542.jpg
‘กพร.’ดึง‘อมิตา’ต่อยอด รีไซเคิลแบตเตอรี่EVสู่การผลิตจริง

‘กพร.’ดึง‘อมิตา’ต่อยอด รีไซเคิลแบตเตอรี่EVสู่การผลิตจริง

วันพุธ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายอดิทัต วะสีนนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) เปิดเผยว่า กพร. ร่วมกับ บริษัท อมิตา เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ยกระดับความร่วมมือในการนำผลงานวิจัยและเทคโนโลยีการรีไซเคิลซากแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนเสื่อมสภาพ ไปต่อยอดขยายผลสู่ภาคการผลิตในเชิงอุตสาหกรรม มุ่งสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบทดแทน และขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียนในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า(EV) ของประเทศอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ กพร. มีภารกิจหลักในการบริหารจัดการวัตถุดิบ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบให้แก่ภาคอุตสาหกรรม ทั้งวัตถุดิบจากแหล่งแร่ธรรมชาติและวัตถุดิบทดแทนที่ได้จากการรีไซเคิลขยะหรือของเสีย เพื่อสร้างความมั่นคงทางวัตถุดิบให้แก่ประเทศ โดยได้จัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิล เพื่อวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิล มีเทคโนโลยีรีไซเคิลที่ได้พัฒนาขึ้นมากกว่า 90 เทคโนโลยี และหนึ่งในเทคโนโลยีที่มีความสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมพลังงานสะอาด ได้แก่ เทคโนโลยีรีไซเคิลแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนเสื่อมสภาพ ซึ่ง กพร. ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2565


โดยปัจจุบัน กพร. ประสบความสำเร็จในการนำเซลล์แบตเตอรี่ EV ใช้งานแล้วมาประกอบใหม่เพื่อใช้ซ้ำ (Reuse) ในยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กและอุปกรณ์กักเก็บพลังงาน รวมทั้งพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิลแบตเตอรี่ EV ใช้งานแล้วอย่างครบวงจร เพื่อให้ได้ผงขั้วไฟฟ้า (Black Mass) ที่มีคุณภาพสูง และมีสิ่งเจือปนต่ำ แล้วนำมาผ่านกระบวนการรีไซเคิลด้วยกระบวนการโลหะวิทยาเพื่อให้ได้สารตั้งต้น (Precursor) ทั้งในระดับห้องปฏิบัติการและโรงงานต้นแบบ สำหรับใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตแบตเตอรี่ใหม่ที่สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน

“การร่วมมือกับอมิตา ซึ่งเป็นบริษัทในเครือบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA ที่เป็นผู้นำด้านธุรกิจพลังงานทางเลือกและอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ จึงถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีนี้ไปสู่ภาคอุตสาหกรรมได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งเป็นการยกระดับขีดความสามารถของบุคลากรทั้ง 2 ฝ่ายในการพัฒนาอุตสาหกรรม EV อย่างยั่งยืน”นายอดิทัต กล่าว

นายฉัตรพล ศรีประทุม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA และบริษัท อมิตา เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงานจะเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญที่ขับเคลื่อนโลกไปสู่พลังงานสะอาด หากประเทศไม่มีระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ แบตเตอรี่เหล่านี้อาจกลายเป็นปัญหาสะสมในระยะยาว ทั้งในด้านความปลอดภัยและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันหากแบตเตอรี่เหล่านี้ถูกทิ้งไปโดยไม่มีการรีไซเคิล ประเทศก็จะสูญเสียวัตถุดิบสำคัญ ซึ่งยังสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ในกระบวนการผลิตได้อีกครั้ง

“ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ อมิตาพร้อมสนับสนุนการจัดหาแบตเตอรี่และวัสดุจากกระบวนการผลิตเพื่อใช้ในการศึกษาและพัฒนา พร้อมร่วมวิเคราะห์และทดสอบวัตถุดิบที่ได้จากกระบวนการรีไซเคิล ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการนำองค์ความรู้ด้านการวิจัยของภาครัฐ มาผสานกับประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญและความพร้อมด้านการผลิตของภาคอุตสาหกรรมเพื่อร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิลแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนเสื่อมสภาพให้สามารถก้าวจากระดับห้องปฏิบัติการและโรงงานต้นแบบไปสู่การประยุกต์ใช้ในระดับอุตสาหกรรมได้อย่างแท้จริง”นายฉัตรพล กล่าว

นายกิตติพันธุ์ บางยี่ขัน ผู้อำนวยการกองนวัตกรรมวัตถุดิบและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง กล่าวว่า ความร่วมมือดังกล่าวมุ่งเน้นการจัดหาวัตถุดิบทดแทนคุณภาพสูงที่ได้จากการรีไซเคิลแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนเสื่อมสภาพ เพื่อนำกลับมาใช้เป็นวัตถุดิบตั้งต้นในการผลิตแบตเตอรี่ใหม่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าซากแบตเตอรี่ได้ไม่น้อยกว่า 260,000 บาทต่อตัน

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top