วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569
วันที่ 22 มิถุนายน 2569 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจากนครกว่างโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเดินทางเยือนประเทศไทยภายใต้โครงการ “Guangzhou Premium Products Enter ASEAN (Thailand)” ของหอการค้ากว่างโจว พร้อมร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ระหว่างสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและหอการค้ากว่างโจว เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน การเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจระหว่างไทยและจีน และการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
นายวีรชัย มั่นสินธร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และประธานสถาบันเศรษฐกิจและการลงทุนไทย-จีน กล่าวต้อนรับคณะผู้แทนจากนครกว่างโจว พร้อมเน้นย้ำถึงบทบาทของประเทศไทยและนครกว่างโจวในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมสำคัญของภูมิภาคที่มีศักยภาพในการต่อยอดความร่วมมือด้านอุตสาหกรรม การลงทุน นวัตกรรม และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ
ภายในงาน นายหวัง ฮวนชิ่ง กรรมการประจำคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำนครกว่างโจว กล่าวเปิดงานและแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับการส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างนครกว่างโจวกับประเทศสมาชิกอาเซียน ขณะที่นายเว่ย กั๋วฮวา รองประธานอาวุโสสหพันธ์อุตสาหกรรมและการพาณิชย์นครกว่างโจว และรองประธานอาวุโสหอการค้ากว่างโจว ได้นำเสนอศักยภาพด้านการลงทุนของนครกว่างโจว รวมถึงโครงการ “Guangdong Products Go Global” ซึ่งมุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการจีนในการขยายตลาดและสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจในต่างประเทศ
ไฮไลต์สำคัญของงาน คือ พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ระหว่างสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและหอการค้ากว่างโจว เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูลเศรษฐกิจและการลงทุน การสร้างเครือข่ายและเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทย–จีน ตลอดจนการพัฒนาความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมระหว่างไทยและจีนอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีนายวีรชัย มั่นสินธร และนายเว่ย กั๋วฮวา เป็นผู้ลงนาม
นายวีรชัย กล่าวว่า สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงตลาด เทคโนโลยี การลงทุน และพันธมิตรทางธุรกิจจากทั่วโลก การลงนามความร่วมมือกับหอการค้ากว่างโจวในครั้งนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงภาคธุรกิจไทยและจีน ต่อยอดความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต พร้อมสนับสนุนการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว
นายหวัง ฮวนชิ่ง กล่าวว่า นครกว่างโจวให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมกับประเทศไทย ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของจีนในภูมิภาคอาเซียน การจัดกิจกรรมครั้งนี้และการลงนามความร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทั้งสองฝ่ายในการส่งเสริมการเชื่อมโยงภาคธุรกิจ การค้า การลงทุน และนวัตกรรม เราเชื่อมั่นว่าความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยสร้างโอกาสใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการของทั้งสองประเทศ และร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ตลอดจนเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างจีน ไทย และอาเซียนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการหารือความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการจากนครกว่างโจวและประเทศไทย โดยเฉพาะในสาขาเทคโนโลยีชีวภาพ นวัตกรรมสุขภาพ และอุตสาหกรรมมูลค่าเพิ่มสูง ซึ่งสะท้อนถึงผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมจากการเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจระหว่างทั้งสองฝ่าย และช่วยเปิดโอกาสใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการในการขยายตลาดสู่ภูมิภาคอาเซียน
ความร่วมมือครั้งนี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ “5I” ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยเฉพาะ I3: International Alliance & Network ที่มุ่งสร้างเครือข่ายพันธมิตรระดับโลก เชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับโอกาสทางธุรกิจ การลงทุน เทคโนโลยี และตลาดต่างประเทศ เพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยในเวทีโลก
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยพร้อมเดินหน้าส่งเสริมความร่วมมือกับพันธมิตรจากทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต การลงทุนมูลค่าสูง และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาค อันจะนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจร่วมกันระหว่างไทยและจีน พร้อมเสริมสร้างความแข็งแกร่งของเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจไทย–จีนในระยะยาว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี