‘รับสร้างบ้าน’ครึ่งปีแรกอ่วม ผู้ประกอบการหน้าใหม่เพิ่มฉุดยอดขายลด
วันพุธ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 13.41 น.
นางสาวจิราภา สุวรรณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีดีเฮ้าส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้บริหารแบรนด์และมาตรฐานศูนย์รับสร้างบ้าน “พีดี เฮ้าส์” และ “เอคิว โฮม” เปิดเผยว่า สภาวะเศรษฐกิจประเทศไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ยังคงอยู่ในโหมดเปราะบางและอ่อนไหว ซึ่งส่งผลกระทบเชิงจิตวิทยาต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในการตัดสินใจลงทุนสร้างที่อยู่อาศัย อย่างไรก็ดี หากมองในภาพรวมของตลาดรับสร้างบ้านทั่วประเทศ พบว่ามูลค่ารวมของตลาดยังคงทรงตัว หรือไม่ได้ถดถอยอย่างรุนแรง เนื่องจากได้รับอานิสงส์การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภค ที่หันมาเลือกใช้บริการกับบริษัทรับสร้างบ้านที่มีมาตรฐานแทนกลุ่มผู้รับเหมาทั่วไปเพิ่มมากขึ้น กอปรกับการมีผู้เล่นหน้าใหม่ ทั้งกลุ่มทุนขนาดใหญ่และผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในท้องถิ่น กระโดดเข้ามาแข่งขันในตลาดนี้เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว ทำให้ช่วยแชร์ส่วนแบ่งตลาดรวมไม่ให้ถดถอยลง
ทว่า ในความแข็งแกร่งของตัวเลขภาพรวมตลาดับสร้างบ้าน กลับซ่อนความท้าทายไว้ภายใน เนื่องจากมูลค่าตลาดที่เติบโตขึ้นนั้น ไม่ได้สอดคล้องกับผู้ประกอบการที่เพิ่มขึ้นจำนวนมาก ทำให้เกิดภาวะการกระจายตัวของยอดขาย และเมื่อเจาะลึกข้อมูลของแต่ละราย พบว่าส่วนใหญ่ต้องเผชิญกับภาวะยอดขายในช่วง 6 เดือนแรกลดลง หรือพลาดเป้าหมายที่ตั้งไว้เกือบทั้งหมด
ในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา บริษัทฯ ยอมรับว่าได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบภายนอก โดยเฉพาะความผันผวนของต้นทุนวัสดุก่อสร้างและค่าขนส่ง รวมถึงสงครามราคาในธุรกิจรับสร้างบ้านและเป็นแรงกดดันที่ทำให้ต้องตัดสินใจชะลอการขายในบางช่วงเวลา เพื่อบริหารจัดการต้นทุนภายในและปรับตัวให้เท่าทันสถานการณ์ ส่งผลให้ยอดรับรู้รายได้และยอดขายบ้านในช่วงครึ่งปีแรกไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมายเดิม
อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายไตรมาส 2 ที่ผ่านมา บริษัทฯ เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของกำลังซื้อ (Sign of Recovery) จากกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการสร้างบ้านจริง เริ่มกลับมาติดต่อสอบถามและเข้าสู่กระบวนการตัดสินใจอีกครั้ง
ทั้งนี้เพื่อรับมือกับความท้าทายในช่วง 6 เดือนที่เหลือ (กค. - ธค.) พีดีเฮ้าส์ ได้วางหมากรบใหม่ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ประกอบด้วย
1. กลยุทธ์ราคา Dynamic Pricing (ประกาศใหม่ทุก 30 วัน)
ภายหลังสถานการณ์ต้นทุนพลังงานเริ่มนิ่ง บริษัทฯ ได้เซทอัพโครงสร้างราคาขายใหม่ทั้งหมด โดยใช้โมเดล "การยืนราคา 30 วัน" ซึ่งจะมีการประเมินต้นทุนจริง เพื่อปรับเพิ่มหรือลดราคา และจะประกาศราคากลางใหม่ในทุก ๆ 30 วัน เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นและเป็นธรรมกับผู้บริโภคมากที่สุด จนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ
2. ยกระดับ Digital CRM ไร้รอยต่อ
บริษัทฯ ได้นำระบบ CRM (Customer Relationship Management System) แบบออนไลน์มาใช้อย่างเต็มรูปแบบ โดยเชื่อมต่อ Data จากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียชั้นนำ ได้แก่ Facebook, Line, Instagram ของศูนย์รับสร้างบ้านพีดีเฮ้าส์ทุกสาขา เข้าสู่ระบบบริหารการตลาดส่วนกลาง ซึ่งทำหน้าที่มอนิเตอร์ข้อมูลหรือลูกค้าใหม่ที่ทักเข้ามาสอบถามข้อมูลการสร้างบ้าน และสามารถติดต่อกลับได้อย่างรวดเร็ว (Real-time Response) รวมทั้งป้องกันการตกหล่นของลูกค้าใหม่ทุกราย
3. ดันแบรนด์ "เอคิว โฮม" รุกตลาดบ้าน 2-3 ล้านบาท พร้อมชิงแชร์ตลาดบ้านหรู 10 ล้านบาท แบรนด์ “พีดี เฮ้าส์”
ภายหลังจากนำแบรนด์น้องเล็กอย่าง “เอคิว โฮม” กลับมารุกตลาดแมสหรือกลุ่มบ้านระดับราคา 2-3 ล้านบาท ด้วยการเปิดตัว 6 แบบบ้านใหม่ ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีก่อสร้างแบบผนังรับน้ำหนักสำเร็จรูป Load Bearing Wall มาใช้ซึ่งช่วยย่นระยะเวลาก่อสร้างให้จบได้ภายใน 3-6 เดือน ปรากฏว่าได้กระแสตอบรับดีมาก ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยในไตรมาส 3 นี้ บริษัทฯ พร้อมเปิดตัวเพิ่มอีก 6 แบบบ้านใหม่ ในเซกเมนต์ราคา 2-3 ล้านบาทเท่าเดิม
นอกจากนี้ ในส่วนของแบรนด์พรีเมียมอย่าง “พีดี เฮ้าส์” เตรียมเปิดตัวแบบบ้านเดี่ยวชั้นเดียว สไตล์คอนเท็มโพรารี่ มูลค่า 10 ล้านบาทขึ้นไป เพื่อตอบสนองกลุ่มตลาดบนที่มีกำลังซื้อสูง เช่น ครอบครัวขยาย (Multi-Gen), กลุ่มคนรักสุขภาพ และกลุ่ม Wellness Living ที่ต้องการอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ
นางสาวจิราภา กล่าวเน้นย้ำถึงจุดยืนในการดำเนินธุรกิจท่ามกลางสงครามราคาในครึ่งปีหลังว่า “พีดี เฮ้าส์” จะไม่ลงไปเล่นในสนามรบที่เน้นการตัดราคาเพื่อแย่งชิงวอลลุ่ม โดยบริษัทฯ ได้ออกนโยบายเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ คือ การจำกัดปริมาณรับสร้างบ้านไว้เพียง 5-7 หน่วยต่อสาขาเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อบริหารความเสี่ยงด้านกระแสเงินสดและต้นทุนผันผวน รวมถึงรักษาระดับคุณภาพงานก่อสร้างและบริการให้เป็นไปตามมาตรฐานสูงสุด
“เศรษฐกิจในปัจจุบันไม่ได้เอื้อให้เราวิ่งแข่ง เพื่อการเติบโตแบบก้าวกระโดดเหมือนในอดีต ในปีนี้การประคับประคองธุรกิจ (Prudent Management) และการลดความเสี่ยงให้เหลือน้อยที่สุด คือกลยุทธ์ที่ปลอดภัยและฉลาดที่สุดในการสร้างความยั่งยืนในระยะยาว เราขอเลือกที่จะยืนให้มั่นคง เมื่อไรที่พายุเศรษฐกิจผ่านพ้นไปและกำลังซื้อฟื้นตัว วันนั้น “พีดี เฮ้าส์” พร้อมที่จะกลับมารุกชิงเค้กก้อนใหญ่อีกครั้งอย่างแน่นอน” นางสาวจิราภา กล่าว
-031