วันอังคาร ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2569
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยยังมีแนวโน้มขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง และเป็นหนึ่งในสินค้าเกษตรแปรรูปมูลค่าสูงที่มีศักยภาพในตลาดโลก โดยเฉพาะในช่วงที่ผู้บริโภคทั่วโลกให้ความสำคัญกับการดูแลสัตว์เลี้ยงเสมือนสมาชิกในครอบครัว หรือ Pet Humanization ซึ่งส่งผลให้ความต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัย มีคุณค่าทางโภชนาการ และตอบโจทย์สุขภาพเฉพาะด้าน มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดยแนวโน้มสำคัญของตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงโลกในระยะต่อไป คือ เทรนด์สัตว์เลี้ยงสุขภาพดี สินค้าพรีเมียมในราคาเข้าถึงได้ หรือ Healthy Pet-Affordable Premium คือ ผู้บริโภคยังต้องการสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงที่มีคุณภาพสูง และมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ในขณะเดียวกันภาวะค่าครองชีพและราคาสินค้าที่สูงขึ้น ทำให้ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับเรื่องความคุ้มค่า ราคาเข้าถึงได้ และคุณประโยชน์ที่เห็นชัดเจนมากขึ้น
สำหรับสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงที่มีโอกาสเติบโต ได้แก่ อาหารสูตรโปรตีนสูง อาหารเสริมวิตามินและแร่ธาตุ อาหารที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน อาหารสูตรย่อยง่าย อาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงสูงวัย อาหารสำหรับแมว และผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัตถุดิบธรรมชาติหรือมีการกล่าวอ้างด้านสุขภาพที่ชัดเจน
ทั้งนี้ผู้ประกอบการไทยควรให้ความสำคัญกับการใช้วัตถุดิบภายในประเทศเพิ่มขึ้น เช่น โปรตีนจากไก่ ปลา ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง และวัตถุดิบเกษตรแปรรูปอื่นๆ เพื่อสร้างการเชื่อมโยงกับภาคเกษตรไทย ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบนำเข้า และเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตรภายในประเทศ และต้องให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาสูตรอาหาร การตรวจสอบย้อนกลับของวัตถุดิบ มาตรฐานความปลอดภัย และการสื่อสารคุณประโยชน์ของสินค้าให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละตลาด การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม ขนาดสินค้าที่หลากหลาย และราคาที่เข้าถึงได้ จะช่วยให้สินค้าไทยสามารถแข่งขันได้ทั้งในตลาดพรีเมียม และตลาดผู้บริโภคทั่วไปที่ต้องการสินค้าคุณภาพดี ในราคาสมเหตุสมผล
ส่วนกลยุทธ์การทำตลาด ผู้ประกอบการไทยต้องพัฒนาสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงระดับพรีเมียมที่ราคาเหมาะสม หรือ Affordable Premium โดยใช้จุดแข็งของไทยด้านวัตถุดิบอาหาร ความเชี่ยวชาญด้านการแปรรูป มาตรฐานความปลอดภัย และความสามารถในการผลิตสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาดปลายทาง ควรรักษาฐานตลาดหลัก เช่น สหรัฐฯ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และยุโรป ซึ่งเป็นตลาดที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐาน ความปลอดภัย และคุณภาพสินค้า
ในขณะเดียวกันควรเร่งขยายตลาดศักยภาพ เช่น อินเดีย อาเซียน ตะวันออกกลาง และตลาดเมืองรองในเอเชียที่มีจำนวนผู้เลี้ยงสัตว์เพิ่มขึ้น รายได้ของชนชั้นกลางขยายตัว และพฤติกรรมการซื้อสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงเปลี่ยนไปสู่ช่องทางออนไลน์และร้านค้าเฉพาะทางมากขึ้น
“อาหารสัตว์เลี้ยงเป็นตัวอย่างสำคัญของสินค้าเกษตรแปรรูปไทยที่สามารถยกระดับจากวัตถุดิบไปสู่สินค้ามูลค่าสูงได้อย่างเป็นรูปธรรม หากผู้ประกอบการไทยสามารถจับเทรนด์ Healthy Pet-Affordable Premium ได้อย่างเหมาะสม พัฒนาสินค้าที่มีคุณภาพ มีมาตรฐาน ตอบโจทย์สุขภาพสัตว์เลี้ยง และใช้วัตถุดิบในประเทศมากขึ้น จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในตลาดโลก สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการ เกษตรกร และห่วงโซ่อุตสาหกรรมอาหารของประเทศอย่างต่อเนื่อง”นายนันทพงษ์ กล่าว
ทั้งนี้ในปี 2568 ไทยส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงมูลค่ารวม 3,276.26 ล้านเหรียญสหรัฐ (107,470 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 8.15% จากปี 2567 ที่มีมูลค่า 3,029.42 ล้านเหรียญสหรัฐ (106,391 ล้านบาท) สะท้อนความสามารถของไทยในการรักษาฐานการส่งออกในตลาดโลก แม้เศรษฐกิจโลกยังเผชิญแรงกดดันด้านค่าครองชีพและต้นทุนการผลิต และในปี 2568 ไทยยังคงครองตำแหน่งผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงอันดับ 2 ของโลก มีสัดส่วนการส่งออก 10.2% ของมูลค่าการส่งออกของทั้งโลก รองจากเยอรมนี ที่มีสัดส่วน 12.1%
สำหรับในช่วง 5 เดือนของปี 2569 (มกราคม-พฤษภาคม) ไทยส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงเป็นมูลค่า 1,425.80 ล้านเหรียญสหรัฐ (44,847 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 5.15% ตลาดส่งออกสำคัญอันดับ 1 ของไทย ยังคงเป็นสหรัฐฯ มูลค่า 430.84 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 30.22% ของการส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงทั้งหมดของไทย รองลงมา ได้แก่ ญี่ปุ่น 157.85 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 11.07% ออสเตรเลีย 76.55 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 5.37% อิตาลี 72.63 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 5.09% และเยอรมนี 65.72 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 4.61%
โดยตลาดที่ขยายตัวโดดเด่นในช่วง 5 เดือนของปี 2569 ได้แก่ ฝรั่งเศส เพิ่มขึ้น 101.46% นิวซีแลนด์ เพิ่มขึ้น 36.69% สหราชอาณาจักร เพิ่มขึ้น 36.01% เยอรมนี เพิ่มขึ้น 32.25% ออสเตรเลีย เพิ่มขึ้น 25.71% อินเดีย เพิ่มขึ้น 19.08% ญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 12.14% และมาเลเซีย เพิ่มขึ้น 9.12% ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยยังมีโอกาสขยายตลาดได้ทั้งในกลุ่มประเทศรายได้สูง และตลาดเอเชียที่มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี