542.jpg
‘รับสร้างบ้าน’ครึ่งปีแรกอ่วม ผู้ประกอบการหน้าใหม่เพิ่มฉุดยอดขายลด

‘รับสร้างบ้าน’ครึ่งปีแรกอ่วม ผู้ประกอบการหน้าใหม่เพิ่มฉุดยอดขายลด

วันพุธ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 13.41 น.

นางสาวจิราภา สุวรรณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีดีเฮ้าส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด    ผู้บริหารแบรนด์และมาตรฐานศูนย์รับสร้างบ้าน “พีดี เฮ้าส์” และ “เอคิว โฮม” เปิดเผยว่า สภาวะเศรษฐกิจประเทศไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ยังคงอยู่ในโหมดเปราะบางและอ่อนไหว   ซึ่งส่งผลกระทบเชิงจิตวิทยาต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในการตัดสินใจลงทุนสร้างที่อยู่อาศัย อย่างไรก็ดี หากมองในภาพรวมของตลาดรับสร้างบ้านทั่วประเทศ พบว่ามูลค่ารวมของตลาดยังคงทรงตัว หรือไม่ได้ถดถอยอย่างรุนแรง เนื่องจากได้รับอานิสงส์การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภค ที่หันมาเลือกใช้บริการกับบริษัทรับสร้างบ้านที่มีมาตรฐานแทนกลุ่มผู้รับเหมาทั่วไปเพิ่มมากขึ้น กอปรกับการมีผู้เล่นหน้าใหม่ ทั้งกลุ่มทุนขนาดใหญ่และผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในท้องถิ่น กระโดดเข้ามาแข่งขันในตลาดนี้เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว ทำให้ช่วยแชร์ส่วนแบ่งตลาดรวมไม่ให้ถดถอยลง

ทว่า ในความแข็งแกร่งของตัวเลขภาพรวมตลาดับสร้างบ้าน กลับซ่อนความท้าทายไว้ภายใน เนื่องจากมูลค่าตลาดที่เติบโตขึ้นนั้น ไม่ได้สอดคล้องกับผู้ประกอบการที่เพิ่มขึ้นจำนวนมาก ทำให้เกิดภาวะการกระจายตัวของยอดขาย และเมื่อเจาะลึกข้อมูลของแต่ละราย พบว่าส่วนใหญ่ต้องเผชิญกับภาวะยอดขายในช่วง 6 เดือนแรกลดลง หรือพลาดเป้าหมายที่ตั้งไว้เกือบทั้งหมด

ในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา บริษัทฯ ยอมรับว่าได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบภายนอก โดยเฉพาะความผันผวนของต้นทุนวัสดุก่อสร้างและค่าขนส่ง รวมถึงสงครามราคาในธุรกิจรับสร้างบ้านและเป็นแรงกดดันที่ทำให้ต้องตัดสินใจชะลอการขายในบางช่วงเวลา เพื่อบริหารจัดการต้นทุนภายในและปรับตัวให้เท่าทันสถานการณ์ ส่งผลให้ยอดรับรู้รายได้และยอดขายบ้านในช่วงครึ่งปีแรกไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมายเดิม

อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายไตรมาส 2 ที่ผ่านมา บริษัทฯ เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของกำลังซื้อ (Sign of Recovery) จากกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการสร้างบ้านจริง เริ่มกลับมาติดต่อสอบถามและเข้าสู่กระบวนการตัดสินใจอีกครั้ง

ทั้งนี้เพื่อรับมือกับความท้าทายในช่วง 6 เดือนที่เหลือ (กค. - ธค.) พีดีเฮ้าส์ ได้วางหมากรบใหม่ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ประกอบด้วย

1. กลยุทธ์ราคา Dynamic Pricing (ประกาศใหม่ทุก 30 วัน)

ภายหลังสถานการณ์ต้นทุนพลังงานเริ่มนิ่ง บริษัทฯ ได้เซทอัพโครงสร้างราคาขายใหม่ทั้งหมด โดยใช้โมเดล "การยืนราคา 30 วัน" ซึ่งจะมีการประเมินต้นทุนจริง เพื่อปรับเพิ่มหรือลดราคา และจะประกาศราคากลางใหม่ในทุก ๆ 30 วัน เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นและเป็นธรรมกับผู้บริโภคมากที่สุด จนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ

2. ยกระดับ Digital CRM ไร้รอยต่อ

บริษัทฯ ได้นำระบบ CRM (Customer Relationship Management System) แบบออนไลน์มาใช้อย่างเต็มรูปแบบ โดยเชื่อมต่อ Data จากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียชั้นนำ ได้แก่ Facebook, Line, Instagram ของศูนย์รับสร้างบ้านพีดีเฮ้าส์ทุกสาขา เข้าสู่ระบบบริหารการตลาดส่วนกลาง ซึ่งทำหน้าที่มอนิเตอร์ข้อมูลหรือลูกค้าใหม่ที่ทักเข้ามาสอบถามข้อมูลการสร้างบ้าน และสามารถติดต่อกลับได้อย่างรวดเร็ว (Real-time Response) รวมทั้งป้องกันการตกหล่นของลูกค้าใหม่ทุกราย

3. ดันแบรนด์ "เอคิว โฮม" รุกตลาดบ้าน 2-3 ล้านบาท พร้อมชิงแชร์ตลาดบ้านหรู 10 ล้านบาท แบรนด์  “พีดี เฮ้าส์”

ภายหลังจากนำแบรนด์น้องเล็กอย่าง “เอคิว โฮม” กลับมารุกตลาดแมสหรือกลุ่มบ้านระดับราคา  2-3 ล้านบาท ด้วยการเปิดตัว 6 แบบบ้านใหม่ ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีก่อสร้างแบบผนังรับน้ำหนักสำเร็จรูป Load Bearing Wall มาใช้ซึ่งช่วยย่นระยะเวลาก่อสร้างให้จบได้ภายใน 3-6 เดือน ปรากฏว่าได้กระแสตอบรับดีมาก ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยในไตรมาส 3 นี้ บริษัทฯ พร้อมเปิดตัวเพิ่มอีก 6 แบบบ้านใหม่ ในเซกเมนต์ราคา 2-3 ล้านบาทเท่าเดิม

นอกจากนี้ ในส่วนของแบรนด์พรีเมียมอย่าง “พีดี เฮ้าส์” เตรียมเปิดตัวแบบบ้านเดี่ยวชั้นเดียว สไตล์คอนเท็มโพรารี่ มูลค่า 10 ล้านบาทขึ้นไป เพื่อตอบสนองกลุ่มตลาดบนที่มีกำลังซื้อสูง เช่น ครอบครัวขยาย (Multi-Gen), กลุ่มคนรักสุขภาพ และกลุ่ม Wellness Living ที่ต้องการอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ

นางสาวจิราภา กล่าวเน้นย้ำถึงจุดยืนในการดำเนินธุรกิจท่ามกลางสงครามราคาในครึ่งปีหลังว่า   “พีดี เฮ้าส์” จะไม่ลงไปเล่นในสนามรบที่เน้นการตัดราคาเพื่อแย่งชิงวอลลุ่ม โดยบริษัทฯ ได้ออกนโยบายเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ คือ การจำกัดปริมาณรับสร้างบ้านไว้เพียง 5-7 หน่วยต่อสาขาเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อบริหารความเสี่ยงด้านกระแสเงินสดและต้นทุนผันผวน รวมถึงรักษาระดับคุณภาพงานก่อสร้างและบริการให้เป็นไปตามมาตรฐานสูงสุด

“เศรษฐกิจในปัจจุบันไม่ได้เอื้อให้เราวิ่งแข่ง เพื่อการเติบโตแบบก้าวกระโดดเหมือนในอดีต ในปีนี้การประคับประคองธุรกิจ (Prudent Management) และการลดความเสี่ยงให้เหลือน้อยที่สุด คือกลยุทธ์ที่ปลอดภัยและฉลาดที่สุดในการสร้างความยั่งยืนในระยะยาว เราขอเลือกที่จะยืนให้มั่นคง เมื่อไรที่พายุเศรษฐกิจผ่านพ้นไปและกำลังซื้อฟื้นตัว วันนั้น “พีดี เฮ้าส์” พร้อมที่จะกลับมารุกชิงเค้กก้อนใหญ่อีกครั้งอย่างแน่นอน” นางสาวจิราภา กล่าว

 

-031


 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top