที่ผลประกอบการธุรกิจออกแบบและตกแต่งภายใน แบ่งเป็น 3 ช่วง คือ ช่วงก่อนชะลอตัว (ปี 2560-2562) ที่มีรายได้รวมเฉลี่ย 44,000-46,000 ล้านบาทต่อปี จากนั้นเข้าสู่ช่วงชะลอตัว (ปี 2563-2564) รายได้รวมลดลงเหลือประมาณ 36,000-37,000 ล้านบาท และช่วงฟื้นตัว (ปี 2565-2567) รายได้และกำไรกลับมาเติบโตอย่างชัดเจน โดยในปี 2567 มีรายได้รวม 58,959 ล้านบาท และกำไรสุทธิรวม 3,009 ล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin : NPM) เพิ่มขึ้นจาก 1.44% ในปี 2560 เป็น 5.10% ในปี 2567

ปัจจุบันประเทศไทยมีธุรกิจออกแบบและตกแต่งภายในที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจำนวนทั้งสิ้น 6,177 ราย มูลค่าทุนจดทะเบียนรวม 15,783 ล้านบาท โดยโครงสร้างธุรกิจมีลักษณะ “พีระมิด” กล่าวคือผู้ประกอบการขนาดเล็ก (S) มีจำนวน 5,966 ราย คิดเป็น 96.58% ของธุรกิจทั้งหมด รองลงมาคือธุรกิจขนาดกลาง (M) จำนวน 182 ราย คิดเป็น 2.95% และธุรกิจขนาดใหญ่ (L) จำนวน 29 ราย คิดเป็น 0.47% แม้ธุรกิจรายใหญ่จะมีจำนวนไม่มาก แต่มีศักยภาพด้านเงินทุนสูงและรองรับโครงการขนาดใหญ่ได้ดีกว่า

“พื้นที่ดำเนินธุรกิจ พบว่า กระจุกตัวในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยกรุงเทพมหานครมีจำนวนธุรกิจ 3,000 ราย รองลงมา คือ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และชลบุรี สะท้อนว่าธุรกิจยังพึ่งพาตลาดเมือง โครงการอสังหาริมทรัพย์ และกำลังซื้อในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ” นายพูนพงษ์ กล่าว

นายพูนพงษ์ กล่าวว่า ด้านการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติมีมูลค่ารวม 1,140 ล้านบาท โดยจีนเป็นผู้นำการลงทุนสูงสุด 393 ล้านบาท รองลงมาคือญี่ปุ่น 110 ล้านบาท , สิงคโปร์ 85 ล้านบาท , มาเลเซีย 48 ล้านบาท และฮ่องกง 42 ล้านบาท อาจส่งผลให้การแข่งขันในตลาดกลุ่มพรีเมียมและงานโครงการมีความเข้มข้นมากขึ้นในอนาคต

“ภาพรวมธุรกิจออกแบบและตกแต่งภายในยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง แต่ผู้ประกอบการที่จะแข่งขันและขยายธุรกิจได้อย่างยั่งยืน จำเป็นต้องสร้างความแตกต่าง พัฒนาคุณภาพงาน บริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และยกระดับจากงานรายชิ้นไปสู่งานโครงการที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น เพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจและความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว” นายพูนพงษ์ กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top