วันพุธ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2569
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม กล่าวถึงกรณีกระทรวงคมนาคมเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบหลักการโอนสิทธิ์บริหารจัดการรถไฟฟ้าทุกสีทุกสายมาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ว่า เรื่องนี้ยังไม่ได้เข้าสู่ที่ประชุม ครม.วันที่ 2 มิถุนายน 2569 ต้องรอสัปดาห์หน้า โดยต้องรับฟังจากหน่วยงานให้ครบก่อน ซึ่งสายสีทองและสายสีเขียวมีหนี้อยู่ นอกจากจะรับทรัพย์สินมาแล้วต้องรับภาระหนี้มาด้วย จึงต้องรับฟังสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) , คณะกรรมการกฤษฎีกา , สำนักงบประมาณ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในเบื้องต้น
รมช.คมนาคม ระบุว่า เนื้อหาหลักเป็นการยกเลิกมติ ครม.เดิม ในการทำอัตราค่าโดยสารใหม่ตลอดสายเริ่มต้นจาก 17 บาท ไม่เกิน 45 บาท ทุกแพลตฟอร์มรวมกัน ซึ่งมติ ครม.เดิม ให้สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัลเป็นหน่วยงานที่ทำระบบชำระบัญชี (Clearing House : เคลียริ่งเฮาส์) เบื้องหลัง เราคิดว่าระบบเคลียริ่งเฮาส์ที่กระทรวงการคลังดำเนินการอยู่แล้ว โดยใช้ธนาคารกรุงไทยน่าจะมีความพร้อมอยู่ โดยได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังไปดำเนินการเรื่องเคลียริ่งเฮาส์หลังบ้าน และยังมีเรื่องการโอนสิทธิ์ โอนรายได้ โอนหนี้สินของสายสีเขียว และสายสีทองให้ รฟม. เพื่อดำเนินการถือกรรมสิทธิ์เดียว (Single ownership)
เมื่อถามว่าจะสามารถดำเนินการได้ทันเป็นของขวัญให้ประชาชนในปี 2570 หรือไม่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ทันแน่นอน เพราะตอนนี้เริ่มดำเนินการมาไกลพอสมควรแล้ว หัวใจสำคัญของโครงการนี้มันต้องมีอุปกรณ์รับชำระเงินที่ใช้เทคโนโลยีสื่อสารไร้สายระยะใกล้ หรือหัวอ่านบัตรอีเอ็มวี (EMV Contactless) ซึ่งตอนนี้รถไฟที่ยังไม่มี คือ สายสีเขียว และสายสีทอง ส่วนสายอื่นๆมีครบทั้งหมดแล้ว จึงต้องดำเนินการเพิ่มเติมให้รถไฟทั้ง 2 สายติดหัวอ่านบัตรอีเอ็มวี เพื่อดำเนินการ Single ownership ได้
เมื่อถามว่าจะมีการโอนกรรมสิทธิ์รถไฟฟ้าทุกสายเลยใช่หรือไม่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า โอนทุกสาย รวมถึงรถไฟฟ้าสายสีแดง เพื่อให้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ รฟม. เวลาออกนโยบายต่างๆจะได้สามารถดำเนินการได้ และค่าแรกเข้าจะต้องไม่เก็บซ้ำซ้อน โดยให้จัดเก็บเพียงครั้งเดียวตลอดการเดินทาง
เมื่อถามว่ารถไฟฟ้าบางสายที่ยังติดเรื่องสัมปทานอยู่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า เดี๋ยวต้องไปดูกัน เพราะบางสายสัมปทานใกล้หมด อาจจะไม่ใช้วิธีการเจรจา แต่จะใช้วิธีการในการช่วยประชาชนโดยตรงมากกว่า
นายสิริพงศ์ กล่าวถึงกรณี รฟม.ทดลองวิ่งรถบริการชัตเตอร์บัส (MRTA SHUTTLE BUS) บริเวณรถไฟฟ้าสายสีม่วงวิ่งทับเส้นทางรถสองแถว ทำให้รถสองแถวร้องเรียน ว่า เป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน โดยปกติรถโดยสารที่วิ่งและเก็บค่าโดยสารต้องมีการขออนุญาตขอสายทาง เพื่อดูว่าทับซ้อนกับผู้ประกอบการรายเดิมหรือไม่ แต่จากข้อมูลที่ได้รับไปวิ่งทับอยู่ 4 สายทาง กรมการขนส่งทางบกได้เร่งหาแนวทางแก้ไข ตนมองว่าคลี่คลายได้ เพราะประเภทหนึ่งเป็นรถสองแถวกับเป็นชัตเตอร์บัสติดแอร์ รูปแบบบริการและค่าบริการต่างกัน เป็นทางเลือกของผู้โดยสาร เพียงแต่ต้องทำให้ครบถ้วนตามกฎหมาย
เมื่อถามว่าหลายคนกังวลว่าอาจจะเป็นลักษณะของมาเฟียหรือไม่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า มี 2 ประเด็นคือประเด็นแรก เราทำให้ครบถ้วนตามกฎหมาย ประเด็นที่ 2 ถ้ามีลักษณะมาเฟีย ต้องไม่มีมาเฟียเกิดขึ้น ต้องทำให้ถูกตามกฎหมาย ต้องไม่มีลักษณะไปคุกคาม ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี