542.jpg
กางพิมพ์เขียว‘ระบบราง’ คุมเข้มรถไฟสินค้า-อัปเกรดคนขับ-ขยายรถไฟฟ้าคนเมือง-ดันท่องเที่ยว

กางพิมพ์เขียว‘ระบบราง’ คุมเข้มรถไฟสินค้า-อัปเกรดคนขับ-ขยายรถไฟฟ้าคนเมือง-ดันท่องเที่ยว

วันศุกร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 13.34 น.

‘พิพัฒน์-สิริพงศ์’ยกระดับรางไทยครั้งใหญ่! คุมเข้มรถไฟสินค้า-ยกระดับมาตรฐานคนขับ-ขยายแผนรถไฟฟ้าคนเมือง-ดันท่องเที่ยวทางราง กระตุ้นเศรษฐกิจทั่วประเทศผ่านบอร์ดรางฯ วางรากฐานความปลอดภัยสูงสุดของระบบรางไทย มุ่งให้ประชาชนเดินทางสะดวก ปลอดภัย เข้าถึงได้ และเติบโตไปพร้อมเศรษฐกิจไทย

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางราง ครั้งที่ 2/2569 เพื่อพิจารณาร่างกฎหมายและนโยบายสำคัญหลายประการรวมถึงแก้ไขปัญหาควบคู่ไปกับการใช้ประโยชน์จากระบบรางเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ


ทั้งนี้การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับความปลอดภัยของระบบรางไทยให้เป็นไปตามมาตรฐานสูงสุด โดยเฉพาะจากกรณีอุบัติเหตุขบวนรถไฟสินค้าชนกับรถโดยสารประจำทาง ซึ่งจำเป็นต้องเร่งกำหนดมาตรการที่สามารถ “สร้างความมั่นใจ” ลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ควบคู่กับการใช้ระบบรางเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว ทั้งนี้ ที่ประชุมได้เตรียมพิจารณาร่างกฎหมายด้านความปลอดภัยและมาตรฐานการประกอบกิจการขนส่งทางราง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาประเทศและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยมีสาระสำคัญใน 4 มิติ ได้แก่

มิติแรก การยกระดับความปลอดภัยและจัดระเบียบการขนส่งสินค้าทางรางในเขตเมือง จากบทเรียนอุบัติเหตุเมื่อช่วงกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ที่ประชุมเตรียมประกาศให้พื้นที่กรุงเทพมหานครเป็น “เขตเฝ้าระวังพิเศษ” โดยห้ามขบวนรถสินค้าเดินรถในเขตกรุงเทพมหานคร ยกเว้นช่วงเวลา 22.00–04.00 น. และเส้นทางเข้าสู่สถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่องลาดกระบัง หรือ ICD ลาดกระบัง พร้อมจำกัดความเร็วสูงสุดไม่เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และห้ามเดินรถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่กรุงเทพมหานครตลอด 24 ชั่วโมง เว้นแต่กรณีจำเป็นเร่งด่วนหรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ เพื่อลดความเสี่ยงต่อชีวิต ทรัพย์สิน และสิ่งแวดล้อมของประชาชนในพื้นที่ชุมชนหนาแน่น

มิติที่สอง การบูรณาการระบบรางกับการท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและกระจายรายได้ โดยเตรียมจัดตั้ง “คณะอนุกรรมการบูรณาการพัฒนาการท่องเที่ยวทางราง” เพื่อประสานความร่วมมือระหว่างกระทรวงคมนาคมและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มุ่งปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางรางภายใต้แนวคิด “การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล” หรือ Tourism for All ผลักดันการท่องเที่ยวทางรางให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม กระตุ้นเศรษฐกิจภูมิภาค และกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

มิติที่สาม ที่ประชุมเห็นชอบแผนพัฒนาระบบการขนส่งทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 เพื่อเป็นกรอบการพัฒนาโครงข่ายรถไฟฟ้าในระยะยาว มุ่งขยายโครงข่ายให้ครอบคลุม เชื่อมโยงการเดินทางอย่างไร้รอยต่อ หรือ Seamless Mobility และบูรณาการกับระบบขนส่งสาธารณะประเภทอื่น หรือ Feeder เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง แก้ปัญหาจราจร และรองรับการเติบโตของเมืองอย่างยั่งยืน

มิติสุดท้าย การวางรากฐานทางกฎหมายเพื่อควบคุมมาตรฐานผู้ประกอบการ ตัวรถ และบุคลากร โดยที่ประชุมพิจารณาให้ความเห็นชอบในหลักการร่างกฎหมายลำดับรอง 6 ฉบับ ครอบคลุมหลักเกณฑ์การขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการ ซึ่งกำหนดให้ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องเป็นนิติบุคคล มีทุนจดทะเบียนเพียงพอ และใบอนุญาตมีอายุไม่เกิน 30 ปี รวมถึงการกำหนดประเภทรถขนส่งทางราง คุณสมบัติและมาตรฐานด้านวิศวกรรมและความปลอดภัยของรถ ตลอดจนคุณสมบัติของพนักงานขับรถและพนักงานควบคุมรถ ทั้งด้านอายุ สุขภาพร่างกาย สุขภาพจิต และทักษะวิชาชีพ

นอกจากนี้ ยังเดินหน้ายกระดับความโปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาล โดยกำหนดให้สามารถแสดงใบอนุญาตในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ ทั้งใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ และใบอนุญาตตัวรถขนส่งทางราง เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้โดยง่าย  รวมถึงเพิ่มความมั่นใจให้กับประชาชนผู้ใช้บริการ และการให้ผู้ประกอบกิจการต้องจัดทำประกันความเสียหายให้มีความคุ้มครองตลอดอายุใบอนุญาต โดยพิจารณาวงเงินขั้นต่ำตามประเภทใบอนุญาตและมูลค่าโครงการ เพื่อให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงของกิจการและสร้างความมั่นใจแก่ผู้ใช้บริการและประชาชน
ขณะเดียวกัน รถขนส่งทางรางทุกประเภทต้องผ่านการจดทะเบียน มีโครงสร้างมั่นคง แข็งแรง ปลอดภัย ติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยครบถ้วน และจัดสรรพื้นที่ให้เหมาะสมสำหรับผู้ทุพพลภาพ ผู้สูงอายุ และรถเข็นคนพิการ ส่วนพนักงานขับรถและพนักงานควบคุมรถต้องผ่านการทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย การประเมินสุขภาพจิต ต้องไม่เป็นผู้ติดสารเสพติดให้โทษ และผ่านการทดสอบทักษะวิชาชีพตามมาตรฐาน

ทั้งนี้ นายพิพัฒน์ ได้เน้นย้ำอีกครั้งว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาระบบขนส่งทางรางของประเทศ ทั้งการพัฒนาโครงข่ายรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล การยกระดับความปลอดภัยของการขนส่งสินค้า การคุมเข้มมาตรฐานตัวรถและบุคลากร รวมถึงการบูรณาการระบบรางเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยทุกแผนงานและกฎระเบียบมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนมั่นใจ ปลอดภัย เข้าถึงบริการได้ง่ายและเท่าเทียม พร้อมผลักดันให้ระบบรางเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างแท้จริง

-032

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top