วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568
นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงานสัมมนาวิชาการ “Innovation in Raw Materials Conference 2025” ในหัวข้อ “Unlocking Circular Economy Pathway ปลดล็อกเส้นทางสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน” จัดโดย กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิล อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อผลักดันนวัตกรรมและเทคโนโลยีสู่การผลิตวัตถุดิบ (ทดแทน/ขั้นสูง) ในเชิงพาณิชย์
ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถนำหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ไปประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาองค์กรควบคู่กับความยั่งยืน พร้อมถ่ายทอดความสำเร็จของนวัตกรรมและเทคโนโลยีวัตถุดิบทดแทนและวัตถุดิบขั้นสูง เดินหน้าเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการไทยด้วยเศรษฐกิจหมุนเวียน มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ โดยภายในงานมีการเปิดตัว “ต้นแบบแบตเตอรี่ EV จากการรีไซเคิล” ที่พัฒนาได้สำเร็จเป็นครั้งแรก
นายณัฐพล กล่าวว่า เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่มีแนวคิดหลัก คือ ลดการใช้ทรัพยากร ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าเกิดประโยชน์และมูลค่าเพิ่มสูงสุด ลดของเสีย ตลอดจนสร้างคุณค่าใหม่จากสิ่งที่เคยถูกมองว่าเป็นของเสีย เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างสังคมที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดรับกับนโยบาย MIND ของกระทรวงอุตสาหกรรม ที่มุ่งพัฒนา “อุตสาหกรรมดี อยู่คู่กับชุมชนอย่างยั่งยืน” ผ่านความสำเร็จ 4 มิติ ทั้งความสำเร็จทางธุรกิจ ความอยู่ดีกับสังคมโดยรวม ความลงตัวกับกติกาสากล ดูแลสิ่งแวดล้อมสู่อุตสาหกรรมสีเขียว และการกระจายรายได้สู่ชุมชน เพื่อให้ผู้ประกอบการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืน สร้างอุตสาหกรรมเศรษฐกิจใหม่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และผลักดันประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำตามนโยบายหลักของรัฐบาล
ทั้งนี้เป็นที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ในปีนี้ กพร.ประสบความสำเร็จในการพัฒนา “ต้นแบบแบตเตอรี่ EV จากการรีไซเคิล” ได้สำเร็จเป็นครั้งแรก ซึ่งจะช่วยให้ กพร. เป็น “ศูนย์การเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีรีไซเคิลแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้า” เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและการจัดการแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าใช้งานแล้ว ที่จะมีปริมาณเพิ่มขึ้นจากหลักพันตันต่อปีเป็นหลักหมื่นตันต่อปี ภายในระยะ 5-6 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมอุตสาหกรรมศักยภาพแห่งอนาคต (S-Curve) ของไทย และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนและสังคมคาร์บอนต่ำของรัฐบาล
โดยได้ปลดล็อกเส้นทางสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน ทั้งด้านเทคโนโลยีที่พร้อมต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ และด้านการบริหารจัดการทั้งระบบที่เชื่อมโยงเครือข่ายทางธุรกิจตลอดห่วงโซ่คุณค่า พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน และเน้นย้ำว่าสิ่งสำคัญของเศรษฐกิจหมุนเวียน คือ ความร่วมมือที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ ทั้งผู้ผลิต สิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจโดยรวม
นายอดิทัต วะสีนนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.)กล่าวว่า ที่ผ่านมา กพร.ได้ดำเนินการส่งเสริม พัฒนา และยกระดับผู้ประกอบการเหมืองแร่ อุตสาหกรรมพื้นฐาน และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีอย่างครบวงจร ตั้งแต่การนำทรัพยากรแร่มาใช้ประโยชน์ จนกระทั่งการจัดการผลิตภัณฑ์เมื่อหมดอายุการใช้งาน ควบคู่ไปกับการส่งเสริมผู้ประกอบการให้มีการประยุกต์ใช้หลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนในองค์กรอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบัน กพร.มีเทคโนโลยีรีไซเคิลและนวัตกรรมวัตถุดิบ รวมกว่า 91 ชนิด และถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีให้แก่ผู้ประกอบการ นักลงทุน และผู้ที่สนใจ เฉลี่ยกว่า 400 รายต่อปี ยกระดับความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลกและเติบโตอย่างยั่งยืน
“ผลงานที่สำคัญในปีนี้ กพร.ได้ต่อยอดผลงานที่ผ่านมาจนกระทั่งประสบความสำเร็จในการพัฒนา ต้นแบบแบตเตอรี่ EV จากการรีไซเคิล โดยสามารถพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิลเพื่อนำโลหะและสารประกอบโลหะในแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนเสื่อมสภาพของยานยนต์ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ มาเป็นสารตั้งต้น (Precursor) สำหรับผลิตแบตเตอรี่ใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยกระบวนการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และได้นำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตแบตเตอรี่ต้นแบบชนิด NMC 622 สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก รวมถึงอุปกรณ์กักเก็บพลังงาน” นายอดิทัต กล่าว
โดยในเบื้องต้นคาดว่าหากมีการนำเทคโนโลยีรีไซเคิลที่ได้พัฒนาขึ้นไปประยุกต์ใช้ในการรีไซเคิลซากแบตเตอรี่ EV ชนิด NMC ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันประมาณ 120 ตันต่อปี จะก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 27 ล้านบาทต่อปี ทั้งนี้ กพร. มุ่งเน้นที่จะยกระดับงานวิจัยไปสู่การผลิตจริงในเชิงพาณิชย์ และพร้อมเป็นที่ปรึกษาให้กับผู้ประกอบการในด้านการจัดการของเสีย การพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิล การเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบ และการใช้ประโยชน์ของเสียอุตสาหกรรม ตลอดจนผลักดันการใช้วัตถุดิบทดแทนที่ได้จากของเสียอุตสาหกรรมแบบครบวงจร
ส่วนตัวอย่างผลงานอื่นๆที่ กพร.ประสบความสำเร็จในปีนี้ เช่น การผลิตวัสดุดูดซับก๊าซหรือตัวเร่งปฏิกิริยาจากหินพอตเทอรี สำหรับอุตสาหกรรมปิโตรเคมี และการพัฒนา MOFs (Metal-Organic Frameworks) สำหรับใช้ในการดักจับและกักเก็บคาร์บอน การผลิตวัสดุฉาบผิวจากแร่โดโลไมต์ สำหรับใช้เป็นสารเติมแต่งในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ การพัฒนาต้นแบบการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี 4.0 ในอุตสาหกรรมพื้นฐาน เพื่อการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
นอกจากนี้ยังรวมถึงการปรับปรุงและพัฒนากระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้า เพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ การพัฒนาและยกระดับสถานประกอบการให้มีการประยุกต์ใช้หลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนในองค์กร เช่น การออกแบบระบบการนำหม้อแปลงไฟฟ้ากลับเข้าสู่กระบวนการผลิตให้เสมือนใหม่ (Remanufacturing) การอัพไซเคิล (Upcycle) เศษวัสดุเหลือทิ้งในอุตสาหกรรมสิ่งทอเป็นกระเป๋าอเนกประสงค์ เป็นต้น ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานทั้งหมดในปีนี้สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้ถึง 1,100 ล้านบาทต่อปี และลดคาร์บอนได้กว่า 14,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี
-033
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี