วันพุธ ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม กล่าวถึงผลการประชุมคณะกรรมการบริหารการพัฒนาโครงการความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย-จีน ครั้งที่ 1/2569 ว่า ที่ประชุมได้เร่งรัดการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงช่วงกรุงเทพมหานคร-หนองคาย ทั้งระยะที่ 1 และการเตรียมความพร้อมระยะที่ 2 รวมถึงการเชื่อมโยงระบบรถไฟระหว่างไทย สปป.ลาว และสาธารณรัฐประชาชนจีน ให้เป็นโครงข่ายคมนาคมที่เชื่อมโยงภูมิภาคอย่างไร้รอยต่อ รองรับการเดินทาง การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวในอนาคต
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญกับการติดตามความก้าวหน้าและการแก้ไขอุปสรรคของโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลจีน เพื่อพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเชื่อมโยงกรุงเทพฯ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ จ.หนองคาย ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านการค้าชายแดน และการเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อโครงการแล้วเสร็จจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางระหว่างกรุงเทพฯกับเมืองหลักในภูมิภาค ลดข้อจำกัดด้านระยะทางและระยะเวลา สนับสนุนการเคลื่อนย้ายประชาชนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้คล่องตัวมากขึ้น รวมถึงช่วยกระจายการลงทุนออกจากพื้นที่ส่วนกลาง
ที่ประชุมได้ติดตามความคืบหน้าของโครงการระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 250.77 กิโลเมตร (กม.) มี 6 สถานี วงเงินลงทุน 179,412.21 ล้านบาท โดยงานโยธาทั้งหมด 14 สัญญา ปัจจุบันก่อสร้างแล้วเสร็จ 2 สัญญา อยู่ระหว่างก่อสร้าง 10 สัญญา และอยู่ระหว่างจัดซื้อจัดจ้างอีก 2 สัญญา ส่งผลให้ภาพรวมการก่อสร้างมีความก้าวหน้า55.27%
ในส่วนของงานที่ก้าวหน้าใกล้แล้วเสร็จ ได้แก่ งานอุโมงค์มวกเหล็กและลำตะคอง ตามสัญญา 3-2 รวมถึงงานช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และช่วงกุดจิก-โคกกรวด ตามสัญญา 3-4 ขณะที่สัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง และสัญญา 4-5 ช่วงบ้านโพ-พระแก้ว อยู่ระหว่างเร่งรัดเพื่อให้ลงนามสัญญาและเริ่มก่อสร้างได้โดยเร็ว
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า จากความคืบหน้าดังกล่าว กระทรวงคมนาคมตั้งเป้าหมายเปิดบริการช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ในปี 2573 เมื่อเปิดให้บริการแล้ว เส้นทางดังกล่าวจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทางระหว่างกรุงเทพฯกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมสนับสนุนการขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจไปยังจังหวัดและเมืองสำคัญตามแนวเส้นทาง นอกจากนี้พื้นที่โดยรอบสถานียังมีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นศูนย์กลางด้านการค้า การบริการ ที่อยู่อาศัย และการท่องเที่ยว ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างงาน เพิ่มรายได้ และดึงดูดการลงทุนใหม่เข้าสู่พื้นที่ ถือเป็นผลเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจที่สำคัญจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบราง
ที่ประชุมยังได้ติดตามการเตรียมความพร้อมของโครงการระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย ระยะทาง 357.12 กม. มี 5 สถานี วงเงินลงทุน 341,351.42 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างจัดทำร่างขอบเขตของงาน (TOR) และราคากลางสำหรับงานก่อสร้างและงานควบคุมงาน ควบคู่ไปกับการเวนคืนที่ดิน โดยกระทรวงคมนาคมมีแผนประกาศประกวดราคางานโยธา 8 สัญญาภายในเดือนธันวาคม 2569 ตั้งเป้าหมายเริ่มก่อสร้างในปี 2570 และก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2574 เมื่อโครงการระยะที่ 2 แล้วเสร็จ จะทำให้โครงข่ายรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อจากกรุงเทพฯไปถึง จ.หนองคาย ได้อย่างสมบูรณ์
“การเชื่อมต่อดังกล่าวไม่เพียงช่วยยกระดับการเดินทางระหว่างภูมิภาคเท่านั้น แต่ยังเพิ่มศักยภาพของภาคตะวันออกเฉียงเหนือในการเป็นประตูเศรษฐกิจเชื่อมโยงประเทศไทยกับ ลาว และจีน ตลอดจนส่งเสริมบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางการคมนาคม การท่องเที่ยว และโลจิสติกส์ของภูมิภาค โดยโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน จะเชื่อมโยงการเดินทางกับพื้นที่เศรษฐกิจ สนับสนุนการเติบโตของประเทศในระยะยาว เป้าหมายสำคัญคือการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กระจายไปยังทุกภูมิภาค” นายพิพัฒน์ กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี