วันอังคาร ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2569
นายเอกฉัตร ศีตวรรัตน์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ทางกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เตรียมจัดพิธีเปิดและปฐมนิเทศการอบรมหลักสูตร "การค้าระหว่างประเทศสำหรับผู้บริหารยุคใหม่" หรือ New International Commerce Course for Executive (NIC²E) รุ่นที่ 4 ภายใต้โครงการ "การสร้างความเข้าใจประโยชน์ของ FTA สร้างเครือข่าย FTA Club" ในวันอังคารที่ 4 สิงหาคม 2569 เวลา 13.00–17.00 น. ณ ห้องมโนปกรณ์นิติธาดา ชั้น 12 กระทรวงพาณิชย์ โดยได้รับเกียรติจาก นายเอกฉัตร ศีตวรรัตน์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธี ซึ่งการเดินหน้าหลักสูตรต่อเนื่องมาถึงรุ่นที่ 4 ถือเป็นสัญญาณชัดเจนว่ากระทรวงพาณิชย์ให้น้ำหนักกับการสร้างฐานองค์ความรู้ด้านการค้าเสรีในระดับผู้บริหาร ไม่ใช่เพียงระดับปฏิบัติการ ในจังหวะที่ภูมิทัศน์การค้าโลกกำลังเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็วทั้งจากมาตรการกีดกันทางการค้ารูปแบบใหม่ กติกาด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ตลอดจนการจัดระเบียบห่วงโซ่อุปทานที่ผู้ประกอบการไทยต้องปรับตัวตาม
ทั้งนี้สาระสำคัญของหลักสูตร NIC²E มุ่งสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องการค้าระหว่างประเทศและความตกลงการค้าเสรี หรือ FTA เพื่อยกระดับศักยภาพของผู้บริหารและผู้ประกอบการให้สามารถใช้ประโยชน์จากความตกลงที่ไทยมีอยู่ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ทั้งในมิติของการเพิ่มโอกาสเข้าสู่ตลาดใหม่ที่ยังมีช่องว่างการเติบโต และการรักษาฐานตลาดเดิมที่การแข่งขันเข้มข้นขึ้นทุกขณะ โดยจุดเด่นที่ทำให้หลักสูตรนี้แตกต่างจากการอบรมทั่วไป คือการรวบรวมผู้เข้าร่วมจากสี่ภาคส่วนหลักไว้ในห้องเรียนเดียวกัน ได้แก่ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และสื่อมวลชน รวมกว่า 40 หน่วยงาน ซึ่งการออกแบบเช่นนี้ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนมุมมองข้ามภาคส่วนอย่างเป็นธรรมชาติ ผู้กำหนดนโยบายได้ยินเสียงสะท้อนจากผู้ใช้ประโยชน์จริง ขณะที่ผู้ประกอบการเข้าใจข้อจำกัดและกรอบการเจรจาของภาครัฐมากขึ้น ส่วนภาควิชาการและสื่อมวลชนได้ข้อมูลตรงจากต้นทางเพื่อนำไปวิเคราะห์และสื่อสารต่อสาธารณะได้อย่างแม่นยำ พร้อมกันนั้นยังเป็นการวางรากฐานเครือข่ายความร่วมมือที่จะทำงานเชื่อมโยงกันได้จริงหลังจบหลักสูตร ตามเจตนารมณ์ของการสร้างเครือข่าย FTA Club
สำหรับกิจกรรมภายในงานปฐมนิเทศ จะมีการแนะนำภาพรวมโครงการและกิจกรรมตลอดหลักสูตร เพื่อให้ผู้เข้าร่วมมองเห็นเส้นทางการเรียนรู้ทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบก่อนเข้าสู่เนื้อหาเชิงลึกในลำดับถัดไป โดยหลักสูตรครอบคลุมองค์ความรู้ด้าน FTA และการค้าระหว่างประเทศที่ถ่ายทอดโดยผู้เชี่ยวชาญและวิทยากรชั้นนำ รวมระยะเวลาอบรมเนื้อหาเข้มข้นทั้งสิ้น 30 ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นปริมาณที่หนักแน่นเพียงพอจะปูพื้นตั้งแต่หลักการพื้นฐานไปจนถึงประเด็นเทคนิคที่ผู้บริหารมักมองข้าม ไม่ว่าจะเป็นกฎถิ่นกำเนิดสินค้า การใช้สิทธิพิเศษทางภาษี มาตรการที่มิใช่ภาษี หรือกลไกระงับข้อพิพาททางการค้า
สำหรับไฮไลต์สำคัญของหลักสูตรอยู่ที่การอบรมเชิงลึกในรูปแบบ Boot Camp 3 วัน 2 คืน ที่เดินหน้าเจาะลึกเรื่อง FTA อย่างเข้มข้นแบบต่อเนื่อง ควบคู่กับการทำ Workshop ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้ร่วมกันถกแถลงและระดมความคิดเห็นเพื่อจัดทำยุทธศาสตร์การเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กิจกรรมส่วนนี้นับเป็นหัวใจของหลักสูตร เพราะเป็นการจำลองบทบาทของผู้กำหนดนโยบายและคณะผู้เจรจาจริง ทำให้ผู้บริหารได้สัมผัสกับความซับซ้อนของการชั่งน้ำหนักผลประโยชน์ระหว่างสาขาเศรษฐกิจ การประเมินผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และการวางลำดับความสำคัญในการต่อรอง ซึ่งเป็นทักษะที่ไม่สามารถถ่ายทอดได้จากการบรรยายเพียงอย่างเดียว
นอกจากนี้ หลักสูตรยังจัดให้มีการศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับสถานประกอบการส่งออกชั้นนำระดับประเทศ เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้เห็นภาพการนำความตกลงการค้าเสรีไปใช้ในเชิงปฏิบัติจากผู้ที่ลงมือทำจริง ตั้งแต่การบริหารต้นทุน การจัดเตรียมเอกสารรับรองถิ่นกำเนิด ไปจนถึงการวางกลยุทธ์เจาะตลาดปลายทางและการรับมือกับมาตรฐานสินค้าของประเทศคู่ค้า ขณะเดียวกันผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้ภารกิจของกระทรวงพาณิชย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศรวม 7 หน่วยงาน ซึ่งเป็นการเปิดให้เห็นกลไกสนับสนุนของภาครัฐที่ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงได้ตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่ข้อมูลตลาดและการวิเคราะห์โอกาสทางการค้า การเจรจาเปิดตลาด การส่งเสริมการส่งออก ไปจนถึงการแก้ไขปัญหาอุปสรรคทางการค้าที่เกิดขึ้นในทางปฏิบัติ
อย่างไรก็ตามเป้าหมายสูงสุดของหลักสูตร คือการเปิดมุมมองใหม่ให้ผู้บริหารและต่อยอดองค์ความรู้ไปสู่การประยุกต์ใช้ได้จริง ทั้งในการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชนและการกำหนดนโยบายของภาครัฐ สะท้อนแนวคิดที่กระทรวงพาณิชย์ยึดถือมาโดยตลอดว่า การใช้ประโยชน์จาก FTA ให้ได้ผลนั้นไม่ใช่ภารกิจของกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความเข้าใจร่วมกันของทุกภาคส่วน ตั้งแต่ผู้กำหนดนโยบาย ผู้ประกอบการที่เป็นผู้ใช้สิทธิ นักวิชาการที่ทำหน้าที่วิเคราะห์และเสนอแนะ ไปจนถึงสื่อมวลชนที่เป็นสะพานเชื่อมข้อมูลสู่สาธารณะ ซึ่งเมื่อทุกฝ่ายมีฐานความเข้าใจร่วมกัน การแปลงความตกลงบนกระดาษให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ย่อมเกิดขึ้นได้เร็วและกว้างขวางกว่าเดิม
- 030
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี