543.jpg
ออกหมายเรียกโกงสอบ2บิ๊กไม่รอด11ลูกสมุนโดนด้วย

ออกหมายเรียกโกงสอบ2บิ๊กไม่รอด11ลูกสมุนโดนด้วย

วันอังคาร ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ออกหมายเรียกโกงสอบ

2บิ๊กไม่รอด

11ลูกสมุนโดนด้วย

พิชิตซัดทอดแหลก

กมธ.ดีเดย์31สิงหา

บุกสถ.เปิดดูตู้เซฟ

2 บิ๊ก “สถ.-มศว” ไม่รอด ตร.ร่อนหมายเรียก พร้อมมือคีย์บอร์ดอีก 11 ราย คดีม.157 อั้งยี่ ซ่องโจร เปิดทางให้ลูกสมุนแก้คะแนนโกงสอบท้องถิ่น หลัง “วิน-พิชิต” ที่อยู่ในเรือนจำไม่ยอมตายเดี่ยวซัดทอดแหลก ด้านนายกฯอนุทิน แจงแอ๊กชั่นชุดใหญ่ ย้ำคนผิดไม่มีหลุด ฝ่าย กมธ.ป.ป.ช.นัดบุก‘สถ.’31 ก.ค.นี้ ขอเช็ค ’ห้องอธิบดี-ดูตู้เซฟเก็บแฟลชไดรฟ์-คอมพ์ ผอ.‘ จ่อชงขึ้นแบล็กลิสต์ ‘มศว’ ทิ้งงาน-ทำไม่สำเร็จ

เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ที่ทําเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ที่มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานได้รายงานผลกับนายกฯแล้วจะมีแอคชั่นอย่างไรต่อไป ว่า” น้องติดตามข่าวบ้างหรือเปล่า แอคชั่นแรก มีการย้ายผู้บริหารกรมปกครอวท้องถิ่น ไปประจําสํานักงานปลัดกระทรวง แอคชั่นที่สอง ตั้งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย สอบสวนข้อเท็จจริง แอ็คชั่นสาม ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง กับผู้ที่คาดว่าน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง แอคชั่นที่สี่ ตั้งนายปกรณ์ นิลประพันธ์ กํากับดูแลการทุจริตครั้งนี้ แอคชั่นที่ห้า ให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ปช.)และตํารวจ ติดตามออกหมายจับออกหมายเรียก และจับกุมผู้ที่ถูกกล่าวหา แอคชั่นที่หก คณะกรรมการกลางสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น(กสถ.)ประชุมและมีมติยกเลิกการประกาศผล โดยแจ้งไปยังจังหวัดต่างๆ”


หมายเรียกหมายจับเพียบ

พร้อมระบุว่า“แอคชั่นที่เจ็ด เดี๋ยวคอยดู เดี๋ยวจะมีการออกหมายเรียก หรือหมายจับ ผู้ที่ทําการสอบสวนพบเส้นทางทางการเงิน การกระทํา และการติดต่อเชื่อมโยง แล้วทําไมบอกว่าไม่ทําอะไร “

เมื่อถามว่า ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล การที่ กสถ.ยกเลิกประการผลสอบ ข้าราชการท้องถิ่นปี 2568 ถือว่ารับผิดชอบเพียงพอหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ในส่วนของเขาเขาก็มีอำนาจหน้าที่ของเขา ส่วนการดําเนินคดีเป็นหน้าที่ของตํารวจ ป.ป.ช. และคณะกรรมการชุดนายปกรณ์ เพราะฉะนั้น ใครทําผิดไม่มีทางที่จะหลุด ข้อมูลทุกอย่างเชื่อมโยงกัน

“พิชิต”ซัดทอดแหลก

มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม ได้เดินทางไปขออนุมัติศาลอาญาเพื่อออกหมายจับผู้ต้องหาระดับสูงกว่า “จ่าพิชิต” จำนวน 2 ราย ซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.)

อย่างไรก็ตาม ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 2 ราย มีตำแหน่งหน้าที่การงานระดับสูง มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งชัดเจน อีกทั้งเป็นการถูกกล่าวหาจากการซัดทอดของผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ ศาลจึงเห็นควรให้ออกหมายเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาแทนการออกหมายจับ

พลตำรวจโทณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก) ยอมรับว่าวันนี้ได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาคดีโกงสอบ 13 คนให้มารายงานตัวภายในสิ้นเดือนนี้

โดยมีมีบุคคลระดับสูงอีก 2 คนซึ่งมีตำแหน่งสูงกว่ากลุ่มที่ปฏิบัติการภายในบ้านพักนนทบุรีโดยคณะพนักงานสอบสวนยืนยันว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดี

ข้อหาฐานร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มาตรา 157 กรณีเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ,ร่วมกันปลอมเอกสาร หรือใช้เอกสารปลอม ,ร่วมกันใช้หรือสนับสนุนให้มีการทุจริตในการสอบคัดเลือก ,ร่วมกันเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด หรือ ร่วมกันกระทำความผิด ทั้งนี้ หากผู้ใดไม่มาตามกำหนดนัดจะดำเนินการออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ตามขั้นตอนของกฎหมาย

ขณะที่ข้อมูลจากชุดพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม ระบุว่าการขยายผลครั้งนี้มีพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงบุคคลระดับสูง 2คนอย่างชัดเจน อีกทั้งยังสอดคล้องกับคำให้การของ ดร.วิน หนึ่งในสามผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ ซึ่งให้การซัดทอดว่ามีบุคคลระดับสูงเป็นผู้บงการและอยู่เบื้องหลังขบวนการทุจริตการสอบ

ข้อหาหนักครอบคลุม4ความผิด

ผู้สื่อข่าวว่า กลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมด 11 คน จะถูกแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกัน ประกอบด้วย1.ความผิดฐานเป็นอั้งยี่และซ่องโจร 2.ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188 ฐานทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งพินัยกรรมหรือเอกสารใดของผู้อื่น ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน 3.ความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ ฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ

นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนจะออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องระดับสูงกว่าจ่าพิชิตอีก 2 ราย (ผู้บริหาร มศว. และ สถ.) ให้มารับทราบข้อกล่าวหาในฐานความผิดเดียวกัน พร้อมแจ้งข้อหาเพิ่มเติมคือ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

2บิ๊กใช้ตำแหน่งโดยมิชอบ

รายงานข่าวจากการสอบสวนเปิดเผยถึงพฤติการณ์ว่า พยานหลักฐานมีความเชื่อมโยงถึงข้าราชการระดับสูงทั้ง 2 รายอย่างชัดเจน โดยพบว่ามีการใช้อำนาจและตำแหน่งหน้าที่ทางราชการในการอำนวยความสะดวก เพื่อให้กลุ่มขบวนการเข้าถึงข้อมูลการสอบ ซึ่งสอดคล้องกับคำให้การซัดทอดของ ดร.วิน หรือนายอัศวิน โชติพนัง ที่ระบุว่า ได้รับคำสั่งจาก จ.ส.ต.พิชิต ทั้งพรม 2 ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้า ให้ไปประสานงานกับผู้บริหารสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มศว ในฐานะผู้ดูแลจัดเก็บกระดาษคำตอบ เพื่อนำกระดาษคำตอบออกมาส่งมอบให้กลุ่มผู้แก้ไขคะแนน 11 ราย ที่บ้านพักใน จ.นนทบุรี

นอกจากนี้ ดร.วินยังได้ประสานงานกับ ผู้บริหารกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ในฐานะผู้จัดจ้างให้มีการจัดสอบและเป็นผู้ถือครองเฉลยข้อสอบ เพื่อนำเฉลยดังกล่าวมาส่งต่อให้กลุ่มขบวนการใช้ประกอบการแก้ไขคะแนนสอบต่อไป

คปท.บุกปปช.แก้ทุจริต

ที่สำนักงาน ป.ป.ช. กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ยื่นหนังสือถึง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้เร่งดำเนินการตรวจสอบการทุจริตในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นโดยความถูกต้อง

โดยนายพิชิต ไชยมงคล แกนนำกลุ่ม คปท. กล่าวเรียกร้อง

ให้ ป.ป.ช. ต้องกระทำก็คือ ต้องดำเนินการให้ถึงต้นน้ำให้ได้ คนบงการให้ได้ วันนี้สังคมคงเชื่อเหมือนกัน พี่น้องสื่อมวลชนที่ติดตามเรื่องนี้ก็คงเชื่อเหมือนกันว่า ไม่ใช่แค่ข้าราชการ ไม่ใช่แค่ 3 คนนั้น เพราะทั้ง 3 คนนั้นถือว่าเป็นคนนอกด้วยซ้ำไป ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรด้วยซ้ำ และ เรื่องนี้ ป.ป.ช. จะให้ความกระจ่างเพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีของ ป.ป.ช. เอง เคสนี้จะเป็นเคสที่ ป.ป.ช. สามารถสร้างชื่อ แล้วก็สร้างผลงานให้กับสังคมให้ได้

กมธ.ปปช.นัดบุกสถ.

นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย(ภท.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ตนนัดเข้าพบนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ข้าราชการของ สถ. ในวันที่ 31 ก.ค.นี้ เวลา 13.00 น. ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพื่อหารือและติดตามการแก้ไขปัญหาการ ทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น

นายอาสพลธ์ กล่าวต่อว่า กมธ.จะไปดูสถานที่จริงและติดตามเกี่ยวกับกระบวนการ จัดเก็บผลสอบในสถานที่จริง ตั้งแต่การรับแฟลชไดรฟ์ ในห้องทำงานของอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงการตรวจเครื่องคอมพิวเตอร์ของ น.ส.บุรณี แพรโรจน์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานสรรหาและบรรจุแต่งตั้ง ซึ่งต้องการไปดูสถานที่จริงขั้นตอนจริง อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องว่ามีปัญหาการหล่ะหลวมในเรื่องอะไร

นายอาสพลธ์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ตนมีแนวคิดเสนอส่งเรื่องไปยังกรมบัญชีกลางให้ขึ้นแบ็คลิสต์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ(มศว) ในการประมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เพราะเหตุผลว่าเป็นผู้ที่ทิ้งงานหรือทำงานไม่แล้วเสร็จ โดยปกติยังไม่เคยมีเหตุการณ์ขึ้นแบล็คลิสต์การจัดซื้อจัดจ้างระหว่างรัฐกับรัฐ ซึ่งการเข้าพบข้าราชการ สถ.ครั้งนี้ จะให้กำลังใจข้าราชการที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต ท่ามกลางวิกฤตศรัทธาจากเหตุการณ์ทุจริตสอบในครั้งนี้

ทั้งนี้มี รายงานว่า ประธาน กมธ.ป.ป.ช. เห็นว่าไม่ควรที่จะยกเลิกเพิกถอนผู้ที่สอบบรรจุไปแล้วทั้งหมด ด้วยเชื่อว่าอาจมีผู้ที่สอบโดยสุจริตอยู่ด้วย ดังนั้นควรที่จะมีมาตรการคัดกรองคน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top