542.jpg
หลุดปธ.‘กสทช.’ ‘นพ.สรณ’มีลักษณะต้องห้าม

หลุดปธ.‘กสทช.’ ‘นพ.สรณ’มีลักษณะต้องห้าม

วันเสาร์ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายวิษณุ วรัญญู เลขานุการคณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการสรรหา กสทช.วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ว่า วาระสำคัญคือการพิจารณาคุณสมบัติ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. จากข้อร้องเรียนการรับตำแหน่งอื่นใดทับซ้อน ซึ่งที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า นพ.สรณ มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8(2) แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ พ.ศ.2553 จึงถือว่าสละสิทธิ์การเข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสทช.ตามมาตรา 18 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ พ.ศ.2553 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2564
“การกระทำที่ผ่านมาของ นพ.สรณ เป็นเรื่องที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะหยิบยกแต่ละเรื่องไปพิจารณาว่าจะมีผลอย่างไร ส่วนจะต้องให้เสนอเรื่องให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯหรือไม่ ฝ่ายสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา รับเรื่องมาจากช่องทางไหนก็ส่งกลับไปช่องทางนั้น” นายวิษณุ กล่าว 

ด้านนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ กล่าวว่า คณะกรรมการสรรหา กสทช.ชุดดังกล่าวไม่มีอำนาจถอดถอนตำแหน่งประธาน กสทช. กระบวนการถอดถอนต้องนำเรื่องเข้าสู่ประธานวุฒิสภา เพื่อนำเสนอเรื่องให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ ซึ่งขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีจะดำเนินการอย่างไร


ขณะที่ น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ประธาน กสทช.เป็นตำแหน่งโปรดเกล้าฯ เมื่อกรรมการสรรหาแล้วว่า นพ.สรณ มีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนในการเป็นประธานกสทช. ตนคิดว่าหน้าที่ต่อไปคือนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ต้องนำเรื่องนี้ทูลเกล้าฯเพื่อโปรดเกล้าฯถอดถอนประธาน กสทช.อย่างเร็วที่สุดตาม พ.ร.บ.กสทช.มาตรา 20 ที่ได้ระบุไว้ว่าหากมีกรรมการ กสทช.คนใดขาดคุณสมบัติจะต้องโปรดเกล้าฯถอดถอนทันที และสำนักงาน กสทช.ต้องทำหนังสือเข้ามาภายใน 15 วัน ไปยังวุฒิสภาให้มีการสรรหาใหม่โดยเร็วที่สุด 

เมื่อถามว่า นพ.สรณ ต้องรับผิดชอบย้อนหลังหรือไม่ น.ส.ภคมน กล่าวว่า ตนคิดว่า นพ.สรณ ต้องรับผิดชอบต่อสาธารณะ ทั้งเรื่องที่มีมติในการควบรวมค่ายมือถือที่ประชาชนต้องแบกรับผลกระทบ รวมถึงหลายเรื่องในกองทุน USO ที่อนุมัติไปทั้งหมดเป็นเงินหลายพันล้านบาท แม้ นพ.สรณ ไม่ได้เป็นนักการเมือง แต่อยู่ในตำแหน่งดูแลผลประโยชน์ของชาติ เป็นคลื่นความถี่ที่มีเงินมหาศาล ควรมีความรับผิดชอบต่อสาธารณะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการสรรหา กสทช.นำผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา มาประกอบการพิจารณา โดย กมธ. พิจารณาประเด็นสำคัญคือการยังประกอบวิชาชีพแพทย์และตรวจรักษาผู้ป่วยระหว่างดำรงตำแหน่ง กสทช. ซึ่งอาจขัดต่อมาตรา 8 และมาตรา 26 ที่กำหนดให้กรรมการ กสทช. ต้องปฏิบัติหน้าที่เต็มเวลาและไม่ประกอบอาชีพที่อาจก่อให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งหนังสือของมหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า นพ.สรณ ยังปฏิบัติหน้าที่ตรวจรักษาผู้ป่วยของโรงพยาบาลรามาธิบดี จนถึงวันที่ 12 เมษายน 2565 หรือก่อนมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งเพียง 1 วัน รวมถึงคำให้สัมภาษณ์ของ นพ.สรณ ที่ยอมรับว่ายังดูแลผู้ป่วยเดิม และข้อมูลแบบ ภ.ง.ด.90 ของกรรมสรรพากร ที่สะท้อนการมีรายได้จากการประกอบวิชาชีพแพทย์ กมธ. สรุปว่า นพ.สรณ มีลักษณะต้องห้ามตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ซึ่งถูกนำมาประกอบการพิจารณา และเป็นที่มาของมติเอกฉันท์ดังกล่าวของคณะกรรมการสรรหา กสทช.

 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top