วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ปิดดีล7หมื่นล้าน ดึง4บิ๊กเทคจีนปักหมุดไทย
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวว่า ในการเดินทางโรดโชว์ดึงดูดการลงทุน ณ เมืองเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย และทีมประเทศไทย ได้เปิดโต๊ะเจรจาแบบตัวต่อตัวกับ 4 บริษัทยักษ์ใหญ่ของจีนในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และเทคโนโลยีขั้นสูง คาดว่าจะกวาดเม็ดเงินลงทุนเข้าไทยได้สูงถึง 70,000 ล้านบาท แบ่งเป็น การต่อยอดฐานลงทุนเดิม 50,000 ล้านบาท และเตรียมอัดฉีดเม็ดเงินลงทุนใหม่อีกกว่า 20,000 ล้านบาท
“ปัจจัยสำคัญมาจากปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เปรียบเสมือนลมใต้ปีก เร่งให้กลุ่มทุนต้องย้ายฐานผลิตออกจากจีนมาอาเซียน โดยมีไทยเป็นเป้าหมายต้นๆ ถือเป็นคลื่นการลงทุนลูกใหม่ ที่เทียบชั้นได้กับยุคทศวรรษที่ 1980 ซึ่งกลุ่มทุนญี่ปุ่นแห่เข้ามาตั้งฐานผลิตในอีสเทิร์นซีบอร์ด จนเกิดเป็นยุคโชติช่วงชัชวาล แต่รอบนี้คือการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้ง AI ยานยนต์ไฟฟ้า และหุ่นยนต์อัจฉริยะ สอดคล้องกับรายงานของ IMF ที่ประเมินว่าไทยกำลังผงาดเป็นดาวรุ่งด้านเทคโนโลยีระดับโลก” นายเอกนิติ กล่าว
สำหรับความคืบหน้าการเจรจากับ 4 บิ๊กคอร์ปอเรชัน นำโดย บริษัท ฉางอาน ออโตโมบิล ค่ายรถ EV ระดับท็อปเทียร์ของจีน ที่เลือกไทยเป็นฐานผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวาแห่งแรกนอกประเทศ ตั้งโรงงานที่ จ.ระยอง เพื่อเป็นฮับส่งออกไปยังกลุ่มประเทศที่ไทยมีความตกลงการค้าเสรี (FTA) พร้อมเตรียมขยายกำลังผลิตเพิ่มขึ้นเท่าตัวเป็น 200,000 คันต่อปี ดึงเอสเอ็มอีไทยเข้าสู่ซัพพลายเชนได้แล้วถึง 40 แห่ง
ขณะที่กลุ่มนวัตกรรมประมวลผลข้อมูล AI อย่าง บริษัท อินโนไลท์ เทคโนโลยี เบอร์ 1 ของโลกด้านอุปกรณ์ส่งข้อมูลทางแสง เตรียมขยายฐานผลิตในไทย จ้างงานกว่า 20,000 อัตรา พร้อมผนึกกำลังมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทยร่วมวิจัยและพัฒนากับวิศวกรไทย 1,500 คน นอกจากนี้บริษัทยักษ์ใหญ่อันดับ 2 ของโลกในอุตสาหกรรมเดียวกันอย่าง บริษัท อีออปโตลิงก์ เทคโนโลยี ได้เดินหน้าเปิดโรงงานแห่งแรกที่ จ.ระยอง และกำลังขยายโรงงานแห่งที่ 2
ส่วนบริษัท เสียวหมี่ คอร์ปอเรชัน บิ๊กเทคโนโลยีที่ครองส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนอันดับ 3 ในไทย รัฐบาลได้เจรจาดึงดูดให้เข้ามาใช้ไทยเป็นฐานผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ (IoT) โดยชูจุดแข็งด้านความพร้อมของซัพพลายเชนกลุ่มสมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์ของไทย
“ยุทธศาสตร์ใหม่ที่ช่วยติดปีกการลงทุน คือ BOI to IPO เพื่ออำนวยความสะดวกแบบ Fast Track ให้บริษัทเทคโนโลยีต่างชาติเหล่านี้ เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ นอกจากจะเพิ่มเสน่ห์ให้ตลาดหุ้นไทยแล้ว ยังดึงดูดเงินลงทุนมหาศาลจากกระแสหุ้นเทคโนโลยีที่กำลังร้อนแรงไปทั่วโลก” นายเอกนิติ กล่าว
ด้านนายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า ในส่วนของ เสียวหมี่ นายกฯได้เชิญชวนให้ขยายการลงทุนผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในไทย ส่วน ฉางอาน พร้อมจัดตั้งสำนักงานภูมิภาคในไทย เพื่อบริหารจัดการบริษัทในกลุ่มกว่า 40 แห่งทั่วโลก ด้าน อินโนไลท์ มีฐานการผลิตใน จ.สระบุรีและพระนครศรีอยุธยา และมีแผนจัดตั้งโรงงานแห่งที่ 3 ใน จ.สระบุรี ขณะที่ อีออปโตลิงก์ มีโรงงานใน จ.ชลบุรี และระยอง มูลค่าการลงทุนกว่า 10,000 ล้านบาท มีแผนขยายกำลังการผลิตครั้งใหญ่อย่างต่อเนื่อง
“บริษัทชั้นนำเหล่านี้เป็นผู้นำเทคโนโลยีระดับโลกที่ทำธุรกิจกับบริษัทเทคโนโลยีอย่าง Google , Microsoft , NVIDIA และ Amazon สิ่งที่ไทยต้องการดึงเข้ามาจึงไม่ใช่เพียงฐานการผลิตเท่านั้น แต่รวมถึงกิจกรรมมูลค่าสูงอย่างการวิจัยและพัฒนา (R&D) และการพัฒนาบุคลากรไทย การที่นายกรัฐมนตรีเดินทางมาพบหารือกับผู้บริหารระดับสูงด้วยตนเอง ช่วยยกระดับความสัมพันธ์และสร้างความเชื่อมั่นให้บริษัทตัดสินใจนำเทคโนโลยีและการวิจัยและพัฒนามาไว้ในไทยมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และสร้างงานคุณภาพสูงให้คนไทยอย่างยั่งยืน” นายนฤตม์ กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี