วันศุกร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สถานการณ์การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่เดือนมิถุนายน 2569 พบว่า มีธุรกิจจัดตั้งใหม่ 7,979 ราย เพิ่มขึ้น 12.14% จากเดือนพฤษภาคม 2569 ที่มีธุรกิจจัดตั้งใหม่ 7,115 ราย และเพิ่มขึ้น 13.61% จากเดือนมิถุนายน 2568 ที่มีธุรกิจจัดตั้งใหม่ 7,023 ราย ขณะที่ทุนจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่เดือนมิถุนายน 2569 อยู่ที่ 15,231 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.12% จากเดือนพฤษภาคม 2569 ที่มีทุนจดทะเบียน 14,629 ล้านบาท และลดลง 15.91% จากเดือนมิถุนายน 2568 ที่มีทุนจดทะเบียน 18,113 ล้านบาท
โดยส่งผลให้การจัดตั้งธุรกิจใหม่ช่วงครึ่งปีแรก 2569 มีจำนวน 44,773 ราย เพิ่มขึ้น 2.13% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่มีการจัดตั้งธุรกิจใหม่ 43,838 ราย ขณะที่ทุนจดทะเบียนตั้งธุรกิจใหม่ครึ่งปีแรก 2569 อยู่ที่ 111,201 ล้านบาท ลดลง 25.44% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่ทุนจดทะเบียน 149,140 ล้านบาท
ทั้งนี้มี 3 ประเภทธุรกิจที่ขยายตัวอย่างน่าสนใจเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ได้แก่ 1.ธุรกิจการขายปลีกทางอินเทอร์เน็ต 1,296 ราย เพิ่มขึ้น 56.90% ทุนจดทะเบียน 2,123 ล้านบาท ,2.ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร 2,119 ราย เพิ่มขึ้น 15.67% ทุนจดทะเบียน 3,446 ล้านบาท และ 3.ธุรกิจร้านขายปลีกเสื้อผ้า 499 ราย เพิ่มขึ้น 83.46% ทุนจดทะเบียน 696 ล้านบาท
ส่วนการจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการเดือนมิถุนายน 2569 มีจำนวน 1,760 ราย เพิ่มขึ้น 68.10% จากเดือนเดือนพฤษภาคม 2569 ที่มีการจดทะเบียนเลิก 1,047 ราย และเพิ่มขึ้น 19.89% จากเดือนมิถุนายน 2568 ที่มีการจดทะเบียนเลิก 1,468 ราย ด้านทุนจดทะเบียนเลิกเดือนมิถุนายน 2569 อยู่ที่ 6,807 ล้านบาท ลดลง 89.65% จากเดือนพฤษภาคม 2569 ที่มีทุนจดทะเบียนเลิก 65,792 ล้านบาท และลดลง 34.57% จากเดือนมิถุนายน 2568 มีทุนจดทะเบียนเลิก 10,403 ล้านบาท
การจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการช่วงครึ่งปีแรก 2569 มี 7,024 ราย เพิ่มขึ้น 12.49% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่มีการจดทะเบียนเลิก 6,244 ราย ด้านทุนจดทะเบียนเลิกครึ่งปีแรกปี 2569 อยู่ที่ 98,857 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 224% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่มีการจดทะเบียนเลิก 30,544 ล้านบาท ทั้งนี้ (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569) มีธุรกิจที่จดทะเบียนนิติบุคคลรวม 2,094,850 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 32.39 ล้านล้านบาท โดยมีนิติบุคคลดำเนินกิจการอยู่ 1,004,558 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 23.81 ล้านล้านบาท
นายพูนพงษ์ กล่าวว่า การอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในไทย ภายใต้ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 เดือนมิถุนายน 2569 มีจำนวน 112 ราย เงินลงทุนรวม 34,056 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากจีน สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ตามลำดับ โดยช่วงครึ่งปีแรก 2569 มีการอนุญาต 640 ราย เพิ่มขึ้น 27% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่มีการอนุญาต 502 ราย เงินลงทุนรวม 187,614 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 68% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่มีเงินลงทุนรวม 111,506 ล้านบาท
ในช่วงครึ่งปีแรก 2569 ประเทศที่เข้ามาลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.จีน 110 ราย คิดเป็น 17% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 35,479 ล้านบาท 2.สหรัฐอเมริกา 107 ราย คิดเป็น 17% เงินลงทุน 6,043 ล้านบาท 3.ญี่ปุ่น 87 ราย คิดเป็น 14% เงินลงทุน 44,662 ล้านบาท 4.สิงคโปร์ 83 ราย คิดเป็น 13% เงินลงทุน 37,867 ล้านบาท และ 5.ฮ่องกง 59 ราย คิดเป็น 9% เงินลงทุน 13,088 ล้านบาท และประเทศอื่นๆ 194 ราย คิดเป็น 30% เงินลงทุน 50,475ล้านบาท
ส่วนการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ครึ่งปีแรก 2569 ภายใต้ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มี 199 ราย คิดเป็น 31% ของนักลงทุนต่างชาติในไทย เพิ่มขึ้น 41 ราย คิดเป็น 26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่มี 158 ราย มูลค่าการลงทุน 83,779 ล้านบาท คิดเป็น 45% ของเงินลงทุนทั้งหมด โดยเป็นนักลงทุนจากจีน 69 ราย ลงทุน 28,983 ล้านบาท ญี่ปุ่น 28 ราย ลงทุน 22,386 ล้านบาท สิงคโปร์ 22 ราย ลงทุน 10,100 ล้านบาท ประเทศอื่นๆ 80 ราย ลงทุน 22,310 ล้านบาท
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี