543.jpg
'ปกรณ์’ลุยปฏิรูปราชการ  ยุบหน่วยงาน

'ปกรณ์’ลุยปฏิรูปราชการ ยุบหน่วยงาน

วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

'ปกรณ์’ลุยปฏิรูปราชการ

ยุบหน่วยงาน

ก.ย.นี้ประเดิม2แห่ง

4-5องค์การมหาชน

“ปกรณ์” ลุยปฏิรูประบบงานภาครัฐ ยุบหน่วยงานซ้ำซ้อน ประเดิมกันยายนนี้ ยุบธนาคารที่ดิน ตามด้วยป.ย.ป. และ 4-5 องค์การมหาชน ไม่ผ่านการประเมิน เผยมี 2 ตัวเลือกให้เจ้าหน้าที่ เออรี่รีไทร์-โอนย้ายหน่วยงาน ย้ำโลกเปลี่ยน ถ้าไม่ปรับ ประเทศไทย ก็พัฒนายาก

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงแนวทางการปฏิรูประบบราชการ เรื่องการยุบหน่วยงานที่ซ้ำซ้อนหรือไม่มีความจำเป็น ว่าการยุบหน่วยงานซ้ำซ้อน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ได้ให้นโยบายมาแล้วว่าจะยุบ ขณะนี้ประเมินไว้แล้วว่าหน่วยงานที่จะยุบอันดับต้นๆ จะเริ่มตั้งแต่ช่วงสิ้นเดือนกันยายน คือสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) หรือ บจธ.(ธนาคารที่ดิน) เพราะมีการขยายระยะเวลามาหลายปีแล้ว อาจนำไปรวมกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ซึ่งตอนนี้มีการฟีดควบคุมไว้ทั้งหมดแล้ว


นายปกรณ์ กล่าวต่อว่า จากนั้นจะพิจารณายุบหน่วยงานอื่นๆ ที่ซ้ำซ้อนเช่น สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) และหน่วยงานองค์การมหาชน อีก 4-5 หน่วยงานในเบื้องต้น ที่ไม่ผ่านการประเมินมาหลายปี หลังจากที่ก่อนหน้านี้ให้โอกาสปรับตัวแล้ว พร้อมย้ำว่า การยุบหน่วยงานจะค่อยๆ ทำ ไม่เช่นนั้นจะกระทบกระเทือนเจ้าหน้าที่

ส่วนกรณีถ้าหากยุบหน่วยงานแล้วมีการออกมาชุมนุมเรียกร้องคัดค้าน นายปกรณ์ กล่าวว่า ขอเรียนตรงๆ เราต้องอยู่กันด้วยเหตุผล วิธีการเก่าๆ แบบนี้ควรเลิกได้แล้ว เพราะมันไม่ดีสำหรับประเทศ ฉะนั้น หากดูจากสถานการณ์และตัวเลขงบประมาณ และยังทำเช่นเดิมประเทศจะไปไม่ได้

“สิ่งสำคัญที่สุด เราต้องยอมรับความจริงว่าอยู่แบบเดิมไม่ได้แล้ว จะตั้งหน่วยงานมาเยอะแยะมันไม่ได้แล้ว เพราะโลกมันเปลี่ยนไป” นายปกรณ์ กล่าว

รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย อธิบายหลักการพิจารณายุบหน่วยงาน ว่าสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ ก.พ.และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ หรือ ก.พ.ร.จะเป็นผู้ประเมินหน่วยงานราชการ ส่วนหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ กระทรวงการคลังจะเป็นฝ่ายผู้ประเมิน โดยเกณฑ์ประเมินคือเป็นหน่วยงานที่มีภารกิจซ้ำซ้อน

สำหรับการบริหารจัดการอัตรากำลังหน่วยงานที่ถูกยุบไป จะมี2 แนวทาง 1.ถ้าสมัครใจออกก็เข้าร่วมโครงการเออร์ลี่รีไทร์ และ 2.ย้ายไปอยู่หน่วยงานใหม่ แต่ยอมรับว่าสิทธิประโยชน์คงไม่ได้เหมือนเดิม จะต้องอิงตามระบบของหน่วยงานใหม่

ผู้สื่อข่าวถามว่า การดำเนินนโยบายยุบหน่วยงาน กังวลว่าจะเสียคะแนนทางการเมืองหรือไม่ นายปกรณ์ ยืนยันว่า เรื่องนี้รัฐบาลให้ตนดำเนินการ ทุกคนก็บอกว่าดีเมื่อถามย้ำว่า เรื่องนี้ถือเป็นวาระเร่งด่วนต้องทำให้ชัดเจนภายในปีนี้หรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า ถึงอย่างไรก็ต้องทำภายในรัฐบาลนี้ แม้อาจจะเห็นผลอีก 10 ปีข้างหน้าก็ตาม เพราะมันไม่ได้ง่ายเหมือนภาคเอกชนปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กร

พร้อมมองว่าสถานการณ์ในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรให้เหมาะสมตอนนี้เป็นไปทั่วโลก ฉะนั้นภาครัฐประเทศไทยก็ต้องปรับตัว ไม่เช่นนั้นจะได้รับผลกระทบรุนแรงจากสถานการณ์ต่างๆ ทั้งปัญหาพลังงานหรือภาษีที่เพิ่มขึ้น พร้อมย้ำว่า วันนี้เราไม่ได้อยู่ในโลกที่เป็นปกติเหมือน 10-20 ปีก่อน ที่อยู่ในยุคการค้าขายอย่างไรก็รวย แต่วันนี้มันไม่ใช่

นายปกรณ์ กล่าวว่า ต้องมาช่วยกันดูแล ถ้าเราไม่ปรับโครงสร้างรัฐหรือเปลี่ยนวิธีการทำงาน ความสามารถในการแข่งขันของประเทศจะนิ่งและเทียบประเทศอื่นที่พัฒนาดีขึ้นไม่ได้ ฉะนั้นอยากให้เข้าใจตรงนี้ ไม่อยากให้ดราม่า“ก็ต้องคิดเอาว่าจะเลือกเอาประเทศ หรือจะเลือกเอาตัวเอง” นายปกรณ์ กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top