วันเสาร์ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ปกรณ์สรุปโกงสอบท้องถิ่น
เอี่ยวเกินร้อย
ทั้งคนของรัฐ-เอกชน
ชี้ผิดปกติตั้งแต่TOR
รับ8พันบรรจุ1หมื่น
“ปกรณ์” เผยเกี่ยวข้องโกงสอบกว่าร้อยคน ทั้งรัฐ-เอกชน เตรียมส่งแผนประทุษกรรมรายงานให้นายกฯ 4 สิงหาคม ส่ง ปปง. ลุยต่อข้องใจ เปิดรับ 8 พันตำแหน่ง แต่บรรจุหลักหมื่น มึนคนไม่มีหน้าที่เข้ามาจุ้นเพียบ รับในชีวิตนี้ไม่เคยเจอ ด้าน “ทวี สอดส่อง”อดีตรมว.ยุติธรรม ร่ายยาวมหากาพย์ทุจริตโกงสอบขรก.ท้องถิ่น ฝีมือ สถ.-มศว ชี้เป็นขบวนการองค์กรอาชญากรรม ทั้งแอบปล้นงาน ม.บูรพา หน้าตาเฉย ทำรัฐสูญเงินทันที 50 ล้าน
เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ อดีตรมว.ยุติธรรม เผยถึง มหากาพย์ทุจริต “เรียกรับสินบนโกงการสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นกระจายทั้งแผ่นดิน” มีข้อสังเกตและข้อสงสัยความผิดปกติทางสถิติการสอบท้องถิ่น ดังนี้
1.) สถิติการจัดสอบท้องถิ่น ย้อนหลัง 5 ครั้ง
-ปี 2568 (มศว.): ผู้เข้าสอบ 213,030 คน | สอบผ่าน 47,208 คน | คิดเป็นอัตราสอบผ่าน 22.16% (พบตัวเลขพุ่งสูงขึ้นอย่างผิดปกติ)
-ปี 2564 (ม.บูรพา): ผู้เข้าสอบ 281,968 คน | สอบผ่าน 18,874 คน | คิดเป็นอัตราสอบผ่าน 6.69%
-ปี 2562 (ม.เกษตรศาสตร์): ผู้เข้าสอบ 249,235 คน | สอบผ่าน 9,893 คน | คิดเป็นอัตราสอบผ่าน 3.97%
-ปี 2560 (ม.บูรพา): ผู้เข้าสอบ 477,102 คน | สอบผ่าน 32,369 คน | คิดเป็นอัตราสอบผ่าน 6.78%
-ปี 2557 (ม.สวนดุสิต): ผู้เข้าสอบ 280,625 คน | สอบผ่าน 4,864 คน | คิดเป็นอัตราสอบผ่าน 1.73%
2.) สถิติการสอบวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) โดยสำนักงาน ก.พ. เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานการสอบข้าราชการระดับประเทศ (แบบ Paper & Pencil) จะพบว่าอัตราการสอบผ่านเฉลี่ยคงที่อยู่ในระดับประมาณ 1% ถึง 7% ดังนี้
-ปี 2568: ผู้สมัคร 450,000 คน | สอบผ่าน 19,488 คน | คิดเป็นอัตราสอบผ่าน 4.33%
-ปี 2567: ผู้สมัคร 384,906 คน | สอบผ่าน 28,571 คน | คิดเป็นอัตราสอบผ่าน 7.42%
-ปี 2566: ผู้สมัคร 333,500 คน | สอบผ่าน 15,485 คน | คิดเป็นอัตราสอบผ่าน 4.64%
-ปี 2565: ผู้สมัคร 369,437 คน | สอบผ่าน 4,744 คน | คิดเป็นอัตราสอบผ่าน 1.28%
-ปี 2564: ผู้สมัคร 719,805 คน | สอบผ่าน 11,349 คน | คิดเป็นอัตราสอบผ่าน 1.58%
พิลึกอัตราสอบผ่าน22เปอร์เซ็นต์
3.) บทวิเคราะห์และข้อสันนิษฐานพฤติการณ์ทุจริตจากการเปรียบเทียบสถิติการสอบแข่งขันเข้ารับราชการทั้งสองหน่วยงาน (กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และ สำนักงาน ก.พ.) จะเห็นได้ว่า มาตรฐานการสอบผ่านตามธรรมชาติจะมีอัตราเฉลี่ยสูงสุดไม่เกิน 7% ทว่าในการจัดสอบท้องถิ่นครั้งล่าสุด ปี 2568 โดยมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) กลับปรากฏอัตราผู้สอบผ่านสูงถึง 22.16% ซึ่งเกิดค่าเบี่ยงเบนทางสถิติเพิ่มขึ้นจากค่าเฉลี่ยปกติเกือบ 4 เท่าตัว ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นอย่างผิดธรรมชาตินี้ ไม่อาจเกิดขึ้นได้จากการกระจายตัวของความรู้ผู้เข้าสอบตามปกติ แต่อาจเป็นดัชนีชี้วัดถึง ความผิดปกติในขั้นตอนประมวลผล การปรับเปลี่ยนเกณฑ์ หรือการแทรกแซงแก้ไขข้อมูลคะแนนดิบในระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งเข้าข่ายสุ่มเสี่ยงต่อการทุจริตในการจัดสอบ
แฉปล้นงาน ม.บูรพา
สำหรับ มหากาพย์ทุจริตสอบเข้าท้องถิ่นครั้งนี้ กมธ. กฎหมายฯ ตรวจจากเอกสารและคำชี้แจง มีข้อเท็จจริงและหลักฐาน ดังนี้
1. จากเอกสารชี้แจงของกระทรวงมหาดไทยต่อคณะกรรมาธิการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน (กมธ.กฎหมายฯ) ทำให้ทราบว่า ก่อนจะเกิดกระบวนการทุจริตโกงการสอบเข้าท้องถิ่นตามอำเภอใจกระจายเต็มแผ่นดินครั้งล่าสุดนี้ เริ่มมาจาก “ปล้นงาน มหาวิทยาลัยบูรพา (ม.บูรพา)” ซึ่งมีประสบการณ์และผลงานในการจัดสอบจำนวนผู้สมัครมากที่สุดทั้งยังทำหน้าที่จัดสอบท้องถิ่นถึง 2 ครั้ง และเป็นสถาบันการศึกษาที่ไม่มีปัญหาทางคดีหรือพบการทุจริตแต่อย่างใด ม.บูรพา ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ชนะการเสนอราคาการดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2566 ในวงเงินเพียง 82,500,000 บาท สำหรับผู้สมัครประมาณ 300,000 คน คิดเป็นค่าใช้จ่ายเฉลี่ยเพียง 275 บาท/คน
ต่อมา นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดี สถ. ในขณะนั้น ได้มีหนังสือโดยอ้างข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล (รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในขณะนั้น) ประกอบกับ กสถ. ได้มีมติเห็นชอบสั่งชะลอการลงนามสัญญาโดยอ้างข้อร้องเรียนลอยๆ และนำเหตุความบกพร่องของ TOR ที่ สถ. เป็นฝ่ายยกร่างขึ้นเอง อ้างว่าใช้ดุลพินิจตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ มาตรา 67 (3)
รัฐบาลสูญเงินทันที50ล้าน
โดย สถ. ได้มีหนังสือและออกประกาศ ลงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 ยกเลิกประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคา (มบ.) ถือเป็นการ “ปล้นงาน มหาวิทยาลัยบูรพากลางแดน” เปิดทางให้ยกร่าง TOR ใหม่ นำไปสู่การจัดซื้อจัดจ้าง มศว. ที่ไม่มีผลงานในการสอบท้องถิ่นเลย ในวงเงินสูงถึง 133,236,208 บาท สร้างความเสียหายแก่งบประมาณแผ่นดินทันที 50,736,208 บาท
2. ผู้แทน ป.ป.ช. ได้ชี้แจงต่อคณะ กมธ. กฎหมายฯ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ว่า เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ร่วมกับ บก.ปปป. และ CIB ได้นำหมายค้นเข้าตรวจค้นบริษัทสามเมืองฯ ในจังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 พบข้าราชการส่วนท้องถิ่น 11 ราย กำลังร่วมกันแก้ไขกระดาษคำตอบและไฟล์คะแนนสอบ พร้อมของกลางที่ตรวจยึดได้ หลายรายการ ที่สำคัญ อุปกรณ์บันทึกข้อมูล (Flash Drive) บรรจุไฟล์คะแนนของกลุ่มเป้าหมายจำนวน 5,960 ราย ซึ่งถูกแก้ไขสถานะจาก “สอบตก” ให้กลายเป็น “สอบผ่าน” ทั้งภาค ก. และ ภาค ข. จากการสอบปากคำกลุ่มบุคคลดังกล่าวให้การว่า “นายพิชิต” เป็นผู้นำ Flash Drive มาให้แก้ไข โดยรับไฟล์มาจาก “นายวิน” นำไปสู่การออกหมายจับและจับกุมผู้ต้องหาหลักจำนวน 3 ราย
3. กสถ. ได้มอบหมายให้กรมปกครองส่วนท้องถิ่น ชี้แจงต่อ กมธ.กฎหมายฯ ว่า กสถ. ได้มีมติที่ประชุม ครั้งที่ 9/2569 เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 เห็นชอบให้ดำเนินการจำนวน 3 เรื่อง
1) ให้ยกเลิกหรือเพิกถอนมติการประชุมของ กสถ. ในคราวการประชุม ครั้งที่ 16/2568 เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 เฉพาะมติรับรองผลการสอบ โดยอ้างว่าผู้แทนของผู้ว่าจ้างมีการนำเสนอข้อมูลอันเป็นเท็จต่อที่ประชุม เป็นเหตุให้ที่ประชุมมีมติเห็นชอบและรับรองรายงานการประชุม โดยระบุผู้ผ่าน ภาค ก. และภาค ข. ของ ศูนย์สอบ (ยกเว้นศูนย์สอบภาคใต้) จำนวน 47,208 ราย แต่จากการตรวจสอบข้อมูลคะแนนดิบจากไฟล์กระดาษคำตอบที่แท้จริงปรากฏว่า มีผู้สอบผ่าน ภาค ก. และ ภาค ข. จำนวน 43,731 ราย
2) ให้ยกเลิกหรือเพิกถอนมติการประชุมของ กสถ. ในคราวการประชุม ครั้งที่ 4/2569 เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 เฉพาะมติรับรองผลการสอบ ซึ่งอ้างว่าผู้แทนของผู้ว่าจ้างมีการนำเสนอข้อมูลอันเป็นเท็จต่อที่ประชุม เป็นเหตุให้ที่ประชุมมีมติเห็นชอบและรับรองการประชุมดังกล่าว โดยระบุผู้ผ่าน ภาค ก. และภาค ข. ของ 2 ศูนย์สอบภาคใต้ จำนวน 8,545 ราย แต่ที่แท้จริงผ่าน ภาค ก. และ ภาค ข. จำนวน 5,926 ราย
แก้ไขคะแนวเกินครึ่งหมื่น
สรุปมีการแก้ไขคะแนนจริงรวม 6,096 ราย (แก้เพิ่มขึ้น 5,925 ราย, แก้ลดลง 2 ราย,ไม่มาสัมภาษณ์ 169 ราย) สุทธิผู้ถูกแก้ไขคะแนนจำนวน 5,927 – 5,960 ราย
3) ยกเลิกประกาศการขึ้นบัญชีจำนวน 2 ครั้ง คือ เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 และวันที่ 18 เมษายน 2569 และให้มีการประกาศการขึ้นบัญชีใหม่ โดยจัดเรียงลำดับรายชื่อจากคะแนนผู้สอบแข่งขันได้ขึ้นใหม่ตามผู้มีสิทธิที่ถูกต้อง โดยขณะนี้ สถ. อยู่ระหว่างการตรวจสอบคะแนนของผู้เข้าสอบทั้งหมด โดยคุ้มครองผู้เข้าสอบโดยสุจริต และคัดแยกบุคคลที่ไม่ผ่านเกณฑ์คะแนนตามมาตรฐาน
4. ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) ชี้แจงว่า มีการจัดสอบทั่วประเทศ โดยมีการกำหนดศูนย์สอบ จำนวน 10 ศูนย์สอบ โดยแบ่งการสอบจำนวน 2 ครั้ง เนื่องจากศูนย์สอบภาคใต้ประสบปัญหาอุทกภัย ซึ่ง มศว. มีความประสงค์ที่จะไม่จัดสอบในภาคใต้ แต่เนื่องจากมีการลงนามในสัญญาจ้างเรียบร้อยแล้ว และเกรงว่าจะมีประวัติการบอกเลิกสัญญาจากหน่วยงานรัฐ มศว. จึงได้มีการจัดทำข้อสอบ ออกข้อสอบ และว่าจ้างช่วงให้หน่วยงานภายนอก จำนวน 3 หน่วยงาน และได้รับอนุญาตจาก สถ. เรียบร้อยแล้ว ได้แก่
– บริษัท จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พริ้นท์ติ้ง จำกัด เพื่อดำเนินการผลิตข้อสอบและกระดาษคำตอบการตรวจกระดาษคำตอบและการประมวลผล
– บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เพื่อดำเนินการขนส่งข้อสอบและกระดาษคำตอบ
– มหาวิทยาลัยทั่วประเทศที่กำหนด ซึ่งเป็นศูนย์สอบทั้ง 10 แห่ง เพื่อดำเนินการร่วมเป็นสนามสอบ
1) ดำเนินการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น จำนวน 2 ครั้ง ได้แก่ ครั้งที่ 1 จัดสอบทั้งหมด 8 ศูนย์สอบ (ยกเว้นศูนย์สอบภาคใต้) เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2568 และครั้งที่ 2 จัดสอบเฉพาะศูนย์สอบภาคใต้ จำนวน 2 ศูนย์สอบ เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569
2) ดำเนินการตรวจกระดาษคำตอบ ประมวลผล โดยเมื่อมีการสอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว มศว. ได้ดำเนินการประมวลผลข้อสอบทันที และจัดส่งกระดาษคำตอบ ผลคะแนน ข้อสอบ โดยจัดทำเป็นไฟล์แบบ PDF และ EXCEL พร้อมรายชื่อที่สามารถนำขึ้นประกาศบัญชีได้ทันที, ไฟล์ภาพถ่ายกระดาษคำตอบ ภาค ก. และภาค ข., ไฟล์ประมวลผลคะแนนสอบ โดยบันทึกในอุปกรณ์บันทึกข้อมูล (Flash drive) และได้นำข้อมูลทั้งหมดใส่ซองและมีการลงลายมือชื่อร่วมกันระหว่าง สถ. และ มศว
ประสานงานผ่านไลน์
จากนั้นนำซองดังกล่าวใส่ไว้ในกระเป๋าเจมส์บอนด์ และได้นำส่งไปยัง สถ. ซึ่งตาม TOR ต้องส่งมอบให้กับประธาน กสถ. หรือบุคคลที่ประธาน กสถ. กำหนด ซึ่งประธาน กสถ. กำหนด ให้ข้าราชการระดับผู้อำนวยการ 2 คน(ขอปิดชื่อ) และผู้ชี้แจงได้พบกับ“อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งได้บอกกับผู้ชี้แจง มศว ว่า กรมจะไปพิจารณาเอง” ซึ่ง ผู้ชี้แจงยืนยันเป็นอำนาจหน้าที่ของ กสถ และ สถ. ในการตรวจสอบความถูกต้อง มศว ผู้รับจ้าง จะไม่ทราบว่ากระบวนการทำงานและพิจารณาอย่างไร โดยมีระยะเวลาดำเนินการจัดส่งข้อมูลดังกล่าว คือ ของศูนย์สอบที่ 1 – 8 ส่งให้ สถ. เมื่อวันที่ 11 –12 ธันวาคม 2568 และของศูนย์สอบภาคใต้ (ศูนย์ที่ 9 – 10) ส่งให้ สถ. เมื่อวันที่ 18 – 19 กุมภาพันธ์ 2569
ภายหลังจากที่มีการส่งมอบไปยัง สถ. เรียบร้อยแล้ว ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่ของ สถ. ได้มีการประสานงานผ่านทางช่องทางแอปพลิเคชั่นไลน์มายัง มศว เพื่อให้มีการประทับตราในไฟล์ประกาศรายชื่อและบัญชีรายชื่อ บริเวณมุมล่างขวาของกระดาษ โดยอ้างว่าเป็นกรณีปกติของทาง สถ. ที่ให้ผู้รับจ้างประทับตรา ซึ่ง มศว ได้ปฏิเสธเนื่องจากไม่เคยดำเนินการประทับตราดังกล่าว แต่ สถ. ยังคงยืนยันให้ดำเนินการ โดยอ้างวิธีปฏิบัติของ สถ.
‘มศว’ไม่ตรวจสอบให้ชัด
ดังนั้น มศว จึงดำเนินการประทับตรามหาวิทยาลัย โดยไม่ได้มีการตรวจสอบข้อมูลว่าข้อมูลที่ได้ประทับตรานั้น ตรงกับข้อมูลที่เคยส่งมอบให้แก่ สถ. ก่อนนี้หรือไม่ เนื่องจากเป็นการใช้ไฟล์ดิจิทัลดำเนินการ และเชื่อว่าข้อมูลที่ให้ประทับตรานั้นตรงกับข้อมูลที่เคยส่งมอบให้แก่ สถ. โดยไม่ได้มีการกำหนดไว้ใน TOR และสัญญาแต่อย่างใด
ต่อมามีการประกาศผลผู้มีสิทธิสอบ ภาค ค. สำหรับ 8 ศูนย์สอบแรก ในวันที่ 24 ธันวาคม 2568 และมีการประกาศผลการขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 และได้มีการประกาศผู้มีสิทธิสอบ ภาค ค. ของศูนย์สอบภาคใต้ จำนวน 2 ศูนย์สอบ เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 และมีการประกาศผลการขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นในวันที่ 18 เมษายน 2569 การประกาศผลสอบทั้ง 2 ครั้ง มีการนำข้อมูลเท็จ และปลอมแปลงเอกสารราชการ นำผู้ที่สอบได้คะแนนต่ำไม่ผ่านเกณฑ์เป็นผู้สอบได้ ตามข้อมูลที่ผู้แทน ป.ป.ช. ชี้แจงประมาณ 5,960 ราย โดยแจ้งจากสอบตกเป็นสอบได้
กระบวนการทุจริตเรียกรับผลประโยชน์อย่างมโหฬาร มีการปลอมแปลงเอกสารราชการ การนำเอกสารเท็จไปประกาศ ใช้เครือข่ายกระทำความผิดที่ย่ามใจ เป็นองค์กรอาชญากรรมที่ไม่เกรงกลัวกฎหมายและกระทำผิดกฎหมายหลายฉบับ มีพยานหลักฐานทั้งบุคคล เอกสาร วัตถุ หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่สมบูรณ์ครบถ้วนและต้องขยายผลไปถึง “ผู้สั่งการ ใช้ จ้าง วาน ระดับนโยบาย” เพื่อขจัดมหากาพย์ทุจริตสอบท้องถิ่นเรียกรับสินบนกระจายทั้งแผ่นดิน“ คืนความเป็นธรรมให้แก่ผู้สอบแข่งขันโดยสุจริต และปกป้องระบบคุณธรรมของราชการแผ่นดินต่อไป
จันทร์นี้ฟันผู้ต้องหาเพิ่ม
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. เปิดเผยความคืบหน้าคดีทุจริตสอบท้องถิ่นเพิ่มเติมว่า ได้มีการประสานขอเอกสารและคำให้การเพิ่มเติมจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) พร้อมทั้งให้ทีมงานสืบสวนดำเนินการในส่วนทางเทคนิคเพิ่มเติม เพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับการดำเนินคดีอาญาว่าจะมีบุคคลใดเพิ่มเติมหรือไม่ โดยจะนัดประชุมกับทีมงานเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานให้ปรากฏความชัดเจนเพียงพอก่อนดำเนินการกับบุคคลนอกเหนือจาก 3 คนนี้
ในส่วนที่สอง วันนี้จะมีการรายงานผลต่อคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงซึ่งเป็นการรายงานการดำเนินงานครั้งที่ 2 มีความคืบหน้าไปพอสมควร เกี่ยวกับกระบวนการสอบ กระบวนการควบคุม รวมถึงกระบวนการเก็บรักษาเอกสารการตรวจสอบข้อเท็จจริงของทาง มศว. ที่ปรากฏเป็นข่าวในโซเชียลมีเดีย โดยภายหลังการรายงาน รองนายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้แถลงข่าวให้สื่อมวลชนทราบอีกครั้ง ซึ่งตนจะเดินทางไปร่วมแถลงด้วยแต่จะให้ทางสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้แถลงหลัก
สำหรับกรอบเวลาในการดำเนินคดีอาญานั้น ภายในวันจันทร์นี้จะได้ผลที่ชัดเจนว่าจะดำเนินการกับบุคคลเพิ่มเติมหรือไม่ หากไม่มีการดำเนินคดีเพิ่มเติม ก็จะต้องรายงานให้สำนักงาน ป.ป.ช. ทราบก่อนในรอบแรก เพื่อให้คณะอนุกรรมการไต่สวนดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ทำแผนประทุษกรรมให้นายกฯ
บ่ายวันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ครั้งที่ 3/2569
โดยให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมว่าทางคณะกรรมการช่วยกันพิจารณาในรายละเอียด โดยในเบื้องต้นจะให้คณะทำงานเล่าถึงรายละเอียดต่างๆ ว่ามีใครที่เกี่ยวข้องบ้าง และแผนประทุษกรรมเป็นอย่างไร ความรับผิดชอบของแต่ละส่วนงานของแต่ละคนนั้นเป็นอย่างไร เพื่อนำเรียนนายกฯต่อไป
มีเอี่ยวโกงสอบร้อยกว่าคน
ต่อมาเวลา เมื่อเวลา 16.00 น. นายปกรณ์ ให้สัมภาษณ์หลังประชุมว่า ารตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการและพนักงานท้องถิ่นประจำปี 68 ครั้งที่ 3 ว่า การประชุมครั้งนี้ได้มีการนำข้อมูลต่างๆ มารายงานและได้สรุปเป็นโครงร่าง โดยจะมีการสรุปแบ่งเป็น 4 ส่วน ดังนี้ 1.เรื่องการพิจารณากำหนดอัตราตำแหน่งว่า มีที่มาที่ไปอย่างไร จำนวนเป็นอย่างไร แต่สุดท้ายมีเหตุผลอะไรจำนวนถึงโป่งกว่าเดิม 2.สิ่งที่เราเจอคือ กระบวนการก่อนการสอบมีจุดบกพร่องอะไรบ้าง ซึ่งพบเห็นจุดบกพร่องอยู่หลายประการ และทีโออาร์ รวมถึงจะแยกว่า ใครมีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง กระบวนการทำสัญญาจัดจ้าง กระบวนการจัดสอบมีกระบวนการอย่างไร พบข้อบกพร่องค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว ไม่ได้สอดคล้องกับที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ดำเนินการจัดสอบตามปกติ 3.กระบวนการจัดเก็บเอกสาร กระบวนการจัดสอบ เป็นไปตามมาตรฐานของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) หรือไม่ เพราะการจัดสอบของมหาวิทยาลัยควรจะเป็นไปตามมาตรฐานที่จัดสอบอยู่ เช่น การสอบ
เอ็นทรานซ์และการสอบของมหาวิทยาลัย 4.การประกาศผลสอบและบรรจุแต่งตั้ง ซึ่งพบว่า เดิมขอบรรจุ 8,000 ตำแหน่ง แต่ตอนบรรจุกลับบวมมาเป็น 10,000 ตำแหน่งได้อย่างไร ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ มีมติอะไรรองรับหรือไม่
เช็คยิบเส้นทางการเงิน
นายปกรณ์ กล่าวว่า ส่วนข้อเสนอแนะ หลังจากเกิดเรื่องขึ้นแล้ว ผู้เกี่ยวข้องและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีปฏิกิริยาอย่างไรบ้าง ได้แก้ไขอย่างไรบ้างเมื่อเกิดปัญหาเพื่อให้สถานการณ์ยุติโดยเร็ว และใครมีส่วนเกี่ยวข้องอะไร อย่างไร ส่วนเรื่องเส้นทางการเงิน ทาง ป.ป.ท. และปปง.รับไปดำเนินการต่อ ซึ่งหลังจากนี้คณะทำงานจะระดมทำงานในช่วงวันหยุด เพื่อจะปิดเล่มและทำรายงานเสนอนายกฯ ในวันที่ 4 ส.ค. เพื่อสั่งการต่อไป
ทั้งนี้ ได้ให้ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการฯ ระบุตัวบุคคลที่เกี่ยวข้อง เริ่มตั้งแต่ครั้งแรกมีใครบ้าง คณะกรรมการอนุมัติชุดแรกมีใครบ้าง และจะเห็นว่า ใครบ้างที่ต้องไปตรวจสอบกันต่อ โดยรับผิดชอบ แต่คณะกรรมการชุดนี้จะไม่ชี้ว่า ใครผิด เพราะจะปล่อยให้พิสูจน์เจตนาและความผิด ถ้าใครเกี่ยวข้องทางวินัยให้หน่วยงานต้นสังกัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบต่อ ถ้าเป็นเรื่องทางอาญาเป็นเรื่องของตำรวจ ป.ป.ช.ตรวจสอบ ส่วนใครทำผิดปกครองให้ไปตามขั้นตอนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่คนที่เกี่ยวข้องแต่ละขั้นตอนจะระบุไว้
เกี่ยวข้องร้อยกว่าคน
รองนายกฯ กล่าวว่า สำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องมีเกินร้อยคน มีทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งขอไม่ระบุว่า เป็นระดับไหน แต่จะระบุหมดว่า ใครเกี่ยวข้อง และเกี่ยวข้องในช่วงเวลาไหน แต่ขอย้ำว่า ทุกคนยังไม่ได้ผิด แต่เป็นคนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการ และชั้นนี้ไม่ได้ระบุถึงคนจ่ายกับคนรับสินบน จะเป็นการหาว่า กระบวนการนี้เกี่ยวข้องกับใคร ตรงไหนเป็นจุดเด่น ซึ่งจะชัดเจนในตัวของตัวเอง แต่ยอมรับว่า คณะกรรมการชุดของตนถือเป็นสารตั้งต้น และจะมีข้อเสนอแนะให้นายกฯ เพื่อให้ส่งรายงานแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งตำรวจ ป.ป.ช. ป.ป.ท. ปปง. ไปดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอเกี่ยวกับการจัดสอบครั้งนี้ต่อไป โดยเฉพาะกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) และคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ควรจะปิดช่องโหว่ รวมถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบรรจุแต่งตั้งไปแล้ว ซึ่งมีคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดไปแล้ว คงไม่มีอะไรผิดไปจากนั้นเท่าไหร่ อยู่ที่การแยกแยะว่า จะมีจำนวนเท่าไหร่
4สค.นัดประชุมอีกหน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในจำนวนกว่าร้อยคน เกี่ยวข้องด้านไหนบ้าง นายปกรณ์ กล่าวว่า มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการสอบ และไม่ได้มีหน้าที่กับการจัดสอบแต่ไปเกี่ยวข้องกับการสอบ อย่างไรก็ตาม หลังจากยื่นให้นายกฯแล้ว คณะกรรมการฯชุดของตนจะหมดหน้าที่ โดยจะเหลือการประชุมอีก 1 ครั้งในวันที่ 4 ส.ค. เพื่อตรวจทานก่อนส่งให้นายกฯ
“เรื่องที่จะเสนอนายกฯสำคัญทุกเรื่อง เพราะไม่มีใครทนได้ นั่งประชุมไปก็ถอนประชุมไปกันเฮือกๆ มันทำกันอย่างนี้ได้อย่างไร รมว.ยุติธรรม ยังแซวผมว่า ท่านประธานจะหมดลมแล้ว เพราะถอนหายใจบ่อยเหลือเกิน และผมยอมรับว่า ในชีวิตนี้ไม่เคยเจอ”นายปกรณ์ กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี