วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569
การเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของคณะผู้แทนทางธุรกิจระดับสูงด้านเกษตรอาหารจากสหภาพยุโรป (EU Agri-Food High-Level Mission) ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งนำโดย นายคริสตอฟ ฮันเซน กรรมาธิการยุโรปด้านการเกษตรและอาหาร ถือเป็นก้าวสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าและเปิดประตูบุกตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือการที่สหภาพยุโรปเข้าร่วมงานแสดงสินค้าอาหารระดับโลก THAIFEX - Anuga Asia 2026 ในฐานะ "ภูมิภาคพันธมิตรอย่างเป็นทางการ" (Official Partner Region)
จากการเปิดฉากเจรจาธุรกิจและสำรวจทิศทางตลาดในกรุงเทพฯ สองผู้นำจากภาคเกษตรกรรมและเกษตรแปรรูปชั้นนำของยุโรป ได้แก่ แบรนด์ผักผลไม้ออร์แกนิกจากเยอรมนี และสถาบันส่งเสริมสินค้าเกษตรจากเบลเยียม ได้สะท้อนมุมมองอันเป็นประโยชน์ต่อทิศทางการค้าทวิภาคีระหว่างไทยและอียูไว้อย่างน่าสนใจ
ส่องเทรนด์รักสุขภาพ: ‘ไบโอทรอปิก’ ดันผักผลไม้ออร์แกนิกมาตรฐานสูงตอบโจทย์คนเมือง
ในฝั่งของผลิตภัณฑ์เกษตรสดชั้นนำ คุณโรนัลด์ วีอาเนน ผู้อำนวยการ BioTropic BV ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตและนำเข้าผักผลไม้ออร์แกนิกรายใหญ่จากประเทศเยอรมนี ซึ่งมีเครือข่ายการจำหน่ายทั่วทั้งยุโรปและมีฐานการผลิตกล้วยอินทรีย์ของตนเองในสาธารณรัฐโดมินิกัน รวมถึงการนำเข้าผลผลิตคุณภาพสูงจากอเมริกาใต้ นิวซีแลนด์ และแอฟริกาใต้ ได้แสดงทัศนะว่า ประเทศไทยเป็นตลาดใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยศักยภาพและน่าดึงดูดอย่างยิ่ง
คุณโรนัลด์ ชี้ให้เห็นว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทยในปัจจุบันกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โดยหันมาให้ความสนใจและตระหนักถึงเรื่องสุขภาพ รวมถึงการเลือกบริโภคอาหารออร์แกนิกอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจของไบโอทรอปิกที่มุ่งเน้นการส่งมอบผลผลิตที่มีคุณภาพสูง มีความน่าเชื่อถือในระบบตรวจสอบ และการบริหารจัดการราคาที่สมเหตุสมผล
"งาน THAIFEX ในปีนี้จัดขึ้นอย่างเป็นมืออาชีพมาก เราได้มีโอกาสเข้าร่วมการเจรจาจับคู่ธุรกิจ (B2B) ซึ่งมีประสิทธิภาพอย่างยิ่งในการช่วยให้เราเข้าใจความต้องการที่แท้จริงของตลาดไทย และได้รับข้อมูลเชิงลึกจากผู้นำเข้าชาวไทยที่มีศักยภาพสูง รวมถึงผู้ซื้อระดับแนวหน้าจากประเทศเพื่อนบ้าน สิ่งเหล่านี้ยืนยันว่าความต้องการสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่ปลอดภัยกำลังเติบโตอย่างมั่นคงในภูมิภาคนี้" คุณโรนัลด์ กล่าว
.jpg)
เจาะลึกสมรภูมิมันฝรั่งแปรรูป: ‘VLAM’ ชูจุดแข็งนวัตกรรมสายพันธุ์เบลเยียมท้าชนตลาดโลก
ขณะที่ในภาคอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร คุณเกิร์ท แวนเคาเซนบรุค ผู้จัดการฝ่ายส่งออกของ VLAM (Vlaams Centrum voor Agro-en Visserijmarketing) สถาบันส่งเสริมการตลาดเกษตรและประมงแห่งฟลานเดอร์ส ประเทศเบลเยียม ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการผลักดันผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปของเบลเยียมสู่สากล ได้เปิดมุมมองเชิงลึกเกี่ยวกับอุตสาหกรรมมันฝรั่งแปรรูป (อาทิ เฟรนช์ฟรายส์ แฮชบราวน์ และโครเกต์) ซึ่งเบลเยียมครองตำแหน่งประเทศผู้ส่งออกอันดับหนึ่งของโลก เนื่องจากมีพื้นที่ "Potato Belt" ที่มีสภาพภูมิอากาศและดินที่เหมาะสมที่สุดในการเพาะปลูกเพื่อการแปรรูป
คุณเกิร์ท ระบุว่า ปัจจุบันตลาดมันฝรั่งแปรรูปในประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มมันฝรั่งทอดและชิปส์ ส่วนใหญ่ยังคงถูกยึดครองโดยบริษัทผู้ผลิตรายใหญ่จากอินเดียและจีน โดยสินค้าจากยุโรปอยู่ในอันดับที่สาม อย่างไรก็ตาม ในเชิงโครงสร้างอุตสาหกรรม มันฝรั่งที่ปลูกในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์สำหรับบริโภคสด ไม่ได้เอื้อต่อการนำเข้าสู่กระบวนการแปรรูปอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ทำให้สินค้าแปรรูปจากเบลเยียมมีโอกาสเข้ามาเติมเต็มช่องว่างนี้
"จุดเด่นของมันฝรั่งแปรรูปเบลเยียมคือคุณภาพเนื้อสัมผัสที่เหนือกว่าสำหรับการแปรรูป นอกจากนี้ โครงสร้างธุรกิจอุตสาหกรรมอาหารของเบลเยียมส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่เป็นกิจการครอบครัว ทำให้เรามีความยืดหยุ่นสูง มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย และสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบสินค้าตามความต้องการเฉพาะของผู้นำเข้าชาวไทยได้ดีกว่าเมื่อเทียบกับคู่แข่งรายใหญ่อย่างจีนหรืออินเดีย" คุณเกิร์ท อธิบาย พร้อมระบุว่าในงาน THAIFEX บูธของเบลเยียมได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม โดยมีการเชิญเชฟชาวเบลเยียมมาร่วมสาธิตและเสิร์ฟเฟรนช์ฟรายส์ตามแบบฉบับดั้งเดิมเพื่อสร้างการรับรู้ต่อแบรนด์
ฝ่าด่านหิน ‘กฎระเบียบ-กำแพงภาษี 30%-วิกฤตโลจิสติกส์’ ความหวังฝากไว้ที่ข้อตกลง FTA
แม้ว่าประเทศไทยจะเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีแรงหนุนจากภาคการท่องเที่ยวที่แข็งแกร่ง แต่ทั้งสองผู้แทนทางธุรกิจต่างยอมรับร่วมกันว่า การขับเคลื่อนสินค้าเกษตรอาหารจากอียูเข้าสู่ตลาดไทยยังมี "อุปสรรคสำคัญ" ที่ต้องก้าวข้าม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กฎระเบียบการนำเข้าของไทยที่มีความซับซ้อนและเข้มงวดสูง ประกอบกับ อัตราภาษีศุลกากรที่จัดเก็บในอัตราสูงถึงร้อยละ 30 สำหรับสินค้าอียู ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อขีดความสามารถทางการแข่งขันเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นที่มีข้อตกลงทางการค้าเสรี (FTA) กับประเทศไทยอยู่ก่อนแล้ว
นอกจากนี้ ปัญหาด้านโลจิสติกส์ระดับโลก เช่น อัตราค่าระวางเรือที่ผันผวนสูง และความจำเป็นต้องเปลี่ยนเส้นทางการเดินเรืออ้อมผ่านทางแอฟริกาใต้ ยิ่งกลายเป็นปัจจัยซ้ำเติมที่ทำให้ต้นทุนการขนส่งและระยะเวลาในการจัดส่งสินค้า (Transit Time) เพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความท้าทาย ยุโรปยังคงมองเห็นโอกาส โดยเฉพาะความคาดหวังต่อ ความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-สหภาพยุโรป ที่กำลังอยู่ระหว่างการเจรจา ซึ่งหากประสบความสำเร็จจะช่วยปลดล็อกข้อจำกัดทางภาษีและอำนวยความสะดวกทางการค้าได้มหาศาล ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคชาวไทยมีทัศนคติที่ดีและให้คุณค่าต่อกลยุทธ์การตลาดที่เชื่อมโยงกับสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) มาตรฐานการผลิต และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหารที่เข้มงวดของยุโรป (European Food Safety Standards) ซึ่งสอดรับกับนโยบายความมั่นคงทางอาหารและความปลอดภัยของผู้บริโภคที่รัฐบาลไทยให้ความสำคัญ
ยุทธศาสตร์ 3 ขั้นตอน: ปักหมุดประเทศไทยเป็น ‘Gateway’ สู่อาเซียน
ในระยะยาว ทั้งไบโอทรอปิกและ VLAM ต่างวางเป้าหมายร่วมกันในการใช้ประเทศไทยเป็น "จุดเริ่มต้นและประตูเชื่อมโยง" ในการขยายฐานธุรกิจเข้าสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยถอดบทเรียนว่าความสำเร็จในการเจาะตลาดไทยจะต้องผ่านกระบวนการสร้างความสัมพันธ์รวม 3 ขั้นตอนที่สำคัญ คือ
1.ระดับรัฐบาล (Government): การประสานงานเพื่อผ่านเกณฑ์ข้อบังคับและกฎระเบียบการนำเข้าอย่างถูกต้อง
2.ระดับผู้ซื้อ (Buyers): การสร้างพันธมิตรที่แข็งแกร่งกับกลุ่มผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายในท้องถิ่น
3.ระดับผู้บริโภค (Consumers): การสร้างการรับรู้และการศึกษาให้ผู้บริโภคเห็นถึงความแตกต่างของคุณภาพสินค้า
แม้การเข้ามาตั้งรกรากทางธุรกิจในไทยจะต้องใช้การลงทุนทั้งในแง่ของเวลา เม็ดเงิน และพลังงานในการศึกษาตลาดและกฎหมายท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง รวมถึงความพร้อมที่จะปรับตัวในด้านรสชาติและบรรจุภัณฑ์ แต่ด้วยมาตรการสนับสนุนที่ดีจากหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างหอการค้าต่าง ๆ เชื่อแน่ว่า สินค้าเกษตรพรีเมียมจากอียูจะสามารถหยั่งรากและเติบโตเคียงคู่ไปกับระบบเศรษฐกิจและการบริโภคยุคใหม่ของไทยได้อย่างมั่นคงแน่นอน
-031
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี