วันพุธ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ปกรณ์ชูธง8ปี
ลุยแผนปฏิรูป
ยุบ-ลดซ้ำซ้อน
หมื่นหน่วยงาน
“ปกรณ์”เผยครม.รับทราบ แผนปฏิรูปกำลังพลภาครัฐ กำหนดอัตราข้าราชการปัจจุบัน เป็นเพดานสูงสุด พร้อมหยุดตั้งสำนักงานส่วนกลางในภูมิภาค ที่มีอยู่กว่า1หมื่นหน่วย ทยอยทบทวน-ยุบ ลดภาระงบประจำจากร้อยละ70เหลือร้องละ30 ตั้งเป้าดำเนินการภายใน8ปี
เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี แถลงถึงการปฏิรูประบบกำลังข้าราชการภาครัฐว่า การปฏิรูปการจัดกำลังพลภาครัฐเป็นไปตามนโยบายที่รัฐบาลแถลงต่อรัฐสภา เนื่องจากสถานการณ์ด้านการเงินการคลังของประเทศ ซึ่งงบประมาณกว่า 70% เป็นรายจ่ายประจำ ส่งผลให้งบประมาณสำหรับการลงทุนมีสัดส่วนน้อย รัฐบาลจึงเล็งเห็นปัญหาและพยายามหาแนวทางแก้ไข
นายปกรณ์กล่าวว่า นายปกรณ์กล่าวว่า วันนี้ได้เสนอเรื่องการบริหารจัดการกำลังพลภาครัฐต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยจะควบคุมอัตรากำลัง หรือ “ฟรีซข้าราชการ” (ตรึงจำนวนอัตรากำลังไม่ให้เพิ่มจากที่มีอยู่ในปัจจุบัน) โดยให้ถือว่าอัตรากำลังที่มีอยู่ ณ ขณะนี้เป็นจำนวนสูงสุดเท่าที่จะมีได้ พร้อมให้มีการใช้กำลังจากหน่วยงานอื่นร่วมกัน
นอกจากนี้ จะมีการยกเลิกตำแหน่งที่ไม่จำเป็น ทั้งตำแหน่งด้านวิชาการและตำแหน่งทั่วไป โดยไม่ให้กระทบกับตำแหน่งอื่น รวมถึงยกเลิกตำแหน่งในแผนงานที่ไม่มีความจำเป็น จากนั้นจะปรับโครงสร้างและภารกิจของแต่ละหน่วยงานให้ทันสมัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยมากขึ้น“คอมพิวเตอร์จะไม่ได้ใช้เพียงพิมพ์ดีด แต่จะนำมาใช้บริการประชาชนด้วย
นายปกรณ์ กล่าวต่อว่า อีกส่วนสำคัญคือการยกเลิกหน่วยงานส่วนกลางที่ตั้งอยู่ในภูมิภาค ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนมากและเป็นภาระด้านงบประมาณ โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เสนอให้ยุติการจัดตั้งสำนักงานส่วนกลางในส่วนภูมิภาคเพิ่มเติมทั้งหมด ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
สำหรับหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นแล้ว จะมีการทบทวนและทยอยยกเลิกแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้ยกเลิกทั้งหมดในคราวเดียว เพราะอาจส่งผลกระทบต่อการให้บริการประชาชน โดยจากเดิมที่มีอยู่กว่า 10,000 หน่วยงาน จะทยอยปรับลดลงนับจากนี้ ส่วนผลต่อการลดภาระงบประมาณจะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป และอาจยังไม่เห็นผลชัดเจนภายใน 1-2 ปีนี้ ขณะที่การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการให้บริการประชาชนถือเป็นเรื่องสำคัญของรัฐบาล และจำเป็นต้องดำเนินควบคู่ไปกับการปรับปรุงกำลังพลภาครัฐ
นายปกรณ์ กล่าวอีกว่า หลักการสำคัญของการบริหารจัดการภาครัฐในปัจจุบัน คือ รัฐไม่ใช่เพียงผู้ควบคุม แต่ต้องทำหน้าที่อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการรับบริการต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้ต้นทุนให้น้อยที่สุด สำหรับการลดจำนวนหน่วยงานที่ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 30,000 หน่วย จะพยายามลดลงให้ได้มากที่สุด แต่ในเบื้องต้นต้องพิจารณาก่อนว่าแต่ละหน่วยมีภารกิจอย่างไร และส่วนใดสามารถลดหรือใช้สิ่งอื่นทดแทนได้ ทั้งนี้ รัฐบาลตั้งเป้าลดภาระงบประมาณรายจ่ายประจำ จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนประมาณ 70% ให้เหลือไม่เกิน30% โดยนายปกรณ์ระบุว่า หากไม่เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันนี้ ในอนาคตลูกหลานจะได้รับผลกระทบ จึงต้องยอมรับความจริงและแก้ไขปัญหา พร้อมประเมินว่าการดำเนินการให้สำเร็จภายใน 4ปี อาจไม่ทันและคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 8ปี
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี