วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ประจำไตรมาส 2/2569 ปรับเพิ่มขึ้นมาที่ระดับ 51.9 เป็นผลจากแรงหนุนของการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” ที่ช่วยปลุกการบริโภคและการจับจ่ายใช้สอย พร้อมเตรียมสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เสริมสภาพคล่อง ลดต้นทุนการเงิน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการผู้ประกอบธุรกิจเอสเอ็มอี คาดไตรมาส 3/2569 ดัชนีความเชื่อมั่นฯจะปรับเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 61.0
นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า SME D Bank โดย ศูนย์วิจัยและข้อมูล ธพว. ร่วมกับสำนักวิจัยเศรษฐกิจและประเมินผล บริษัท เอ็กเซลเลนท์ บิสเนส แมเนจเม้นท์ จำกัด ทำการสำรวจ “ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต่อเศรษฐกิจและธุรกิจ ในไตรมาสที่ 2/2569 และคาดการณ์อนาคต” จากกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั่วประเทศ ครอบคลุมทุกประเภทอุตสาหกรรม จำนวน 400 ตัวอย่าง
โดยจากการสำรวจ พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นรวมของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ไตรมาส 2/2569 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย อยู่ที่ระดับ 51.9 จากระดับ 50.2 ในไตรมาส 1/2569 จากปัจจัยสำคัญที่เศรษฐกิจไทยได้รับแรงสนับสนุนจากภาคการท่องเที่ยวช่วง High Season ในเทศกาลสงกรานต์ ประกอบกับมาตรการของภาครัฐ ลดภาระค่าครองชีพ ผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” ที่มีความชัดเจนว่าจะเริ่มในเดือนมิถุนายน 2569 อีกทั้งยังมีงานก่อสร้างหรือการลงทุนขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผลประกอบการดีขึ้นเล็กน้อย จำนวนคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น การปรับขึ้นราคาสินค้าและบริการได้บ้างบางส่วน ท่ามกลางความกังวลด้านต้นทุนที่ยังคงอยู่
ทั้งนี้เมื่อจำแนกตามขนาดธุรกิจ พบว่า กลุ่มวิสาหกิจรายย่อย (Micro) และกลุ่มวิสาหกิจขนาดย่อม (Small) มีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการปรับดีขึ้น จากไตรมาส 1/2569 โดยปรับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 52.3 และระดับ 51.8 ตามลำดับ เนื่องจากได้รับแรงสนับสนุนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่มุ่งเป้าไปที่กลุ่มผู้ประกอบการรายเล็ก
ในขณะที่คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า หรือไตรมาส 3/2569 ดัชนีความเชื่อมั่นรวมของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ปรับเพิ่มขึ้น อยู่ที่ระดับ 61.0 จากปัจจัยหนุนหลักด้านการบริโภคภายในประเทศที่ฟื้นตัวจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 55.5% รองลงมา คือ การลงทุนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 21.50% จากงานก่อสร้างและโครงการการลงทุนของภาครัฐ ภาคเอกชนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสามารถรับมือกับต้นทุนที่อยู่ในระดับสูงได้ดีขึ้น 10.50%
ด้านความต้องการกู้ยืมสินเชื่อของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี พบว่า ส่วนใหญ่ต้องการเป็นเงินทุนหมุนเวียนเสริมสภาพคล่องธุรกิจ ส่วนความต้องการกู้เพื่อลงทุน ไม่ปรากฏในไตรมาสนี้ โดยสะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการเอสเอ็มอียังระมัดระวังการก่อหนี้ใหม่ เพื่อรอดูทิศทางเศรษฐกิจและสถานการณ์สงครามเป็นสำคัญ
นายพิชิต กล่าวเพิ่มเติมว่า จากแนวโน้มความต้องการสินเชื่อของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีดังกล่าว SME D Bank ได้จัดเตรียมสินเชื่อที่สอดรับความต้องการนำไปเสริมสภาพคล่อง และช่วยลดต้นทุนทางการเงิน ด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 10 ปี วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท อีกทั้งปรับปรุงระเบียบ คำสั่ง ที่เป็นอุปสรรค ควบคู่กับการผ่อนปรนคุณสมบัติผู้กู้และหลักประกัน ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อจะเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุนได้อย่างรวดเร็วและทันต่อสถานการณ์
นอกจากนี้ SME D Bank ยังได้มอบบริการด้านการพัฒนาเพิ่มศักยภาพปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียว สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต ผ่านกิจกรรมพัฒนาครบวงจร ทั้ง Onsite และ Online ด้วย “DX Platform” (dx.smebank.co.th) ช่วยเข้าถึงองค์ความรู้ เครื่องมือ และบริการต่างๆ ได้สะดวก ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี