วันอาทิตย์ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเคารพสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ภายใต้แนวคิด “ไม่ซื้อ ไม่ใช้ ไม่สนับสนุนการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา” โดยมีผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมศุลกากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนเจ้าของสิทธิ สถานเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย และหน่วยงานต่างประเทศเข้าร่วม ณ พารากอน ฮอลล์ศูนย์การค้าสยามพารากอน และบริเวณ Walking Street สยามสแควร์ เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2569
ทั้งนี้เพื่อรณรงค์สร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนในความสำคัญของการเคารพสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมยกระดับความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาทั้งในท้องตลาดและบนแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเป็นปัญหาที่ฉุดรั้งความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดผลกระทบโดยตรงต่อผู้ผลิตผู้ประกอบการ และผู้บริโภค อีกทั้งยังบั่นทอนขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าของประเทศ
นอกจากนี้ประเด็นการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญายังเป็นปัจจัยสำคัญ ที่ประเทศคู่ค้าสำคัญ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ใช้ประกอบการพิจารณาสถานะการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของไทย ซึ่งส่งผลต่อภาพลักษณ์ ความเชื่อมั่นของนักลงทุน และบรรยากาศการค้าการลงทุนของประเทศ
ดังนั้นกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา จึงได้เดินหน้าพัฒนาระบบการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของไทยให้เข้มแข็ง ควบคู่กับการส่งเสริมระบบนิเวศนวัตกรรมที่เอื้อต่อผู้สร้างสรรค์และผู้ประกอบการไทย รวมทั้งพัฒนากลไกความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ เพื่อยกระดับมาตรฐานระบบทรัพย์สินทางปัญญา ให้ทัดเทียมสากล และผลักดันประเทศไทย สู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์
ทั้งนี้เพื่อเป็นการต่อยอดและยกระดับความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเจ้าของสิทธิ กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เรื่อง การป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ต ระหว่างกรมทรัพย์สินทางปัญญากองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.)และบริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อยกระดับความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูล การสืบสวน และการขยายผลดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามการจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนแพลตฟอร์มออนไลน์โดยมีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยปลัดกระทรวงพาณิชย์ (นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์) ร่วมเป็นสักขีพยาน ในการลงนาม
โดยพร้อมกันนี้ ยังมีพิธีรับมอบบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือในการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาบนอินเทอร์เน็ตระหว่างกรมทรัพย์สินทางปัญญากับบริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของสิทธิ ในทรัพย์สินทางปัญญารายล่าสุดที่แสดงเจตจำนงเข้าร่วมเครือข่ายความร่วมมือในการนำมาตรการ Notice and Takedown มาใช้ระงับการจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนอินเทอร์เน็ต ส่งผลให้ปัจจุบันเครือข่ายความร่วมมือดังกล่าวมีสมาชิกเพิ่มเป็น 45 องค์กร ประกอบด้วย หน่วยงานของกระทรวงพาณิชย์ 3 องค์กร ได้แก่ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ภาคเอกชนเจ้าของสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา 37 องค์กร และผู้ประกอบการด้านอินเทอร์เน็ต 5 แพลตฟอร์ม ได้แก่ ลาซาด้า, ช้อปปี้, TikTok Shop, Nex Gen Commerce และ LINE สะท้อนถึงความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างภาครัฐ เจ้าของสิทธิ และผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์ในการยกระดับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของไทย
นอกจากนี้ภายในงานยังมีการจัดนิทรรศการรณรงค์ “ไม่ซื้อ ไม่ใช้ ไม่สนับสนุนการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา” เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความสำคัญของการเคารพสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา และให้ความรู้เกี่ยวกับผลกระทบและโทษภัยของสินค้าปลอมต่อประชาชนผู้บริโภค และการปกป้องสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาแก่ผู้สร้างสรรค์ ผู้ประกอบการ ไปสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมปลูกฝังค่านิยมการเลือกซื้อสินค้าและบริการที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยนิทรรศการดังกล่าวจะจัดแสดงถึงวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ณ บริเวณห้องโถง (Foyer) ชั้น 5 พารากอนฮอลล์
จากนั้นนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ สถานเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย หน่วยงานต่างประเทศ และภาคเอกชนเจ้าของสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ได้ร่วมกิจกรรมเดินรณรงค์จากบริเวณลานหน้า Siam Square One ไปยัง Walking Street สยามสแควร์ เพื่อเชิญชวนประชาชน โดยเฉพาะเยาวชนคนรุ่นใหม่ ร่วมกันแสดงพลัง “ไม่ซื้อ ไม่ใช้ ไม่สนับสนุนการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา” สร้างค่านิยมในการเคารพสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา และตระหนักถึงภัยอันตรายของสินค้าปลอม หลีกเลี่ยงการซื้อและใช้สินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อตัดวงจรการผลิตและจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาออกจากตลาด
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ได้บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับมาตรการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดยมุ่งเน้นการจัดการกับแหล่งผลิต แหล่งจำหน่าย และผู้กระทำผิดรายใหญ่ ควบคู่กับการประสานความร่วมมือกับแพลตฟอร์มออนไลน์ในการสกัดกั้นและระงับการจำหน่ายสินค้าละเมิดอย่างทันท่วงที ส่งผลให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างรวดเร็ว ตรงเป้าหมาย และเกิดประสิทธิผลในเชิงป้องปรามอย่างชัดเจน
โดย 6 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม - มิถุนายน) สามารถจับกุมคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาได้ 456 คดี และตรวจยึดของกลางได้ 1,654,698 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 786 ล้านบาท
“การป้องกันและแก้ไขปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาจะเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนได้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะประชาชนผู้บริโภค จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมกัน “ไม่ซื้อ ไม่ใช้ ไม่สนับสนุนการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา” เพื่อร่วมสร้างสังคมที่เคารพสิทธิ สนับสนุนผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจโดยสุจริต และขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทย ให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน พร้อมทั้งขอความร่วมมือประชาชนหากพบการกระทำที่เข้าข่ายละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่กองป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา กรมทรัพย์สินทางปัญญา โทร. 0 2547 4702 หรือสายด่วน 1368”นางอรมน กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี