542.jpg
จับกระแสพลังงาน : 30 มิถุนายน 2569

จับกระแสพลังงาน : 30 มิถุนายน 2569

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.20 น.

** บมจ.ไทยออยล์...รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบรอบสัปดาห์นี้ (29 มิ.ย. - 3 ก.ค. 69)…โดยระบุว่าราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับลดลง เนื่องจากการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซฟื้นตัว ทำให้ราคาแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เกิดความขัดแย้งในเดือนมีนาคม ขณะที่ซาอุดี อะรามโก สามารถกลับมาดำเนินการขนถ่ายน้ำมันดิบที่ท่าเรือราส ทานูรา ได้อีกครั้ง หลังจากหยุดชะงักไปร่วม 4 เดือน ประกอบกับตลาดยังได้รับแรงกดดันเพิ่มเติมจากมาตรการปล่อยน้ำมันดิบออกจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ (SPR) ของสหรัฐฯ และประเทศพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยให้อุปทานในระบบมีปริมาณเพียงพอในระยะสั้น อย่างไรก็ดี อุปสงค์ยังคงเปราะบางท่ามกลางความกังวลอย่างรุนแรงต่อตัวเลขเศรษฐกิจและปริมาณความต้องการใช้น้ำมันดิบจากประเทศจีนที่ภาคการผลิตและภาคการกลั่นยังคงหดตัวต่อเนื่อง ทว่า ตลาดยังคงจับตาข้อพิพาทเชิงนโยบายและกรรมสิทธิ์เส้นทางการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างใกล้ชิด หลังจากสหรัฐฯ ยืนกรานปฏิเสธข้อตกลงที่อิหร่านพยายามเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการใช้เส้นทางน้ำระหว่างประเทศ ซึ่งประเด็นดังกล่าวอาจกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อความยั่งยืนของข้อตกลงสันติภาพเบื้องต้น.....** ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 6/2569 บริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี จำกัด (มหาชน) (WP)…มีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อการบริหารทางการเงิน โดยจะดำเนินการซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 15,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท จำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนคิดเป็น 2.94% ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด คิดเป็นวงเงินซื้อคืนสูงสุดไม่เกิน  63  ล้านบาท โดยจะเข้าซื้อในตลาดหลักทรัพย์ฯและมีกำหนดระยะเวลาซื้อหุ้นคืน 6 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม - 31 ธันวาคม 2569...โดย นางสาวชมกมล พุ่มพันธุ์ม่วง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี จำกัด (มหาชน) (WP)…ระบุว่า...การเปิดโครงการซื้อหุ้นคืน เพื่อบริหารสภาพคล่องส่วนเกินให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเพิ่มอัตราส่วนผลตอบแทนของผู้ถือหุ้น (ROE) และกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) อีกทั้ง เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯและนักลงทุน ต่อผลประกอบการและฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง…สำหรับแนวโน้มในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 คาดว่าผลประกอบการจะยังคงเติบโตต่อเนื่อง จากความต้องการใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลวภายในประเทศที่มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น ตามภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนและบริหารกลุ่มลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยตั้งเป้ายอดขายในปี 2569 ไว้ที่ 770,000 ตัน...** คาดกันว่าก่อนสิ้นสุด “มาตรการยกเลิกการชดเชยราคาน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพ” ในวันที่ 24 ก.ย. 2569 นี้ จะมีการนำเสนอมาตรการดูแลราคาน้ำมันในกรณีที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไม่สามารถนำเงินไปชดเชยราคาน้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอล์และดีเซลที่ผสมปาล์มน้ำมันบริสุทธิ์ได้ โดยจะเสนอต่อคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.), คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามขั้นตอนต่อไป...