วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ปัญหา "Pay to Fly" (P2F) หรือระบบที่สายการบินกำหนดให้นักบินต้องจ่ายเงินหลักล้านบาทเพื่อแลกกับการเข้าทำงาน ถือเป็นเรื่องที่เพิ่งเริ่มก่อตัวและยังไม่เป็นที่รับรู้ในสังคมไทยมากนัก ขณะเดียวกัน บุคลากรในวงการต่างสงวนท่าทีและไม่ค่อยมีใครกล้าออกมาพูดถึงความผิดปกตินี้ จนกระทั่งเกิดจุดเปลี่ยนสำคัญเมื่อ กัปตัน สนอง มิ่งเจริญ (Sanong Mingcharoen) อดีตนายกสมาคมนักบินไทย ได้ออกมาตีแผ่เรื่องราวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยตั้งคำถามกระตุกสังคมว่า "คุณรู้ไหม? ในปัจจุบัน มีนักบินจำนวนไม่น้อยที่ต้อง 'จ่ายเงินหลักล้าน' ให้กับบางสายการบินเพื่อให้ได้ขึ้นบินให้คุณนั่ง"
โพสต์ดังกล่าวได้สร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ในสังคม ด้วยการชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงที่แฝงมากับระบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นความเครียดทางการเงินที่ส่งผลต่อสมาธิของนักบิน ไปจนถึงวัฒนธรรม "กลัวตกงาน" ที่อาจทำให้นักบินไม่กล้ารายงานปัญหาด้านความปลอดภัย
เสียงสะท้อนนี้นำไปสู่การเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท. หรือ CAAT) และกระทรวงแรงงาน เข้ามาตรวจสอบพื้นที่สีเทานี้อย่างเร่งด่วน ซึ่งแรงกดดันทางสังคมที่เกิดขึ้น ถือเป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้ กระทรวงคมนาคม ต้องยื่นมือเข้ามาเปิดโต๊ะเจรจา เพื่อจัดระเบียบปัญหาที่สะสมอยู่ใต้พรมนี้

ภาพจากFacebook: Sanong Mingcharoen
จุดเปลี่ยนระบบการจ้างงานสู่ข้อตกลง "จ่ายเพื่อบิน"
อุตสาหกรรมการบินพาณิชย์ของประเทศไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในระบบการจ้างงาน ตามปกติแล้ว ผู้ที่ศึกษาจบหลักสูตรนักบินด้วยทุนส่วนตัว เมื่อผ่านการคัดเลือกเข้าทำงานกับสายการบิน จะต้องเข้ารับการฝึกอบรมการบินเฉพาะรุ่นเครื่องบิน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง ในอดีตสายการบินจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายส่วนนี้ให้ก่อน และทำสัญญาผูกพันเพื่อหักชำระคืนจากเงินเดือนในภายหลัง แต่ปัจจุบัน นโยบายได้เปลี่ยนไปเป็นการบังคับให้ผู้สมัครต้องจ่ายเงินสดล่วงหน้าตั้งแต่ 2 ถึง 3.5 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าฝึกอบรมก่อนเริ่มงาน
เมื่อรวมกับค่าเล่าเรียนพื้นฐานเดิม ต้นทุนในการประกอบอาชีพนักบินอาจพุ่งสูงถึง 5-6 ล้านบาทต่อคน ในขณะที่ฐานรายได้ของนักบินในยุคหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 กลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ระยะเวลาในการคืนทุนยาวนานขึ้น ผู้สมัครจำนวนมากต้องกู้ยืมเงินหรือนำทรัพย์สินไปค้ำประกันเพื่อแลกกับโอกาสในการทำงาน
ผลกระทบต่อความรับผิดชอบและมาตรฐานความปลอดภัย
ข้อกังวลสูงสุดของบุคลากรในแวดวงการบินคือผลกระทบต่อความปลอดภัย (Aviation Safety Standards) โดยระบบ P2F ทำให้เกิดความเสี่ยงหลายประการ ได้แก่
สภาวะบุคลากรล้นตลาดและช่องว่างทางกฎหมาย
ภาพรวมอุตสาหกรรมการบินภายหลังวิกฤตโควิด-19 ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ปัจจุบันมีนักบินไทยว่างงานสะสมถึง 1,736 คน และมีผู้ถือใบอนุญาตนักบินพาณิชย์ตรี (CPL) ที่กำลังรอการจ้างงานอีก 1,219 คน คิดเป็นมูลค่าการลงทุนด้านการศึกษาที่ไม่ได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์สูงกว่า 4,300 ล้านบาท ปัญหานี้มีสาเหตุหลักมาจากการผลิตบุคลากรเกินความต้องการของตลาด การนำนักบินต่างชาติเข้ามาทำการบินในบางกรณี รวมถึงช่องว่างของกฎหมายคุ้มครองแรงงานเฉพาะทาง
สภาวะบุคลากรล้นตลาดนี้เปิดโอกาสให้สายการบินบางแห่งอาศัยความได้เปรียบ นำระบบ Pay to Fly มาใช้เพื่อลดต้นทุนและสร้างสภาพคล่องทางบัญชีให้แก่บริษัท ในระดับสากล หลายประเทศในทวีปยุโรปถือว่าระบบดังกล่าวขัดต่อกฎหมายแรงงานอย่างชัดเจน ทว่าในประเทศไทย นโยบายนี้ยังคงเป็นพื้นที่ก้ำกึ่งที่หน่วยงานกำกับดูแลยังไม่มีมาตรการควบคุมที่ชัดเจน ส่งผลให้เกิดการเอาเปรียบผู้ประกอบวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง

ภาพจาก ประชาสัมพันธ์กระทรวงคมนาคม
ภาครัฐเร่งหารือแนวทางแก้ไขและควบคุมมาตรฐาน
โดยในวันที่ 15 มิถุนายน 2569 กระทรวงคมนาคมได้จัดตั้งประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยมี นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในการประชุมหารือร่วมกับสมาคมนักบินไทย (THAIPA) ซึ่งนำโดย นายธีรวัจน์ อังคสกุลเกียรติ นายกสมาคมนักบินไทย พร้อมด้วยคณะทำงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุมคมนาคม เพื่อรับฟังสถานการณ์ความเดือดร้อนและร่วมกันกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างเป็นรูปธรรม
ในการหารือครั้งนี้ สมาคมนักบินไทยได้ยื่นข้อเสนอสำคัญทั้งในระยะสั้นและระยะยาวแก่กระทรวงคมนาคม ดังนี้:
ทางด้านกระทรวงคมนาคมย้ำว่า พร้อมรับข้อเสนอทั้งหมดไปพิจารณาเพื่อกำหนดเป็นมาตรการเร่งด่วนและแผนระยะยาว โดยมุ่งหวังที่จะขจัดความเหลื่อมล้ำในการเข้าสู่อาชีพ ควบคู่ไปกับการรักษามาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการเรียกคืนความเชื่อมั่นจากผู้โดยสารและยกระดับอุตสาหกรรมการบินของประเทศอย่างยั่งยืน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี