วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569
‘วราวุธ’กำชับ‘กนอ.’เคลียร์ปมเยียวยา‘กลุ่มประมงพื้นบ้านระยอง’ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ด้าน‘สุเมธ’รับลูกเร่งตรวจสิทธิ เคาะผลสรุปเดือนหน้า
22 มิถุนายน 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยหลังร่วมรับหนังสือร้องเรียนและพูดคุยกับตัวแทนกลุ่มประมงพื้นบ้านจังหวัดระยอง กว่า 200 คน ที่เดินทางมาติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาเยียวยาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรม จากโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ซึ่งมีความล่าช้าและยังหาข้อสรุปไม่ได้
นายวราวุธ กล่าวว่า ตนเองเข้าใจและเห็นใจพี่น้องชาวประมงเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากปัญหาเยียวยานี้ยืดเยื้อมานาน ซ้ำยังต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจและค่าน้ำมันที่สูงขึ้น โดยปมปัญหาสำคัญในปัจจุบันคือ เกณฑ์การจำแนกกลุ่มผู้เดือดร้อน (เขียว เหลือง แดง) และแนวทางการคำนวณรายได้สุทธิต่อปีที่ยังมองไม่ตรงกัน โดยจังหวัดระยองมีแนวทางคำนวณรูปแบบหนึ่ง ขณะที่ชาวประมงต้องการให้คิดจากรายได้และรายรับจริงหักลบต้นทุนสุทธิ เพื่อความยืดหยุ่นและเป็นธรรมสูงสุด จึงได้วางแนวทางการดำเนินงานออกเป็น 2 ขั้นตอน ดังนี้ 1.ให้มีการจับมือเจรจาหาข้อสรุป โดยมอบหมายให้ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เร่งประสานงานและเปิดโต๊ะเจรจาร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดระยองโดยด่วน
เพื่อปรับปรุงมาตรการและเกณฑ์การคำนวณรายได้ให้มีความยืดหยุ่นและสะท้อนความจริงของพี่น้องชาวประมง โดยสั่งการให้รายงานความคืบหน้าให้ตนเองทราบในทุก ๆ 2 สัปดาห์ เพื่อให้สามารถตอบคำถามและรายงานสถานการณ์แก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ในพื้นที่และประชาชนได้อย่างโปร่งใส
2.ดึงคนกลางร่วมตัดสิน ในกรณีที่ผลการเจรจายังไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เสนอให้ดึงสถาบันอุดมศึกษาหรือมหาวิทยาลัยเข้ามาเป็นหน่วยงานกลาง (Third Party) ในการวิเคราะห์และชี้ขาดเกณฑ์การคำนวณที่ยุติธรรม ซึ่งทางกระทรวงฯ พร้อมสนับสนุนเพื่อให้ได้ข้อยุติที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกัน
“เรื่องงบประมาณที่จะนำมาเยียวยานั้น พี่น้องประชาชนไม่ต้องเป็นห่วง ขอให้กระบวนการพูดคุยตกผลึกร่วมกันจนได้แนวทางที่ชัดเจนและเป็นธรรมก่อน ทางกระทรวงฯ พร้อมจะรีบจัดสรรเพื่อจ่ายเยียวยาทันที ยืนยันว่าจะไม่ปล่อยให้เรื่องนี้เงียบหาย และจะไม่ปล่อยให้ชาวบ้านต้องตากแดดตากลมมาร้องเรียนซ้ำอีก” นายวราวุธ กล่าว
ด้านนายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ กนอ. กล่าวเสริมว่า กนอ. พร้อมมอบความเป็นธรรมสูงสุด โดยขณะนี้กำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดกับคณะอนุกรรมการระดับจังหวัดเพื่อตรวจสอบสิทธิ กลุ่มประมงพื้นบ้านจังหวัดระยอง ที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาโครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ซึ่งทำให้น้ำลดลงและต้นทุนเดินเรือสูงขึ้น โดยก่อนหน้านี้ได้มีการตั้งคณะทำงานร่วมกันและนำ“สูตรคำนวณเทียบเคียงของท่าเรือแหลมฉบัง”มาเป็นต้นแบบปรับปรุงจนได้กรอบวงเงินช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว อย่างไรก็ตาม เนื่องจากงบประมาณมาจากภาษีประชาชน การจัดสรรเงินจึงต้องผ่านกระบวนการทางราชการที่รัดกุม ไม่สามารถใช้สูตรเดียวกันคูณจ่ายให้ทุกกลุ่มได้ เพราะผู้ได้รับผลกระทบมีความหนัก-เบาแตกต่างกัน อีกทั้งปัจจุบันระบบการขอจัดสรรงบประมาณได้เปลี่ยนผ่านจากสำนักงาน อีอีซี มาสู่กระทรวงต้นสังกัดและกลไกจังหวัด จึงต้องบูรณาการข้อมูลร่วมกัน ซึ่งคณะกรรมการจังหวัดได้จำแนกผู้เดือดร้อนออกเป็น 3 กลุ่ม (สีเขียว สีเหลือง สีแดง)
“ขณะนี้ คณะทำงานกำลังเร่งตรวจสอบความสมบูรณ์ของเอกสารทั้งหมด คาดว่าจะเปิดประชุมคณะอนุกรรมการชุดย่อยร่วมกับตัวแทนชุมชนได้ภายในสิ้นเดือนนี้ หลังจากนั้นจะรีบนำผลสรุปเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่ของจังหวัดระยองภายในเดือนหน้าเพื่อพิจารณาร่วมกัน กนอ.ยืนยันว่าเราไม่ได้นิ่งนอนใจและจะทำงานอย่างโปร่งใสที่สุด” นายสุเมธ กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี