533.jpg
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน อานิสงส์ MOU หยุดยิง-มาตรการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' ปลุกกำลังซื้อไตรมาส 3

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน อานิสงส์ MOU หยุดยิง-มาตรการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' ปลุกกำลังซื้อไตรมาส 3

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 11.49 น.

   รองศาสตราจารย์ ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย  อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมผู้บริโภคเริ่มกลับมามีความหวังหลังสัญญาณลบภายนอกประเทศคลี่คลายอย่างชัดเจน ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (CCI) ประจำเดือนมิถุนายน 2569 ปรับตัวดีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน โดยขยับขึ้นจากระดับ 49.5 มาอยู่ที่ระดับ 50.7 ผลจากความกังวลในภาวะสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่านที่ผ่อนคลายลงอย่างมีนัยสำคัญ หลังมีการบรรลุข้อตกลงและลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) หยุดยิงชั่วคราว ซึ่งส่งผลโดยตรงให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกและในประเทศปรับตัวลดลง ช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนลงได้บางส่วน นอกจากปัจจัยบวกด้านต่างประเทศแล้ว แรงขับเคลื่อนจากนโยบายภาครัฐผ่านโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ "ไทยช่วยไทยพลัส" ที่เริ่มต้นขึ้นเป็นเดือนแรก ได้ส่งผลทางจิตวิทยาเชิงบวกในการเพิ่มกำลังซื้อให้กับภาคประชาชนอย่างเห็นได้ชัด  

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาในรายละเอียดของดัชนีความเชื่อมั่นพบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม ดัชนีโอกาสหางานทำ และดัชนีรายได้ในอนาคต ได้ปรับตัวดีขึ้นครอบคลุมทุกรายการ โดยมาอยู่ที่ระดับ 44.1, 48.7 และ 59.3 ตามลำดับ จากระดับ 43.1, 47.5 และ 57.9 ในเดือนพฤษภาคม ทว่าตัวเลขดังกล่าวยังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับปกติที่ 100 สะท้อนให้เห็นว่าในภาพรวมผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังคงขาดความมั่นใจอย่างเต็มที่ และยังคงระมัดระวังต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ โอกาสการจ้างงาน รวมถึงความไม่แน่นอนของรายได้ในอนาคต เนื่องจากความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของปัญหาสงครามที่อาจจะยังไม่คลี่คลายถาวร และค่าครองชีพที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูงซึ่งอาจส่งผลให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้ช้ากว่าที่ควรจะเป็น  


ทางด้านดัชนีความเชื่อมั่นในปัจจุบันปรับตัวดีขึ้นจากระดับ 33.6 เป็น 34.5 และดัชนีความเชื่อมั่นในอนาคตขยับจากระดับ 57.3 มาอยู่ที่ 58.7 ซึ่งทางศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ประเมินสถานการณ์ว่า แม้ในระยะนี้ผู้บริโภคจะยังคงมีพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยอย่างสงวนท่าที แต่คาดว่าจะเริ่มเห็นเม็ดเงินสะพัดและมีการใช้จ่ายหมุนเวียนมากขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ โดยมีแรงหนุนสำคัญอย่างต่อเนื่องจากโครงการไทยช่วยไทยพลัสที่จะลากยาวไปจนถึงเดือนกันยายน 2569 และหากสถานการณ์ความตึงเครียดในต่างประเทศสามารถยุติลงได้อย่างถาวรจนราคาน้ำมันดิบกลับเข้าสู่ภาวะปกติ จะกลายเป็นสปริงบอร์ดสำคัญที่ดันให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง พร้อมส่งไม้ต่อให้การบริโภคภายในประเทศกลับมาคึกคักอย่างเต็มที่ในช่วงปลายไตรมาส 3 และลากยาวตลอดไตรมาสที่ 4 ของปีนี้อย่างแน่นอน  

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top