โดยระยะแรกหลังสิ้นสุดมาตรการดังกล่าว ทางกองทุนน้ำมันฯ จะยังคงใช้เงินพยุงราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์และดีเซลบางประเภทได้ เนื่องจากยังเข้าข่ายเป็นช่วงวิกฤติราคาพลังงาน เพราะราคาจำหน่ายดีเซลยังเกิน 30 บาทต่อลิตรอยู่ ซึ่งจะไม่เกิดผลกระทบรุนแรงต่อราคาจำหน่ายน้ำมันในไทย แต่ในวันที่ 25 ก.ย. 2569 จะมีการปรับอัตราจัดเก็บเงินผู้ใช้น้ำมันส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ ใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับการสิ้นสุดมาตรการฯ ดังกล่าว…ส่วนมาตรการที่จะเสนอให้ภาคนโยบายรัฐพิจารณา ได้แก่ 1. กำหนดให้เรียกเก็บเงินจากผู้ใช้น้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอล์และดีเซลทุกชนิดเข้ากองทุนฯ ได้ในอัตราที่แตกต่างกันตามความเหมาะสม (เหมือนปัจจุบัน) เนื่องจากได้หารือกับทางกฤษฎีกาแล้วพบว่าแม้จะสิ้นสุดมาตรการที่ห้ามใช้เงินกองทุนน้ำมันฯ ชดเชยราคาน้ำมันที่มีส่วนผสมจากเชื้อเพลิงชีวภาพแล้ว  แต่ก็ยังสามารถเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ ได้…2.ส่งเสริมการใช้น้ำมันฐาน ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการหารือของกระทรวงพลังงานในการจัดทำ “แผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง (Oil Plan)” ซึ่งจะกำหนดชนิดน้ำมันฐานหรือน้ำมันหลักของประเทศที่ต้องมีจำหน่ายทุกปั๊ม ซึ่งที่ผ่านมาคาดการณ์ว่าน้ำมันกลุ่มเบนซินจะให้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 หรือ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 เป็นน้ำมันฐาน และน้ำมันกลุ่มดีเซล จะเป็นน้ำมันไบโอดีเซล B7 เป็นน้ำมันฐาน ส่วนที่เหลือจะเป็นน้ำมันทางเลือกให้ประชาชนใช้ได้ตามปกติ  แต่ราคาจะมีการเปลี่ยนแปลงโดยใช้กลไกกองทุนน้ำมันฯ เพื่อให้ราคาน้ำมันฐานถูกกว่าน้ำมันทางเลือก และเพื่อให้ประชาชนหันมาใช้น้ำมันฐานมากขึ้น...3. ลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ ด้วยการส่งเสริมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพ เช่น น้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอล์ (ใช้เอทานอลมาผสมในน้ำมันกลุ่มเบนซินจนกลายเป็นน้ำมันแก๊สโซฮอล์) และน้ำมันไบโอดีเซล (ใช้น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์มาผสมในน้ำมันดีเซล กลายเป็นน้ำมันไบโอดีเซล เช่น ดีเซล B7-B20 เป็นต้น) แต่เบื้องต้นจะต้องประสานความร่วมมือกับหลายหน่วยงานเพื่อผลักดันให้ราคาเอทานอลและน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ 100% หรือ B100 มีราคาถูกลง สำหรับผสมในน้ำมันและไม่ส่งผลกระทบให้ราคาน้ำมันในประเทศสูงเกินไป...นอกจากนี้จะเสนอ กบน. ให้ทบทวนกรณีที่เข้าข่ายวิกฤติราคาพลังงานใหม่ จากเดิมที่ พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 กำหนดว่า กรณีเข้าข่ายวิกฤติราคาพลังงานแบ่งเป็น 3 กรณี ได้แก่ 1.ราคาดีเซลสูงกว่า 30 บาทต่อลิตร และราคาก๊าซหุงต้ม (LPG) สูงกว่า 363 บาทต่อถังขนาด 15 กิโลกรัม 2. ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นใน 1 สัปดาห์มากว่า 5 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ทำให้ราคาดีเซลปรับขึ้นมากกว่า 1 บาทต่อลิตร และราคา LPG ตลาดโลกเปลี่ยนแปลงใน 2 สัปดาห์มากกว่า 35 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน ทำให้ราคาขายปลีกเปลี่ยนแปลงใน 2 สัปดาห์รวมกันมากกว่า  1 บาทต่อกิโลกรัม  และ 3. สถานการณ์ที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอาจจะขาดแคลนและไม่เพียงพอต่อการใช้ในประเทศ...เบื้องต้นอาจมีการเสนอให้ปรับเกณฑ์วิกฤติราคาน้ำมันดีเซลให้มากขึ้นจาก 30 บาทต่อลิตร เนื่องจากปัจจุบันราคาดีเซลสูงเกิน 30 บาทต่อลิตร มาอยู่ที่ 37.50 บาทต่อลิตรแล้ว รวมทั้งปรับเกณฑ์วิกฤติราคา LPG จาก 363 บาทต่อถังขนาด 15 กิโลกรัม ให้สอดคล้องกับปัจจุบันที่จำหน่ายจริงในราคา 423 บาทต่อถังขนาด 15 กิโลกรัม  ซึ่งการปรับเกณฑ์วิกฤติราคาดีเซลและ LPG ให้สูงขึ้น จะมีผลต่อการบริหารเงินกองทุนน้ำมันฯ ในการนำเงินไปพยุงราคาดีเซลในระดับที่เหมาะสมและไม่กระทบต่อภาระกองทุนฯ มากเกินไป…**

** กระบองเพชร**


โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top