วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
สิทธิบัตรAIโลกพุ่ง75เท่า โอกาสไทยต่อยอดสู่เศรษฐกิจดิจิทัล
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า จากการวิเคราะห์ข้อมูลสิทธิบัตรปัญญาประดิษฐ์ทั่วโลกช่วงปี 2550 ถึงปัจจุบัน พบการเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยจำนวนยื่นคำขอสิทธิบัตรเพิ่มขึ้นจาก 58 กลุ่มสิทธิบัตรในปี 2550 ทะยานสู่ 4,361 กลุ่มสิทธิบัตรในปี 2567 หรือเติบโตขึ้น 75.2 เท่า มีจุดเร่งสำคัญช่วงปี 2566-2567 ที่ยอดคำขอสิทธิบัตรพุ่งสูงขึ้นถึง 52.3% หลังการเปิดตัว Generative AI อย่าง ChatGPT สะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยี AI เติบโตอย่างรวดเร็วในระบบสิทธิบัตรโลก การแข่งขันทางเทคโนโลยีดังกล่าวยังเปิดกว้าง แต่โอกาสอาจลดลงอย่างรวดเร็ว เพราะมีการยื่นจดสิทธิบัตรหนาแน่นขึ้นทุกปี
นางอรมน กล่าวว่า พบการแบ่งขั้วอำนาจทางเทคโนโลยีอย่างชัดเจนระหว่าง 2 มหาอำนาจหลัก คือ สหรัฐ และจีน ซึ่ง 2 ประเทศถือครองสิทธิบัตรรวมกัน 65.2% ของสิทธิบัตร AI ทั่วโลก โดยสหรัฐ เป็นอันดับ 1 ถือครองสิทธิบัตร 33.5% ขณะที่จีน เป็นอันดับ 2 ถือครองสิทธิบัตร 31.8%
สำหรับไทยมีโอกาสนำเทคโนโลยีมาพัฒนาต่อยอดใน 2 มิติสำคัญ ได้แก่ 1.การพัฒนา AI Agent ท้องถิ่น (Local Agent) หรือการสร้างเอเจนต์อัจฉริยะที่เข้าใจภาษาไทย ภาษาเฉพาะกลุ่ม เพื่อตอบโจทย์ภาคธุรกิจและการบริการภายในประเทศ 2.โอกาสในกลุ่มเทคโนโลยีที่ช่วยให้องค์กรปฏิบัติตามกฎหมาย (RegTech) และกลุ่มเทคโนโลยีความปลอดภัยและธรรมาภิบาล AI (AI Safety & Governance Tech) เพราะไทยมี พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ที่เข้มแข็ง จึงเป็นโอกาสทองของผู้ประกอบการไทย และสตาร์ทอัพสาย RegTech หรือ Cybersecurity ในการพัฒนาเครื่องมือตรวจสอบธรรมาภิบาล AI เพื่อตอบโจทย์ความปลอดภัย และสอดคล้องกับหลักกฎหมายให้กับธุรกิจทั้งในไทย และขยายผลสู่ตลาดอาเซียนในระยะยาว
ทั้งนี้ สถิติคำขอจดทะเบียนสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตรในไทย 5 ปีที่ผ่านมา (2564–2569) ประมาณ 3,393 คำขอ แบ่งเป็น คนไทย 1,289 คำขอ ต่างชาติ 2,104 คำขอ มีการเติบโตของนวัตกรรม AI โดยเฉพาะด้านการแพทย์และชีวภาพ ที่คนไทยยื่นขอจดทะเบียนมากที่สุด 312 คำขอ สะท้อนให้เห็นว่าไทยกำลังมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมสุขภาพ ซึ่งต่อยอดสู่อุตสาหกรรม Wellness และการแพทย์แม่นยำได้ ขณะที่บริษัทข้ามชาติเน้นยื่นสิทธิบัตรกลุ่มเทคโนโลยีการประมวลผลข้อมูล ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล รวม 73 คำขอ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี