543.jpg
แห่ยื่นอุทธรณ์3.4ล้านราย  บัตรคนจนพุ่ง

แห่ยื่นอุทธรณ์3.4ล้านราย บัตรคนจนพุ่ง

วันศุกร์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

แห่ยื่นอุทธรณ์3.4ล้านราย

บัตรคนจนพุ่ง

คลังรื้อ3เงื่อนไขร้อน

ชงเข้าครม.27ก.ค.นี้

คลังปรับเพิ่มเงื่อนไข 3 เกณฑ์ “บัตรคนจน” คืนสิทธิกลุ่ม“รถเก่า-นักเรียน สกร.-บัญชี หุ้นมูลค่าต่ำ” ยอดยื่นอุทธรณ์ทบทวนสิทธิแล้ว3.4ล้านรายเตรียมเสนอครม.27ก.ค.นี้ขนส่งระดมดูแลผู้ยื่นอุทธรณ์มท.สั่งกำนัน-ผญบ.ลงพื้นที่รีเช็ก‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ถึงสภาพบ้าน-รถประชาชน กำชับถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานช่วยในการอุทธรณ์หวังเก็บตกช่วยคนรายได้น้อยให้มากที่สุดเตรียมขยายเวลายื่นหลักฐานถึง 20 ก.ย. ย้ำอยู่ที่ไหนก็ยื่นได้ ยันไม่นิ่งนอนใจ ทำเต็มที่ เพราะวันนี้ประชาชนรอความช่วยเหลือ

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ที่กระทรวงการคลัง มีการประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ได้หารือเพื่อปรับปรุงและผ่อนปรนหลักเกณฑ์การลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่สูญเสียสิทธิ์จากเกณฑ์คัดกรองใหม่ ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีในการปรับเพิ่มเงื่อนไขบางส่วนของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569


โดยนายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อํานวยการสํานักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง แถลงภายหลังประชุมว่า กระทรวงการคลังเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.)ในวันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม 2569 เพื่อพิจารณาปรับเพิ่มเงื่อนไขบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบปี 2569 โดยการพิจารณาครั้งนี้ ไม่ใช่การยกเลิกหลักเกณฑ์เดิม แต่เป็นการปรับเพิ่มเงื่อนไขให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและความเดือดร้อนของประชาชน

นายวินิจ กล่าวว่า โดยแบ่งเป็น 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1. เกณฑ์ครอบครองรถ ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ยกเว้นให้กรณีรถที่มีการโอนลอย รถสิ้นสภาพการใช้งาน หรือถูกสวมสิทธิ์ รวมถึงอนุโลมรถยนต์ที่มีอายุเกิน 20 ปีขึ้นไป และรถจักรยานยนต์อายุเกิน 15 ปีขึ้นไป รวมทั้งอนุโลมให้ผู้ที่มีรถจักรยานยนต์อยู่แล้ว 1 คัน สามารถมีรถที่อยู่ระหว่างการขอสินเชื่อ (ผ่อนชำระ) เพิ่มได้อีก 1 คัน ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2561 ถึงปัจจุบัน พบว่ามีผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาจดทะเบียนรถใหม่แล้วประมาณ 2.5 ล้านราย ซึ่งกลุ่มนี้อาจจะถูกปฏิเสธสิทธิ

“วันนี้ไม่ใช่ตื่นขึ้นมาแล้วท่านรวย แต่ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่ามีคนลำบากกว่าท่านอีกเยอะเพราะท่านเพิ่งไปซื้อรถมา” นายวินิจ กล่าว

2. เกณฑ์กลุ่มนักเรียนนักศึกษา ยกเว้นให้กลุ่มนักศึกษานอกระบบ ภายใต้กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (กสร.) และอาชีวะนอกระบบ ที่อยู่ในวัยทำงานทำการศึกษาเพิ่มเติมและมีฐานะลำบาก และ 3. เกณฑ์กรรมการบริษัทและผู้ถือหุ้น ยกเว้นให้ผู้ที่มีชื่อเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นในบริษัทวิสาหกิจเพื่อสังคม และวิสาหกิจชุมชน เนื่องจากทำเพื่อส่วนรวมไม่ได้แสวงหากำไร

ยื่นอุทธรณ์ทบทวนสิทธิ3.4ล้านราย

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังยกเว้นบัญชีหลักทรัพย์ ที่ไม่มีการซื้อขายเป็นเวลานาน หรือมีมูลค่าต่ำมากประมาณหลักร้อย แต่ถ้ามีมูลค่าหลักแสนต้องพิจารณาอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีผู้มายื่นอุทธรณ์ทบทวนสิทธิแล้วประมาณ 3.4 ล้านราย โดย 40% เป็นเรื่องเกี่ยวกับรถยนต์

พบ1.2แสนถือหุ้น-เป็นกรรมการ

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากล่าวว่าจากการตรวจสอบฐานข้อมูลพบรายชื่อกว่า122,324คนเข้าไปถือหุ้นหรือเป็นกรรมการในนิติบุคคล 139,804 นิติบุคคล และพบว่ามีกลุ่มที่มีสถานะในนิติบุคคลตั้งแต่ 2นิติบุคคลขึ้นไปประมาณหมื่นกว่าคน กรมฯจะคัดกรองเพื่อคืนสิทธิให้กลุ่มบริษัทประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคมและวิสาหกิจชุมชน เนื่องจากไม่ได้แสวงหากำไรแต่เป็นการทำเพื่อสังคม รวมประมาณ15,000 คน ทั้งนี้กรมฯพบความผิดปกติคือมีบุคคลบางรายถือหุ้นและเป็นกรรมการสูงสุดถึง126นิติบุคคลซึ่งเข้าข่ายการรับจ้างเป็นนอมินี หรือถูกหลอกนำชื่อไปใช้ โดยกรมฯจะส่งเรื่องให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายขยายผลเพื่อเอาผิดต่อไป

“ใน120,000คน เราพบทั้งผู้ที่มีชื่อเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นคนเดียวในบริษัทมหาชนจำกัดขนาดใหญ่ คาดว่าเขาคงไม่มาอุทธรณ์เพราะอาจให้ชื่อกับญาติพี่น้องเอามาจดทะเบียน หรือรับเงินเพื่อให้ชื่อเขาไปจดทะเบียนเป็นนอมินี อย่างไรก็ตาม วันนี้เราก็ดูแลเต็มที่ทั้งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและสำนักงานพาณิชย์จังหวัด 7แห่ง ก็ยังสามารถที่จะมาให้ข้อมูลข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้น ส่วนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเดี๋ยวคงจะทำหลักเกณฑ์ทั้งหมดไปฝากไว้ที่อำเภอ ให้ช่วยดูแลพี่น้องประชาชนต่างอำเภอจะได้ไม่ต้องเดินทางไกลมาที่สำนักงาน” นายพูนพงษ์ กล่าว

ขนส่งระดมดูแลผู้ยื่นอุทธรณ์

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่าตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีและรมช.คมนาคม ให้เร่งตรวจสอบดูแลให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่ประสงค์จะยื่นอุทธรณ์ในกรณีของการครอบครองรถโดยที่สำนักงานขนส่งจังหวัด 195สาขา ขณะนี้เราได้รับเรื่องร้องเรียนมาแล้วเป็น 4 วัน จากการรวบรวมประเด็นปัญหา พบว่า 1.รถโอนลอย ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 12% 2.รถที่สิ้นสภาพการใช้งาน อาทิรถที่ถูกชน หรือซากรถที่จอดทิ้งไว้ 3.ผู้ที่ถูกสวมสิทธิ และ4.รถเก่า ทั้งนี้ ทางกรมฯจะทำการคัดกรองเพื่อคืนสิทธิให้กับผู้ที่ครอบครองรถยนต์อายุเกิน 20 ปีและรถจักรยานยนต์อายุเกิน 15 ปี ที่มีมูลค่าต่ำ ซึ่งไม่รวมรถคลาสสิกหรือรถสะสมราคาสูง ตามข้อสั่งการของนายกฯและการปรับปรุงฐานข้อมูลรถเก่าและรถสิ้นสภาพเหล่านี้ จะต้องไม่ก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายหรือภาระภาษีย้อนหลังแก่ประชาชนแต่อย่างใด

ย้ำห้ามเรียกเก็บเงินปชช.เด็ดขาด

“ผมต้องขออภัยพี่น้องประชาชนทุกคน หากการให้บริการมีข้อบกพร่องหรือเกิดความล่าช้าไปบ้าง เพราะมีผู้มาใช้บริการเป็นจำนวนมาก แต่กรมการขนส่งทางบกจะพยายามดูแลและเร่งดำเนินการให้ประชาชนได้รับสิทธิ์อย่างเต็มที่ ได้กำชับและสั่งการไปยังเจ้าหน้าที่ทุกแห่งอย่างชัดเจนว่า ห้ามเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการดำเนินการตรวจสอบสิทธิ์หรือดำเนินการเกี่ยวกับการอุทธรณ์โดยเด็ดขาด หากพบการเรียกเก็บเงินจากประชาชนจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด“นายสรพงศ์ กล่าว

สำหรับประชาชนที่ยังมีภาษีรถค้างชำระ ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุที่ไม่ได้ใช้งานรถมาเป็นเวลานาน หรือมีเหตุจำเป็นอื่น ๆ ในระยะนี้ยังไม่จำเป็นต้องชำระภาษีรถก่อน โดยสามารถยื่นคำอุทธรณ์และให้ถ้อยคำต่อเจ้าหน้าที่ พร้อมลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาสิทธิ์ในการอุทธรณ์ได้ ซึ่งแนวทางดังกล่าวมีขึ้นเพื่อไม่ให้ภาระด้านภาษีกลายเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงสิทธิ์ของประชาชน

ยอดผู้ยื่นคำร้องพุ่งเกือบ1แสนคน

ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกได้สรุปภาพรวมการยื่นคำร้องขออุทธรณ์สิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ ประจำปี 2569 ณ วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 เวลา 08.43 น. ซึ่งเป็นข้อมูลสะสมตั้งแต่วันที่ 17-23 กรกฎาคม 2569 พบว่า มีผู้ยื่นคำร้องแล้วทั้งสิ้น 97,758 คน ครอบคลุมยานพาหนะรวม 156,430 คัน แบ่งเป็นรถจักรยานยนต์ 132,233 คัน รถยนต์ 23,617 คัน และรถประเภทอื่น ๆ 580 คัน

ส่วนสาเหตุที่ประชาชนยื่นอุทธรณ์มากที่สุดในขณะนี้ คือ กรณีอายุเกินเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งเป็นเหตุผลอันดับหนึ่งของผู้ยื่นคำร้องทั้งหมด โดยกรมการขนส่งทางบกจะเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อมูลและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การพิจารณาสิทธิ์เป็นไปอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และเป็นธรรม ตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมในการดูแลประชาชนทุกกลุ่มให้สามารถเข้าถึงสิทธิ์สวัสดิการของรัฐได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

รถเกี่ยวข้อง1.56แสนคันโคราชเยอะสุด

ทั้งนี้ จากข้อมูลสถิติจังหวัดที่มีจำนวนคำร้องมากที่สุด 10 อันดับแรก พบว่าอันดับ 1 จังหวัดนครราชสีมา มีจำนวนคำร้องสูงสุดประมาณ 11,800 คำร้อง อันดับ 2 บุรีรัมย์ มีประมาณ 5,200 คำร้อง ขณะที่ ศรีสะเกษ อยู่ในอันดับ 3 มีประมาณ 5,000 คำร้อง ตามด้วย สงขลา ราว 4,700 คำร้อง, กรุงเทพมหานคร ประมาณ 4,500 คำร้อง, ลพบุรี ราว 4,000 คำร้อง, น่าน ประมาณ 3,900 คำร้อง, เชียงใหม่ และ ตรัง มีประมาณ 3,800 คำร้อง เท่ากัน ส่วน พิจิตร อยู่ในอันดับ 10 มีราว 3,600 คำร้อง

มท.สั่งกำนัน-ผญบ.ลงพื้นที่รีเช็ก

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยลงพื้นที่อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐว่าจริงๆแล้ว พอเราเห็นผลการประกาศออกมา มีประชาชนที่สะท้อนถึงความไม่สบายใจออกมา ทางกระทรวงมหาดไทยโดยนายกฯจึงเห็นว่า ทางฝ่ายปกครอง ต้องอำนวยความสะดวกให้ประชาชนมากที่สุด จึงเป็นที่มาของการตั้ง ศูนย์One Stop Service ของกรมการปกครอง ประชาชนจะได้ไม่ต้องเดินทางไปไกลหรือไปถึงในตัวอำเภอเมือง กรมการปกครองจะทำมากกว่านั้นคือเราได้บูรณาการกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจหลักเกณฑ์ต่างๆ เช่น รถยนต์ ทางกรมการปกครองจะมาเช็กลิสต์เพื่อตรวจสอบ

ปูพรมถึงสภาบ้าน-รถของปชช.

นอกจากนี้จะมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายอำเภอ ลงไปในพื้นที่ถึงบ้านประชาชนทุกบ้านเพื่อดูสภาพความเป็นจริงว่าเป็นอย่างไรบ้าง อย่างกรณีของรถยนต์เพื่อที่จะช่วยยืนยันให้ทางกระทรวงคมนาคมได้เห็นหรือเรื่องของทะเบียนที่รถจอดไว้นานแล้วเพื่อจะได้ไปแจ้งกับทางขนส่งว่ารถคันดังกล่าวไม่สามารถใช้การได้แล้ว ซึ่งกระทรวงมหาดไทยจะอำนวยความสะดวกให้ และอีกสิ่งที่ตนให้ความสำคัญมากคือการที่ประชาชนบางคนถูกแอบอ้างชื่อมีบัญชีถือหุ้นในบริษัทต่างๆหรือบัญชีอะไรต่างๆ โดยที่ประชาชนผู้นั้นไม่ทราบอะไรเลย ตรงนี้จะไปตรวจสอบอีกครั้งว่าบริษัทไหนที่เอาชื่อของประชาชนไปใช้จะไปตรวจสอบดูว่าประชาชนเซ็นยินยอมหรือไม่ที่มีการนำเอาชื่อไปใช้ไม่ว่าจะเป็นการฟอกเงินหรือบัญชีม้า หรือธุรกิจสีเทา หรือนอมินีต่างๆ กระทรวงมหาดไทยให้ความจริงจังในการตรวจสอบเรื่องเหล่านี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า การไปตรวจสอบครั้งนี้ มั่นใจว่าจะสามารถเก็บตกผู้ที่มีปัญหาและมาร้องเรียนได้หมดใช่หรือไม่ นายพลพีร์กล่าวว่า เราไม่ได้มีกรอบว่าโครงการนี้จะมีประชาชนเข้าร่วมจำนวนเท่าไหร่ แต่มีความตั้งใจจริงๆ ว่าต้องการที่จะคัดกรองให้คนที่มีรายได้น้อยที่รัฐบาลจะสามารถเข้าไปช่วยโดยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คิดว่าหลังจากที่เราได้ข้อมูลทั่วประเทศแล้ว เราจะส่งไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อคัดกรองอีกครั้งหนึ่ง

ชงขยายเวลาอุทธรณ์ถึง 20 ก.ย.

“และคิดว่าวันนี้กระทรวงการคลังจะแถลงความชัดเจนเรื่องไทม์ไลน์ต่างๆว่าเราจะขอขยายเวลาไปถึงวันที่ 20กันยายน 2569เพื่อที่ประชาชนจะได้มีเวลาในการเตรียมหลักฐานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นชื่อบริษัทหรือสินทรัพย์ต่างๆที่ประชาชนถืออยู่ หรือธนบัตร หรือประกันชีวิตต่างๆ ดังนั้น เราต้องให้เวลาประชาชนเตรียมเอกสาร หลังจากนั้นกรมการปกครองจะส่งไปยังหน่วยงานต่างๆซึ่งเราต้องให้เวลาเขาทำงานด้วย”

นายพลพีร์ กล่าวอีกว่าที่ผ่านมาได้ประสานกระทรวงการคลังว่าเราขอรายชื่อได้หรือไม่ว่าประชาชนที่ตกหล่นนั้นเป็นใครบ้าง ซึ่งในทางกฎหมายอาจจะไม่ได้เพราะอาจจะติดในเรื่องของการให้ข้อมูลต่างๆดังนั้น เราจะให้ฝ่ายปกครองลงไปเช็กเลยว่าประชาชนตามรายชื่อที่มีอยู่ได้อาศัยอยู่ในพื้นที่นั้นๆจริงหรือไม่นอกจากนี้ขอประชาสัมพันธ์ด้วยว่าประชาชนที่อยู่นอกภูมิลำเนาสามารถเดินไปที่อำเภอใดก็ได้ อยู่พื้นที่ไหนหรืออาศัยอยู่ในพื้นที่ไหนสามารถเดินไปติดต่อที่อำเภอนั้นๆได้เลย

กำชับถ่ายรูปเป็นหลักฐานอุทธรณ์

เมื่อถามว่าการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านไปตรวจสอบรายชื่อลูกบ้านจะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะได้รับรายชื่อผู้ที่มีฐานะยากจนจริงๆเพราะที่ผ่านมาเคยมีปัญหา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เอารายชื่อญาติพี่น้องของตัวเองเข้ามารับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นายพลพีร์กล่าวว่าตนได้กำชับอธิบดีกรมการปกครองไปแล้วว่าการที่เราจะลงไปตรวจสอบครั้งนี้ให้ถ่ายภาพไว้ด้วยเลย สภาพรถเป็นอย่างไรหรือสภาพและขนาดบ้านเกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้หรือไม่ หรือบัญชีธนาคาร ให้ขอสเตทเมนท์ว่ามีเงินหมุนเวียนหรือไม่ ต้องเก็บพยานหลักฐานให้หมดเพื่อจะใช้ในการอุทธรณ์

ทั้งนี้ เราพยายามอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนให้มากที่สุด เพราะประชาชนขอความช่วยเหลือกระทรวงไทยและรัฐบาลอยู่

หมอวรงค์จวกรัฐเข้มงวดคนจน

ขณะที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยภักดีกล่าวถึงกรณีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ว่าตนมองว่ารัฐบาลชุดนี้ใช้เงินเยอะมาก มีการกู้เงิน 4 แสนล้านบาทมากระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ทำไมมาเข้มงวดกับคนจนจัง ทั้งนี้ตนไม่ปฏิเสธว่าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีกว่า 13ล้านคนนั้น อาจมีคนที่มีฐานะผสมเข้ามา แต่กฎเกณฑ์ที่ตั้งขึ้นมานั้นมันไปตัดถึง 6 ล้านคน ที่ส่วนใหญ่ก็เป็นคนจน วันนี้แม้แต่คนทำความสะอาด ล้างห้องน้ำสภาก็ร้องเรียนตนหลายคนว่าถูกตัดสิทธิ และตนทราบว่ารัฐบาลกำลังเปิดโอกาสให้อุทธรณ์ แต่มีหลายคนออกมาพูดจนทำให้เกิดความสับสน แม้กระทั่งนายกรัฐมนตรียังระบุว่าจะขยายเวลาอุทธรณ์ถึงวันที่ 20 ก.ย. ล่าสุดรมช.มหาดไทยก็ออกมาชี้แจงว่าจะให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านไปสำรวจตามบ้าน ถ่ายรูปเพื่อแยกแยะคนจน

บี้นายกฯตอบให้ชัดเจนบัตรคนจน

“ประเด็นคือวันนี้พี่น้องคนจนต้องการคำตอบจากรัฐบาลว่าต้นเดือนที่จะถึงนี้เขาจะได้ไปเบิกของด้วยบัตรคนจนหรือไม่ แค่นี้เอง เราต้องการความชัดเจนจากรัฐบาลเพื่อแจ้งต่อพี่น้องคนจนที่ถูกตัดสิทธิกว่า6ล้านคนนั้น ต้นเดือนหน้าและต้นเดือนก.ย.ท่านต้องรีบให้คำตอบกับเขาหน่อยว่าเขาจะใช้บัตรคนจนไปเอากะปิ น้ำปลา ข้าวสารหรือไม่ ตามปกติที่เขาเคยได้รับ เพราะนี่คือความชัดเจนที่คนจนเขาเครียด อยากบอกรัฐบาลว่า เงิน 300 บาท นั้นคนจนเขาเครียดมาก เรียกร้องนายกฯบอกเขาให้ชัดเจนเพราะตอนนี้บอกแค่ว่าจะอุทธรณ์มีการออกไปสำรวจ แต่ไม่ได้บอกว่าเขาจะได้ของไหม ดังนั้นขอความชัดเจน”นพ.วรงค์ กล่าว

นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่าตนขอยืนยันว่าเราไม่ปฏิเสธถ้ารัฐบาลจะตัดคนรวยออกจากสิทธิคนจน ดังนั้นในการปรับเกณฑ์อุทธรณ์นั้นแต่ขอให้ท่านวางกฎเกณฑ์ให้ชัด ให้นิ่งและเมื่อเทียบกับฐานข้อมูลแล้ว ต้องตัดคนรวยออกได้จริงๆ ถ้าปรับกฎเกณฑ์ใหม่แล้วยังเอาคนจนอีกกลุ่มหนึ่งออกไปอีก แบบนี้รัฐบาลอยู่ลำบาก เบื้องต้น ท่านประกาศให้ชัดเจนเลยว่า เดือน ส.ค. -ก.ย.นี้ยังสามารถใช้บัตรคนจนไปเอา กะปิ น้ำปลาได้ แค่นี้เขาก็สบายใจ และฝากถึงนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รมว.คลัง ที่บอกว่าจะคืนสิทธิให้ไปใช้ไทยช่วยไทยพลัสนั้น ตนย้ำว่า เงิน 300 บาทสำหรับคนจนนั้นมีความหมายมาก กับประชาชนอีกระดับถือว่าต่างกันมาก

ซัด‘เอกนิติ-คลัง’ออกเกณฑ์มั่ว

เมื่อถามว่าเหตุที่เกิดขึ้นเป็นเพราะรัฐบาลใกล้ถังแตกหรือไม่ นพ.วรงค์ กล่าวว่าตนไม่อยากไปตำนิเขาขนาดนั้นแต่เห็นว่าเขาพังมา 2รอบแล้ว รอบแรกเรืองลูกนำค่าเลี้ยงดูพ่อ แม่ไปหักภาษี พ่อ แม่จะถูกตัดสิทธิ แต่รอบสองคือหนักกว่านั้น ดูแล้วพยายามรีดไขมัน ถ้ามองลบคือรัฐบาลถังแตก แต่ถ้ามองด้วยความปรารถนาดีคือการจะเอาคนรวยออกจากคนจน แต่กลับทำมั่วมาก ในเมื่อกู้เงิน 4 แสนล้านบาท ศาลรัฐธรรมนูญก็บอกว่าให้ใช้ได้แล้ว ถ้าจำเป็นจริงๆ ก็เอาเงินนั้นไปช่วยคนจนก่อน ดังนั้นอยากให้เห็นใจคนจน อย่าเข้มงวดกับคนจนเกินไป

เมื่อถามต่อว่ามองอย่างไรต่อเงื่อนไขที่ทำให้คนจนหลุดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐคือเบี้ยประกัน 12,000 บาทต่อปี ถือเป็นคนรวยหรือไม่ นพ.วรงค์กล่าวว่านี่คือความไร้ประสบการณ์ของเทคโนแครตคนกระทรวงการคลัง ภายใต้รองนายกฯนายเอกนิติ เป็นนักวิชาการ อยู่บนหอยงาช้าง ไม่เหมือนสส.ที่ไปเจอคนยากคนจนดังนั้นกฎเกณฑ์ที่สร้างมาก็เป็นการสร้างบนโต๊ะบนห้องทำงาน บนคอมพิวเตอร์ จากที่ตนพูดคุย การส่งเบี้ยประกันนั้นส่วนใหญ่ลูกทำให้ แต่ชีวิตเขาก็ลำบาก ดังนั้น หลายสิ่งหลายอย่างเป็นการกระทำของคนไม่มีประสบการณ์สัมผัสคนจน หลายกฎเกณฑ์ที่ออกมาเพราะเขาไม่ได้ไปดูชีวิตคนยากคนจน ทราบข่าวว่ากระทรวงมหาดไทยให้คนไปสำรวจ ซึ่งช้าไปนิด แต่ก็ไม่เป็นไรให้เขาตั้งหลัก หลังจากที่ทุกอย่างลงตัวแล้วค่อยประกาศอีกครั้ง.

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top