543.jpg
‘สอวช.’เปิดเวที Policy Dialogue กางโจทย์ใหญ่พัฒนาทุนมนุษย์ รับมือโลกยุคAI

‘สอวช.’เปิดเวที Policy Dialogue กางโจทย์ใหญ่พัฒนาทุนมนุษย์ รับมือโลกยุคAI

วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 12.01 น.

‘สอวช.’เปิดเวที Policy Dialogue ชี้โจทย์ใหญ่พัฒนาทุนมนุษย์ไทย รับโลกเปลี่ยน เร่งปฏิรูประบบนโยบายสร้างคนทุกช่วงวัย ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดเวทีเสวนาเชิงนโยบาย (Policy Dialogue) ครั้งที่ 3 ภายใต้หัวข้อ “ทุนมนุษย์ภายใต้ความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง (Human Capital under Disruption): ความเสี่ยง ความเหลื่อมล้ำ และนัยเชิงนโยบาย” เพื่อระดมความคิดเห็นจากนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านประชากร การศึกษา และนโยบายสาธารณะ ในการกำหนดทิศทางการพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศไทยให้สามารถรับมือกับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมสร้างการพัฒนาที่ครอบคลุมและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง


ผศ.ดร.ศุภกร ปุญญฤทธิ์ รองผู้อำนวยการ สอวช. กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งสำคัญ ทั้งการเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด จำนวนประชากรวัยแรงงานที่ลดลง อัตราการเกิดต่ำกว่าระดับทดแทน ตลอดจนผลกระทบจากเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เปลี่ยนรูปแบบการทำงานอย่างรวดเร็ว ทำให้การแข่งขันของประเทศในอนาคตไม่ได้ขึ้นอยู่กับทรัพยากรหรือเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ “คุณภาพของคน” ทั้งด้านความรู้ ทักษะ สุขภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการปรับตัว จึงถึงเวลาที่ประเทศไทยต้องออกแบบนโยบายพัฒนาคนอย่างเป็นระบบตลอดช่วงชีวิต เพื่อให้ประชาชนทุกวัยสามารถพัฒนาศักยภาพ มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนประเทศ

ศ.ดร.ปังปอนด์ รักอำนวยกิจ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชี้ว่า แม้ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาทุนมนุษย์มานานกว่า 20 ปี แต่ผลลัพธ์ยังไม่เป็นรูปธรรม เนื่องจากหน่วยงานรัฐดำเนินงานแบบแยกส่วนตามภารกิจของแต่ละกระทรวง ส่งผลให้การพัฒนาคนขาดความต่อเนื่องตลอดช่วงชีวิต ประเทศไทยจึงควรเปลี่ยนจากการทำงานแบบต่างคนต่างทำ ไปสู่การกำหนดเป้าหมายร่วมด้านการพัฒนาคน และบูรณาการการศึกษา สุขภาพ ครอบครัว สวัสดิการ การพัฒนาทักษะ และการมีงานทำเข้าด้วยกัน

ศ.ดร.ปังปอนด์ ยังเสนอว่า ก่อนเร่งพัฒนาทักษะด้าน AI หรือดิจิทัล ประเทศไทยควรสร้าง “ฮาร์ดแวร์ของคน” ให้แข็งแรงเสียก่อน ไม่ว่าจะเป็นการคิดเชิงวิพากษ์ ความสามารถในการเรียนรู้ตลอดชีวิต การปรับตัว การประเมินตนเอง และกรอบความคิดแบบเติบโต (Growth Mindset) เพราะหากรากฐานเหล่านี้ยังอ่อนแอ การยกระดับทักษะใหม่ก็อาจไม่เพียงพอที่จะทำให้คนส่วนใหญ่รับมือกับโลกที่เปลี่ยนแปลงได้

พร้อมกันนี้ ยังเสนอให้ปรับมุมมองต่อสังคมสูงวัยใหม่ โดยไม่ควรมองผู้สูงอายุเป็นภาระ แต่เป็นผลสำเร็จของการพัฒนาประเทศ และควรออกแบบระบบที่เปิดโอกาสให้ทุกช่วงวัยสามารถเรียนรู้ ทำงาน และสร้างคุณค่าแก่สังคมร่วมกันได้ตลอดชีวิต

ด้าน รศ.ดร.เฉลิมพล แจ่มจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรอย่างรวดเร็ว โดยปี 2569 จำนวนเด็กเกิดใหม่มีแนวโน้มต่ำกว่า 400,000 คน ขณะที่สัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง การพัฒนาทุนมนุษย์จึงต้องมุ่งยกระดับคุณภาพและผลิตภาพของประชากรทุกช่วงวัย มากกว่าการเพิ่มจำนวนประชากรเพียงอย่างเดียว

พร้อมเสนอความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง 3 ด้าน ได้แก่ ข้อจำกัดด้านงบประมาณของภาครัฐในการดูแลประชาชนทุกช่วงวัย ปัญหาความไม่สอดคล้องระหว่างทักษะกับความต้องการของตลาดแรงงาน (Skill Mismatch) และระบบบริหารภาครัฐที่ยังรวมศูนย์มากเกินไป ซึ่งควรเปิดโอกาสให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีบทบาทในการออกแบบบริการด้านการศึกษา สุขภาพ และสวัสดิการให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่

ขณะที่ ผศ.ดร.อดิศร จันทรสุข คณบดีคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เห็นว่า การเตรียมคนสำหรับโลกอนาคตไม่ควรเริ่มจากการเร่งสอน AI หรือดิจิทัลเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้างความเข้มแข็งด้านทักษะพื้นฐาน ทั้งการอ่าน การเขียน การคิดวิเคราะห์ และการเรียนรู้ตลอดชีวิต พร้อมยอมรับความหลากหลายของผู้คนและต้นทุนชีวิตที่แตกต่างกัน เพื่อออกแบบนโยบายที่เปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงการพัฒนาอย่างเท่าเทียม

นอกจากนี้ ยังเสนอให้สร้างระบบความรับผิดรับชอบ (Accountability) ที่ชัดเจนในการพัฒนาทักษะของประชาชน โดยวัดผลจากสมรรถนะที่เกิดขึ้นจริง มากกว่าจำนวนหลักสูตรหรือใบรับรอง รวมทั้งบูรณาการประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาทุนมนุษย์ เนื่องจากส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพ การเรียนรู้ และคุณภาพชีวิตของประชาชน

ดร.บุญวรา สุมะโน เจนพึ่งพร จากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ผู้ดำเนินรายการ สรุปว่า เวทีครั้งนี้สะท้อนตรงกันว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องกำหนดเป้าหมายร่วมในการพัฒนาทุนมนุษย์ พร้อมบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วนเพื่อ “สร้าง ซ่อม และเสริม” ศักยภาพของประชาชนทุกกลุ่ม ลดความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้าง และผลักดันนโยบายด้านทุนมนุษย์ให้เป็นวาระระยะยาวที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แม้มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลหรือผู้บริหาร เพื่อสร้างสังคมที่ประชาชนทุกคนสามารถเรียนรู้ ปรับตัว และเติบโตได้อย่างเท่าเทียมในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top