วันพฤหัสบดี ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
นางสาวจิราภา สุวรรณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีดีเฮ้าส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้บริหารแบรนด์และมาตรฐานศูนย์รับสร้างบ้าน “พีดี เฮ้าส์” และ “เอคิว โฮม” เปิดเผยว่า ในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา บริษัทฯ ยอมรับว่าได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบภายนอก โดยเฉพาะความผันผวนของต้นทุนวัสดุก่อสร้างและค่าขนส่ง รวมถึงสงครามราคาในธุรกิจรับสร้างบ้านและเป็นแรงกดดันที่ทำให้ต้องตัดสินใจชะลอการขายในบางช่วงเวลา เพื่อบริหารจัดการต้นทุนภายในและปรับตัวให้เท่าทันสถานการณ์ ส่งผลให้ยอดรับรู้รายได้และยอดขายบ้านในช่วงครึ่งปีแรกไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมายเดิม โดยในช่วงปลายไตรมาส 2 ที่ผ่านมา บริษัทฯ เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของกำลังซื้อ (Sign of Recovery) จากกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการสร้างบ้านจริง เริ่มกลับมาติดต่อสอบถามและเข้าสู่กระบวนการตัดสินใจอีกครั้ง
ทั้งนี้เพื่อรับมือกับความท้าทายในช่วง 6 เดือนที่เหลือ (กค. - ธค.) พีดีเฮ้าส์ ได้วางหมากรบใหม่ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ประกอบด้วย 1. กลยุทธ์ราคา Dynamic Pricing (ประกาศใหม่ทุก 30 วัน) ซึ่งภายหลังสถานการณ์ต้นทุนพลังงานเริ่มนิ่ง บริษัทฯ ได้เซทอัพโครงสร้างราคาขายใหม่ทั้งหมด โดยใช้โมเดล "การยืนราคา 30 วัน" ซึ่งจะมีการประเมินต้นทุนจริง เพื่อปรับเพิ่มหรือลดราคา และจะประกาศราคากลางใหม่ในทุก ๆ 30 วัน เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นและเป็นธรรมกับผู้บริโภคมากที่สุด จนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ
ส่วนกลยุทธ์ ที่ 2. ได้แก่ ยกระดับ Digital CRM ไร้รอยต่อ โดยบริษัทฯ ได้นำระบบ CRM (Customer Relationship Management System) แบบออนไลน์มาใช้อย่างเต็มรูปแบบ โดยเชื่อมต่อ Data จากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียชั้นนำ ได้แก่ Facebook, Line, Instagram ของศูนย์รับสร้างบ้านพีดีเฮ้าส์ทุกสาขา เข้าสู่ระบบบริหารการตลาดส่วนกลาง ซึ่งทำหน้าที่มอนิเตอร์ข้อมูลหรือลูกค้าใหม่ที่ทักเข้ามาสอบถามข้อมูลการสร้างบ้าน และสามารถติดต่อกลับได้อย่างรวดเร็ว (Real-time Response) รวมทั้งป้องกันการตกหล่นของลูกค้าใหม่ทุกราย และ 3. ดันแบรนด์ "เอคิว โฮม" รุกตลาดบ้าน 2-3 ล้านบาท พร้อมชิงแชร์ตลาดบ้านหรู 10 ล้านบาท แบรนด์ “พีดี เฮ้าส์” ซึ่งภายหลังจากนำแบรนด์น้องเล็กอย่าง “เอคิว โฮม” กลับมารุกตลาดแมสหรือกลุ่มบ้านระดับราคา 2-3 ล้านบาท ด้วยการเปิดตัว 6 แบบบ้านใหม่ ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีก่อสร้างแบบผนังรับน้ำหนักสำเร็จรูป Load Bearing Wall มาใช้ซึ่งช่วยย่นระยะเวลาก่อสร้างให้จบได้ภายใน 3-6 เดือน ปรากฏว่าได้กระแสตอบรับดีมาก ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยในไตรมาส 3 นี้ บริษัทฯ พร้อมเปิดตัวเพิ่มอีก 6 แบบบ้านใหม่ ในเซกเมนต์ราคา 2-3 ล้านบาทเท่าเดิม นอกจากนี้ ในส่วนของแบรนด์พรีเมียมอย่าง “พีดี เฮ้าส์” เตรียมเปิดตัวแบบบ้านเดี่ยวชั้นเดียว สไตล์คอนเท็มโพรารี่ มูลค่า 10 ล้านบาทขึ้นไป เพื่อตอบสนองกลุ่มตลาดบนที่มีกำลังซื้อสูง เช่น ครอบครัวขยาย (Multi-Gen), กลุ่มคนรักสุขภาพ และกลุ่ม Wellness Living ที่ต้องการอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ
นางสาวจิราภา กล่าวอีกว่า จุดยืนในการดำเนินธุรกิจท่ามกลางสงครามราคาในครึ่งปีหลังว่า “พีดี เฮ้าส์” จะไม่ลงไปเล่นในสนามรบที่เน้นการตัดราคาเพื่อแย่งชิงวอลลุ่ม โดยบริษัทฯ ได้ออกนโยบายเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ คือ การจำกัดปริมาณรับสร้างบ้านไว้เพียง 5-7 หน่วยต่อสาขาเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อบริหารความเสี่ยงด้านกระแสเงินสดและต้นทุนผันผวน รวมถึงรักษาระดับคุณภาพงานก่อสร้างและบริการให้เป็นไปตามมาตรฐานสูงสุด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี