542.jpg
ศุภจี” ชู The Harmony Model โมเดลใหม่เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรไทย

ศุภจี” ชู The Harmony Model โมเดลใหม่เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรไทย

วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.27 น.

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการลงพื้นที่ จ.ราชบุรี และได้มีโอกาสติดตามต้นแบบการพัฒนามะพร้าวน้ำหอมมูลค่าสูงของ “อะโรแมติกฟาร์ม” ซึ่งเป็นตัวอย่างของการยกระดับสินค้าเกษตรไทยจาก“สินค้าปริมาณ” สู่ “สินค้ามูลค่าสูง” ว่า กระทรวงพาณิชย์มีแนวคิดในการผลักดัน The Harmony Model เพื่อนำมาใช้เป็นโมเดลต้นแบบในการยกระดับอุตสาหกรรมการเกษตรของประเทศตลอดห่วงโซ่อุปทาน ด้วยการผลักดันให้เกษตรกร “ผลิตสินค้าเกษตรที่ใช่ หาตลาดให้เจอ และต้องเป็นสินค้าที่ตอบโจทย์ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ให้กับตลาด”
 
ทั้งนี้ ภายใต้โมเดลดังกล่าว จะผลักดันให้เกษตรกรผลิตสินค้าตามความต้องการของตลาด (Demand-driven) ทั้งคุณภาพ มาตรฐาน และปริมาณ โดยมาตรฐานอาจจะเป็นระบบการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์โดยชุมชน (Participatory Guarantee System หรือ PGS) มาตรฐานการทำเกษตรเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดี (Good Agricultural Practices หรือ GAP) มาตรฐานออร์แกนิก (Organic) หรือ การขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) และเมื่อผลิตสินค้าที่ใช่ และเจอตลาดแล้ว ก็ต้องมีการขยายกลุ่มสมาชิก ควบคู่ไปกับเพิ่มแรงจูงใจให้สมาชิกในการผลิตสินค้าคุณภาพ มาตรฐาน และต้องเร่งหาตลาดเพิ่มตลอดเวลา เพื่อแก้ปัญหาจุดบอดของเกษตรกรที่ส่วนใหญ่จะทำการผลิตเพียงอย่างเดียวนางศุ
 
ภจีกล่าวว่า สำหรับอะโรแมติกฟาร์ม ที่เป็นต้นแบบของแนวคิดThe Harmony Model ที่จะเกิดขึ้นนี้ ได้มีการพูดคุยกับนางสาวนวลลออ เทอดเกียรติกุล ผู้ก่อตั้งบริษัท อะโรแมติก ฟาร์ม จำกัด ทราบว่า ในแต่ละปีมียอดจองสั่งซื้อมะพร้าวน้ำหอมตลอดทั้งปีจากบริษัท โรงแรม และหน่วยงานที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ และมีอัตราการเติบโตทางธุรกิจที่สูงมาก รวมถึงจำนวนสมาชิกเกษตรกรเครือข่ายรวมกลุ่มกันอย่างเข้มแข็ง และยังได้ต่อยอดเพิ่มมูลค่าให้แก่กลุ่มเครือข่ายสมาชิกและผลิตภัณฑ์ โดยการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และแนวคิด Valued Wasteเพื่อสร้างเสถียรภาพด้านราคาและเพิ่มรายได้อย่างยั่งยืนให้แก่เกษตรกร และที่มากสุดไปกว่านั้นคือการต่อยอดถึงขั้นการขับเคลื่อนร่วมกับหน่วยงานภาครัฐในการนำมาต่อยอดกับ (Carbon Credit)
 
นอกจากนี้ ยังมีการสร้างเครือข่ายเกษตรกร มีการเทรนนิ่งให้กับเกษตรกร ให้มีแนวคิดและทัศนคติที่มีเป้าหมายเดียวกัน คือ การผลิตสินค้าที่มีคุณภาพและได้ปริมาณตามที่ตกลงกับผู้ซื้อ มีการพัฒนาแฟลตฟอร์มกลางให้ความรู้แก่สมาชิกตั้งแต่ต้นน้ำ (การเพาะปลูกและการดูแล) กลางน้ำ (เทคนิคการผ่าน้ำ คว้านเนื้อ แปรรูปสินค้าอื่น วุ้น โยเกิร์ต และไอศครีม) และมีการติดตามหลังเรียนรู้จบก่อนนำเข้าสู่สมาชิกอะโรแมติกฟาร์ม
 
ขณะเดียวกัน ยังได้สร้างเสถียรภาพด้านราคาและเพิ่มรายได้อย่างยั่งยืนให้แก่เกษตรกรผ่านการขับเคลื่อน Circular Economy โดยให้ความสำคัญกับแนวคิด Valued Waste โดยนำเปลือกมะพร้าว กะลามะพร้าว และวัสดุเหลือใช้มาต่อยอดเป็นไบโอชาร์ และผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม อาทิ วัสดุบรรจุภัณฑ์ เชื้อเพลิง ผลิตภัณฑ์รักษ์โลก และพลังงานทดแทน ผ่านความร่วมมือกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) รวมทั้งสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนผ่านธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) เพื่อส่งเสริมการลงทุนด้านนวัตกรรมและการแปรรูป และวัสดุที่เหลือใช้ยังคงมีเหลือปริมาณมาก ได้นำมาแปรรูป บด ผสมแป้งมัน น้ำ เป็นถ่านชีวภาพ และมวลอิฐเบา Biochar ซึ่ง โมเดล Biochar Construction Materials นี้ กลุ่มไม่ได้คิดเพียงนำไปขายตรงในตลาด แต่ร่วมกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.)ในการต่อยอดในธุรกิจ Biochar Carbon Credit ด้วย
 
“กระทรวงพาณิชย์ จะนำรูปแบบที่อะโรแมติกฟาร์ม ขับเคลื่อนและทำได้สำเร็จ มาใช้เป็นส่วนหนึ่งใน The Harmony Model ที่กำลังจะขับเคลื่อนไปสู่สินค้าเกษตรอื่น ๆ ให้ใช้เป็นต้นแบบในการผลิตสินค้าเกษตร ตามที่ตลาดต้องการ และต่อยอดไปสู่การแปรรูปเป็นสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม ต่อยอดไปจนถึงเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียน การรักษ์โลก และเรื่องคาร์บอน เครดิต โดยกระทรวงพาณิชย์พร้อมที่จะให้การสนับสนุนพี่น้องเกษตรกรอย่างเต็มที่” นางศุภจีกล่าว 
 
-032

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top