537.jpg
เปิดโผ16กลุ่มอุตฯ เจอวิบากไตรมาส2เสี่ยงทรุด

เปิดโผ16กลุ่มอุตฯ เจอวิบากไตรมาส2เสี่ยงทรุด

วันเสาร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวในงานแถลงนโยบายการบริหารงาน ส.อ.ท. วาระปี 2569-71 ภายใต้แนวคิด The New Chapter of Thai Industry : Empowering Growth with 5I เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยให้แข่งขันในเวทีโลกได้ ว่า สถานการณ์อุตสาหกรรมไทยรายกลุ่มช่วงไตรมาส 2 (เดือนเมษายน-มิถุนายน2569) พบว่า มี 16 กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจาก 5 ปัจจัยเสี่ยง คือ 1.กลุ่มปูนซิเมนต์ เหล็ก อลูมิเนียม เซรามิก หลังคา แก้ว เจอปัญหาต้นทุนการผลิตสูงทั้งราคาพลังงาน วัตถุดิบ และค่าขนส่ง 2.กลุ่มพลาสติก เคมีภัณฑ์ (ปุ๋ย) การพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ ขาดแคลนวัตถุดิบ 3.กลุ่มสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม ผลิตภัณฑ์หนัง รองเท้า เฟอร์นิเจอร์ เจอปัญหาสินค้านำเข้าราคาถูก และ 4.กลุ่มอัญมณีและเครื่องประดับ หัตถกรรมสร้างสรรค์ เจอปัญหากำลังซื้อและนักท่องเที่ยวที่ชะลอตัว

ขณะที่อุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มขยายตัวมี 13 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องปรับอากาศ อาหารและเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ยาง ได้อานิสงส์ตลาดต่างประเทศขยายตัว 2.กลุ่มเครื่องสำอาง ยา เครื่องมือแพทย์ น้ำมันปาล์ม ได้อานิสงส์ความต้องการในประเทศเติบโต และ 3.กลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า เครื่องจักรกลและระบบอัตโนมัติ เทคโนโลยีชีวภาพ พลังงานหมุนเวียนและการจัดการเพื่อสิ่งแวดล้อม ดิจิทัล(ดาต้า เซ็นเตอร์) จากนโยบายภาครัฐสนับสนุน


ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า เมื่อประเมินสถานการณ์อุตสาหกรรมไทยตลอดปี 2569 พบว่า มีปัจจัยลบต่อภาคอุตสาหกรรม ประกอบด้วย ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ กระทบต่อต้นทุนพลังงาน เกิดการขาดแคลนวัตถุดิบ ส่งผลต่อราคาสินค้า อัตราเงินเฟ้อที่เร่งตัวสูงขึ้นโดยเดือนเมษายน 2569 เพิ่มขึ้น 2.89% ผลจากราคาน้ำมันและอาหารที่เพิ่มขึ้นกดดันกำลังซื้อ คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั้งปี 2569 อยู่ในกรอบ 2.0-3.0% สินค้านำเข้าขยายตัวสูง โดยเดือนมกราคม-เมษายน 2569 เพิ่มขึ้น 35.72% ปัญหาขาดแคลนแรงงาน ส่งผลกระทบต่อกำลังการผลิต ตลอดจนความกังวลต่อภาวะซูเปอร์เอลนีโญช่วงกลางปี 2569 เพิ่มความเสี่ยงต่อฝนทิ้งช่วงและการเกิดภัยแล้ง ปริมาณน้ำต้นทุนลดลง

ขณะที่ปัจจัยบวก ประกอบด้วย การส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ (BOI) เติบโตต่อเนื่อง โดยไตรมาส 1/2569 ยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวม 1 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 142% โดยเฉพาะกลุ่มดิจิทัล/ดาต้าเซ็นเตอร์ มูลค่า 8.7 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 822% , ส่งออกขยายตัวสูง เดือนมกราคม-เมษายน 2569 เติบโต 10.44% โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้น 56.98% , มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 (พ.ร.ก.กู้เงิน) 4 แสนล้านบาท

โครงการไทยช่วยไทย พลัส และเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2 แสนล้านบาท , การปรับโครงสร้างพลังงาน คาดว่าจะหนุนให้จีดีพีเพิ่มขึ้น 0.6-0.8% , มาตรการช่วยเหลืออื่นๆ เช่น มาตรการผ่อนคลาย LTV ,โครงการ PromptBiz/Quick Big Win ช่วย SMEs เข้าถึงสินเชื่อ ตลอดจนแนวโน้มเครดิตประเทศไทยเป็น Stable (มีเสถียรภาพ) จาก Negative (เชิงลบ) หนุนความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างประเทศ

“จากสถานการณ์ดังกล่าว ส.อ.ท.จะเร่งผลักดันนโยบาย 5I โดยทำงานร่วมกับภาครัฐ เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนอุตสาหกรรมไทยให้ฟื้นตัวโดยด่วน ส่วนกรณีสหรัฐเตรียมจัดภาษีกลุ่มประเทศที่เกี่ยวข้องกับแรงงานบังคับ ซึ่งมีไทยรวมอยู่ด้วย จะขอดูความชัดเจนอีกครั้ง แต่เชื่อว่ากระทรวงที่เกี่ยวข้อง ทั้งแรงงาน และพาณิชย์ มีมาตรการรับมือเพราะอุตสาหกรรมปัจจุบันไม่มีการใช้แรงงานบังคับ” นางพิมพ์ใจ กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top