วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา (DIP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมฯได้ประชุมร่วมกับ นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือในการส่งเสริมการใช้ทรัพย์สินทางปัญญา(IP) ในการพัฒนาธุรกิจ และเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการไทย มุ่งเป้ายกระดับศักยภาพการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยสู่ระดับสากล โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SME ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่มุ่งผลักดันเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าและบริการไทยผ่านความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และ IP อีกทั้งยังเป็นนโยบายสำคัญของ ส.อ.ท. ด้วย
โดยในการหารือครั้งนี้ ส.อ.ท. ได้นำเสนอแนวคิดความร่วมมือภายใต้โครงการ FTI IP Connect ที่มุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการให้เข้าถึงองค์ความรู้และบริการด้าน IP ผ่านกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ การให้คำปรึกษาเชิงลึกโดยผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนกิจกรรม IP Dinner Talk เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และสร้างเครือข่ายธุรกิจ การเร่งรัดการพิจารณาสิทธิบัตรสำหรับภาคอุตสาหกรรม (Fast-Track Patent for Industry) การเชื่อมโยงผลงานวิจัยและ IP สู่ภาคการผลิตผ่านแพลต์ฟอร์มตลาดกลางทรัพย์สินทางปัญญา (IP Mart) รวมถึงการประเมินมูลค่า IP ในธุรกิจ เพื่อส่งเสริมการใช้ประโยชน์จาก IP เชิงพาณิชย์ สร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ และยกระดับผู้ประกอบการไทยจากผู้รับจ้างผลิต (OEM) สู่การเป็นเจ้าของแบรนด์และ IP
นอกจากนี้กรมฯยังพร้อมสนับสนุนการพัฒนาองค์ความรู้ด้าน IP แก่ผู้ประกอบการในเครือข่าย ส.อ.ท. ผ่านกิจกรรมอบรมและการให้คำปรึกษา ตลอดจนความร่วมมือด้านการเร่งรัดการพิจารณาคำขอสิทธิบัตรใน 4 สาขาเทคโนโลยีเป้าหมาย ได้แก่ นวัตกรรมทางการแพทย์และสาธารณสุข นวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต นวัตกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อม และนวัตกรรมดิจิทัล รวมถึงการใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์ม IP Mart เพื่อเชื่อมโยงผลงานวิจัย นวัตกรรมและ IP สู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์มากยิ่งขึ้น
“ที่ผ่านมากรมฯได้ประสานความร่วมมือกับ ส.อ.ท. อย่างใกล้ชิด ในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้สามารถใช้ IP เป็นเครื่องมือสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาคธุรกิจ เพื่อส่งเสริมการใช้ IP ให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม และจากนี้จะร่วมมือกันในการยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทย สานต่อความร่วมมือ เพื่อผลักดันผู้ประกอบการไทยให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และ IP เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ภาคอุตสาหกรรมไทยต่อไป”นางอรมน กล่าว
โดยในปี 2569 กรมฯมีกิจกรรมสำคัญที่สอดคล้องกับการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการและภาคอุตสาหกรรม จึงเชิญชวน ส.อ.ท. ร่วมประชาสัมพันธ์ข้อมูลไปยังผู้ประกอบการในเครือข่ายที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม ได้แก่ 1.งาน Thailand Character & Content Expo (TCEX) จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-12 กรกฎาคม 2569 ที่สยามพารากอน โดยมุ่งส่งเสริมอุตสาหกรรมคาแรกเตอร์และดิจิทัลคอนเทนต์ของไทยสู่ตลาดสากล
2.งานมหกรรมทรัพย์สินทางปัญญา (IP Fair) จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-29 สิงหาคม 2569 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิด IP x Venture Rise Thailand เพื่อเป็นเวทีเชื่อมโยง IP งานวิจัย และนวัตกรรม สู่โอกาสทางธุรกิจและการลงทุน
3.โครงการ “SME ไทย เพิ่มมูลค่าได้ด้วยทรัพย์สินทางปัญญา” ที่มุ่งเสริมสร้างองค์ความรู้และศักยภาพในการใช้ IP เพื่อพัฒนาธุรกิจ โดยจัดอบรมให้ความรู้และให้คำปรึกษาเชิงลึกแบบตัวต่อตัวแก่ผู้ประกอบการ SME ทั่วประเทศ ทั้งในกรุงเทพฯและปริมณฑล ราชบุรี ชลบุรี เชียงใหม่ สงขลา และขอนแก่น ในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2569 ผู้ประกอบการ 300 คนแรกที่เข้าร่วมโครงการ จะได้รับการสนับสนุนค่าธรรมเนียมการยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าสูงสุด 3,000 บาท เพื่อช่วยลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงระบบคุ้มครอง IP ได้มากขึ้น พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการ 150 รายที่เข้าร่วมโครงการ นำสินค้าและบริการมาจำหน่าย และจับคู่เจรจาธุรกิจกับโมเดิร์นเทรด ห้างสรรพสินค้า และร้านค้าชั้นนำ เพื่อให้เกิดการซื้อขายสร้างรายได้จริง ผ่านงาน Fair ที่จะจัดขึ้นในช่วงวันที่ 4-6 กันยายน 2569 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวสเกต
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี