542.jpg
ลุยเออร์ลี่ฯขรก.พลเรือน อายุ40ปีขึ้นไป ‘ปกรณ์’เอาแน่รื้อสวัสดิการ

ลุยเออร์ลี่ฯขรก.พลเรือน อายุ40ปีขึ้นไป ‘ปกรณ์’เอาแน่รื้อสวัสดิการ

วันพุธ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ลุยเออร์ลี่ฯขรก.พลเรือน

อายุ40ปีขึ้นไป

ปกรณ์เอาแน่รื้อสวัสดิการ

ใช้กับข้าราชการบรรจุใหม่

ปกรณ์”เดินหน้าเปิดเออร์ลี่รีไทร์ภายในปี 2570 ประเดิมข้าราชการพลเรือนเริ่มตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป ล็อกเป้าลดอัตราธุรการ-เสมียนใช้เทคโนโลยีเข้าแทน จ่อใช้ระบบประกันสุขภาพแทนสวัสดิการย้ำเป็นระบบสมัครใจหวังลดจำนวนขรก. หลังรายจ่ายประจำสูงขึ้น เริ่มใช้บรรจุใหม่ส่วนข้าราชการเดิมให้เป็นตัวเลือก

เมื่อวันที่ 7กรกฎาคม2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแนวคิดให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.)ศึกษาเรื่องการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดโดยจะให้มีผลทันทีภายในปีงบประมาณ 2570ว่าเป็นนโยบายที่รัฐบาลแถลงต่อรัฐสภา เนื่องจากมีตัวเลขรายจ่ายประจำที่สูงเพิ่มขึ้นมาก ส่งผลให้รัฐบาลมีงบประมาณใช้จ่ายในการลงทุนและช่วยเหลือประชาชนน้อยลง จนกลายเป็นปัญหา จึงมีแนวคิดลดจำนวนข้าราชการลงผ่านระบบสมัครใจจะพยายามทำโดยเร็วที่สุด


“หากช้าไปจะไม่ดี เนื่องจากจะเป็นงบผูกพันในปีถัดไป โดยโครงการดังกล่าวจะทำควบคู่กับการปรับลดอัตราตำแหน่งในระบบราชการให้เหลือเท่าที่จำเป็น ซึ่งเหตุผลนอกจากเรื่องงบประมาณแล้ว ขณะนี้เรามีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เพื่อทดแทนงานปกติประจำวัน จึงสามารถยกเลิกในบางตำแหน่งได้ แต่ไม่ได้มุ่งมั่นให้เกิดความโกลาหล และจะดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป”นายปกรณ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าตำแหน่งใดบ้างที่อาจจะปรับลด นายปกรณ์ กล่าวว่า ยกตัวอย่างว่า เช่นพนักงานพิมพ์ เนื่องจากปัจจุบันบุคลากรทุกคนมีทักษะในการใช้คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือในการพิมพ์อยู่แล้ว ดังนั้นอาจจะต้องปรับลดลง รวมถึงงานธุรการ ซึ่งสามารถใช้เทคโนโลยีเข้ามาได้

“แต่ยืนยันว่าจะค่อยเป็นค่อยไป เพราะความสามารถในการใช้เทคโนโลยีของแต่ละหน่วยงานไม่เท่ากัน หากหน่วยงานใดมีความพร้อมก็สามารถดำเนินการได้ทันที แต่ไม่มีการกำหนดกรอบเวลาว่าจะทำแล้วเสร็จเมื่อใด ยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่ใช่ทำในวันนี้พรุ่งนี้ แต่อาจจะใช้เวลาสักระยะ”นายปกรณ์ กล่าว

เมื่อถามว่าโครงการนี้จะทำทุกกระทรวง ทบวง กรมและหน่วยงานรัฐอื่นๆด้วยใช่หรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่าจะเริ่มต้นจากข้าราชการพลเรือนก่อน หากเป็นประโยชน์จะขยายไปใช้ในหน่วยงานอื่นๆเช่นท้องถิ่น องค์การมหาชน ทหาร ตำรวจ โดยปัจจุบันทั้งทหารและตำรวจดำเนินการอยู่

เมื่อถามว่าได้มีการกำหนดกรอบตัวเลขเออรีรีไทร์หรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณากองทุนบําเหน็จบำนาญข้าราชการ(กบข.) รวมถึงงบประมาณที่จะต้องใช้ ดังนั้น ต้องดูอย่างละเอียด ตนได้ให้ ก.พ.เป็นเจ้าภาพในการดำเนินการ ทำงานร่วมกับกรมบัญชีกลาง กบข.และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)ที่จะดูแลในเรื่องสุขภาพเพื่อนำมาทดแทนระบบรักษาพยาบาลในปัจจุบัน

เมื่อถามว่าหลักเกณฑ์ควรจะกำหนดอายุเออลี่รีไทร์ไว้ที่เท่าใดนายปกรณ์กล่าวว่า เดิมมีการกำหนดหลักเกณฑ์ ต้องมีอายุราชการเหลือไม่น้อยกว่า 2 ปี ขึ้นไปหรืออายุ 55 ปีขึ้นไป แต่เมื่อพิจารณาจากทักษะ การเปลี่ยนความสามารถ เนื่องจากอายุ 50 คงยาก แต่หากเป็นอายุ 40 ปีจะสามารถรีสกิลตัวเองได้

เมื่อถามว่าจะมีการปรับหลักเกณฑ์อายุเออรีรีไทร์เริ่มตั้งแต่ 40ปีใช่หรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่าตนมองว่าไม่ควรปิดว่าอายุเท่าไหร่ ใครขอก่อนขอหลัง และย้ำว่าจะต้องทำให้ทันภายในปีงบประมาณ 2570 ก่อนกล่าวติดตลกว่า“ลูกค้าเยอะ”

เมื่อถามว่าหากตัวเลขไม่เป็นไปตามเป้าจะมีการรีดจำนวนผู้เออลี่รีไทร์หรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่าต้องดูกันอีกที แต่ยืนยันว่าจะไม่มีการบังคับโดยจะใช้สิ่งจูงใจเป็นที่ตั้ง รวมถึงเรื่องการอัพสกิลรีสกิลเป็นตัวนำ

เมื่อถามถึงแนวคิดเรื่องการปรับระบบสวัสดิการโดยเฉพาะเรื่องระบบการรักษาพยาบาลของราชการนายปกรณ์ กล่าวว่าจะเปลี่ยนมาใช้เป็นระบบประกันสุขภาพเข้ามาแทนสวัสดิการ รักษาพยาบาลในปัจจุบัน เนื่องจากสามารถคุมวงเงินได้ชัดเจนว่าในแต่ละปีจะใช้งบประมาณเท่าใดและจะเป็นการส่งเสริมธุรกิจประกันภัยภายในประเทศ ซึ่งจะเป็นการเกื้อหนุนระบบเศรษฐกิจโดยรวม และจะทำให้ไทยเป็น medical Hub เพราะหากระบบประกันสุขภาพดี ธุรกิจการรักษาสุขภาพ ก็จะดีไปด้วย เรื่องนี้จะต้องพูดคุยกับกรมบัญชีกลาง คปภ. และกบข. ไปพร้อมกัน

เมื่อถามถึงสิทธิ์การรักษาพยาบาลของบุคคลในครอบครัวข้าราชการ นายปกรณ์ กล่าวว่า ขอคงไว้ก่อน เนื่องจากยังไม่ได้มีการพูดคุยในรายละเอียดว่าจะเป็นอย่างไร และจะเริ่มใช้ในข้าราชการที่เข้ามาบรรจุใหม่ ส่วนข้าราชการเดิมจะเป็นตัวเลือกให้

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top