542.jpg
4,300 ล้านสูญเปล่า ‘นักบินไทย’วิกฤตว่างงานพุ่ง

4,300 ล้านสูญเปล่า ‘นักบินไทย’วิกฤตว่างงานพุ่ง

วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คมนาคม กล่าวว่า เมื่อเร็วๆนี้ตนได้ประชุมหารือร่วมกับสมาคมนักบินไทย (THAIPA) เพื่อรับฟังสถานการณ์การจ้างงานนักบินไทย และปัญหาการจ่ายเงินเพื่อให้ได้งานบิน (Pay to Fly) โดยภาพรวมอุตสาหกรรมการบินในปัจจุบัน พบว่า หลังโควิด-19 อุตสาหกรรมการบินได้รับผลกระทบอย่างหนัก ส่งผลให้มีนักบินไทยว่างงาน 1,736 คน และมีผู้ถือใบอนุญาตนักบินพาณิชย์ตรี (CPL) ที่รอจ้างงานอีก 1,219 คน คิดเป็นมูลค่าการลงทุนการศึกษาที่ไม่ถูกนำมาใช้ประโยชน์ 4,300 ล้านบาท

สาเหตุสำคัญเกิดจากการผลิตนักบินเกินความต้องการของตลาด การจ้างนักบินต่างชาติเข้ามาทำการบินในบางกรณี ช่องว่างของกฎหมายคุ้มครองแรงงานเฉพาะทาง รวมถึงการเกิดขึ้นของระบบ Pay to Fly ซึ่งเป็นรูปแบบการจ้างงานที่ผู้สมัครต้องรับภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมาก เพื่อแลกกับโอกาสในการเข้าทำงาน ส่งผลกระทบต่อความเป็นธรรมและโอกาสในการประกอบวิชาชีพนักบิน


สมาคมนักบินไทยได้เสนอแนวทางแก้ไข อาทิ การกำหนดหลักเกณฑ์กำกับดูแลระบบ Pay to Fly ให้ชัดเจน ยกระดับมาตรฐานการจ้างงานและสวัสดิการ บังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการใช้นักบินไทย จัดตั้งช่องทางรับเรื่องร้องเรียนและคุ้มครองผู้แจ้งข้อมูล พัฒนาระบบควบคุมปริมาณการผลิตนักบินให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมการบิน ผ่านความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง สร้างโอกาสการจ้างงานที่เป็นธรรม และสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมการบินของประเทศอย่างยั่งยืน

“กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรด้านการบินควบคู่กับการรักษามาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด โดยพร้อมรับข้อเสนอจากทุกภาคส่วนเพื่อนำไปพิจารณากำหนดมาตรการที่เหมาะสม อันจะช่วยสร้างความเป็นธรรมในการประกอบวิชาชีพนักบิน ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงอาชีพ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมการบินไทยในระยะยาว” นายภัทรพงศ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้นายสนอง มิ่งเจริญ นักบินชาวไทยชื่อดัง ได้ออกมาโพสต์เรียกร้องให้มีการตรวจสอบ “Pay to fly” ระบุว่า “ปัจจุบันมีนักบินจำนวนไม่น้อยที่ต้อง “จ่ายเงินหลักล้าน” ให้กับบางสายการบิน เพื่อให้ได้ขึ้นบินให้คุณนั่ง Pay to Fly คือ ระบบที่สายการบินบางแห่งกำหนดเงื่อนไข ให้นักบินต้องจ่ายเงินหลักล้านบาท เพื่อแลกกับการได้ทำงาน เพื่อสะสมชั่วโมงบิน และประสบการณ์ พูดง่ายๆ คือ นักบินจ่ายเงินเพื่อให้ได้ทำงาน ไม่ใช่มาทำงานแล้วได้รับค่าจ้างเหมือนงานในตำแหน่งงานอื่นๆ

นอกจากนี้แล้วมันเกี่ยวกับความปลอดภัยของเราอย่างไร นี่คือคำถามที่ผู้โดยสารอย่างเราต้องถาม ดังนี้ 1.นักบินที่ได้งานแต่ต้องแบกหนี้ก้อนโต มีแรงกดดันทางการเงินสูงมาก คือ งานวิจัยด้านความปลอดภัยการบินพบว่า ความเครียดทางการเงินส่งผลโดยตรงต่อสมาธิและการตัดสินใจในห้องนักบิน 2.สายการบินที่ใช้ระบบนี้ ประหยัดต้นทุนการฝึกนักบินก็จริง แต่ต้นทุนที่หายไปนั้น ไปตกอยู่กับใคร

3.นักบินอาจไม่กล้ารายงานปัญหา เพราะกลัวถูกเลิกจ้างและสูญเสียเงินที่จ่ายไปแล้ว วัฒนธรรมกลัวตกงาน คือ ศัตรูตัวร้ายของความปลอดภัยการบิน 4.คุณภาพและความมุ่งมั่นของนักบินที่ซื้อที่นั่ง อาจไม่เท่ากับนักบินที่ผ่านการคัดเลือกตามมาตรฐานจริงๆ หรือไม่ คือ คำถามที่ยังรอคำตอบ

ในฐานะผู้โดยสารจะทำอะไรได้บ้าง? 1.เรียกร้องให้ กพท. (CAAT) สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้ให้ใบอนุญาตสายการบินออกระเบียบห้ามสายการบินที่รับใบอนุญาตในไทยใช้ระบบ Pay to Fly 2.เรียกร้องให้กระทรวงแรงงาน สอบสวนว่าระบบนี้ละเมิด พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน หรือเป็นการเอาเปรียบแรงงานในรูปแบบใหม่หรือไม่ 3.ในฐานะผู้บริโภค เราสามารถตั้งคำถามกับสายการบินโดยตรงว่า สายการบินของคุณใช้ระบบ Pay to Fly หรือเปล่า ทั้งนี้ “ท้องฟ้าที่ปลอดภัยควรเริ่มจากนโยบายการจ้างงานที่ยุติธรรมในประเทศไทย ถ้าเราไม่ถาม ก็ไม่มีใครตอบ จนกว่าจะเกิดอุบัติเหตุ”

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top