วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
เช็คบิล‘นอมินีธุรกิจนำเที่ยว’ ปรับ3ข้อเข้มใบอนุญาต-สกัดฟอกเงิน
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 มอบหมายให้นายจิตรกร ว่องเขตกร รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และทีมปราบนอมินี เข้าร่วมประชุมกับรองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว ถึงแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเข้ามาประกอบธุรกิจนำเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวโดยใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (Nominee) ของคนต่างด้าว โดยทั้ง 2 หน่วยงานร่วมกันพิจารณาปรับปรุงแนวทางการดำเนินงานใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.ทบทวนแนวปฏิบัติในการจดทะเบียนนิติบุคคล โดยเฉพาะประเด็นที่บุคคลสัญชาติไทยปรากฏชื่อเป็นกรรมการในหลายบริษัทมากเกินปกติวิสัยที่บุคคลใดบุคคลหนึ่งจะบริหารกิจการได้ทั้งหมด ซึ่งถือเป็นช่องว่างของกฎหมายที่ทำให้ชาวต่างชาติสามารถเข้ามาดำเนินธุรกิจโดยใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง
ในส่วนของกรมการท่องเที่ยว ได้นำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว กล่าวคือเป็นคุณสมบัติของนิติบุคคลในการขอรับใบอนุญาตฯ (บุคคลสัญชาติไทยที่เป็นเจ้าของกิจการ หรือเป็นหุ้นส่วน/ผู้ถือหุ้น กรรมการ/ผู้มีอำนาจจัดการแทนนิติบุคคล) ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสนอให้พิจารณาประวัติการศึกษา การประกอบอาชีพ และฐานะทางเศรษฐกิจ เช่น ข้อมูลรายได้ ประวัติการชำระภาษีเงินได้ประจำปีย้อนหลัง 3 ปี โดยอาจกำหนดให้มีการสัมภาษณ์จากกรมการท่องเที่ยวก่อนได้รับใบอนุญาตนำเที่ยว ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าว ให้รวมถึงกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงกรรมการหรือผู้ถือหุ้นในนิติบุคคลด้วย
2.พัฒนาระบบฐานข้อมูลใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวให้เชื่อมโยงกับฐานข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ผ่านระบบออนไลน์แบบ Real Time พร้อมทั้งมีระบบแจ้งเตือน เพื่อให้ติดตามและตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของนิติบุคคลได้ทันท่วงที และ 3.การจัดทำฐานข้อมูลสถานประกอบการที่เชื่อมโยงทางธุรกิจกับบริษัทนำเที่ยว เพื่อใช้เป็นเครื่องมือติดตาม และวิเคราะห์ภาพรวมเครือข่ายธุรกิจท่องเที่ยว ตลอดจนเฝ้าระวังการผูกขาดผลประโยชน์ของกลุ่มทุนต่างชาติที่อาศัยคนไทยเป็นนอมินี รวมถึงการเลี่ยงภาษีหรือฟอกเงิน
นายพูนพงษ์ กล่าวว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมการท่องเที่ยว สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรมสอบสวนคดีพิเศษ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้ลงนาม MOU จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการร่วมแก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจท่องเที่ยวโดยใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (ศปต.) ซึ่ง 6 เดือนแรกปี 2569 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวใน จ.เชียงใหม่ ภูเก็ต ชลบุรี กระบี่ และกรุงเทพฯ พบกลุ่มเสี่ยงเข้าข่ายนอมินี 33 ราย ในจำนวนนี้พบผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงกรรมการ หรือผู้ถือหุ้น จนขาดคุณสมบัติของผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวของ พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวฯ นายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ได้สั่งเพิกถอนใบอนุญาต 4 ราย ส่วนที่เหลือ 29 รายส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเชิงลึก หากพบว่าประกอบธุรกิจที่ผิดกฎหมาย แต่ละหน่วยงานจะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด และดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี