วันอังคาร ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569
‘พิพัฒน์’ถก5จว.ใต้ ชงรัฐดันโปรเจกต์8.9พันล้าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2569 ที่ จ.สงขลา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม เป็นประธานการประชุมกลั่นกรองและเตรียมข้อมูลข้อเสนอโครงการ ตลอดจนกำหนดแนวทางและทิศทางการพัฒนา 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส เพื่อรวบรวมเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 1/2569 ที่คาดว่าจะจัดขึ้นวันที่ 31 สิงหาคม-1 กันยายน 2569 ที่ จ.สงขลา
ที่ประชุมได้เปิดรับฟังข้อเสนอจากภาคเอกชนและภาคธุรกิจในพื้นที่ ทั้งด้านการค้า ลงทุน ท่องเที่ยว โลจิสติกส์ การเชื่อมโยงเศรษฐกิจชายแดน ตลอดจนแนวทางสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อนำไปสู่การสร้างงาน สร้างรายได้ กระตุ้นการลงทุน และยกระดับเศรษฐกิจของภูมิภาค
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ในการประชุมได้ให้แต่ละจังหวัดเสนอกรอบการพัฒนาในหลากหลายมิติ ได้แก่ 1.แต่ละจังหวัดเสนอโครงการป้องกันอุทกภัย โดยเฉพาะ จ.สงขลา ที่เสนองบประมาณราว 600 ล้านบาท ขณะที่ทั้ง 5 จังหวัดใช้วงเงินราว 800 ล้านบาท 2.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น จ.นราธิวาส เสนอกรอบพัฒนารถไฟทางคู่จาก อ.หาดใหญ่ ไป อ.สุไหงโก-ลก เพื่อเชื่อมต่อไปมาเลเซีย ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการค้าชายแดน
3.มาตรการภาษีและการเข้าถึงแหล่งทุน (SMEs) ภาคเอกชนเสนอให้พิจารณาข้อยกเว้นภาษี 3% ให้ครอบคลุมผู้ประกอบการรายเดิม และเรียกร้องให้บริษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม ค้ำประกันสินเชื่อเต็ม 100% เพื่อช่วยให้ SMEs ที่ขาดสภาพคล่อง เข้าถึงสถาบันการเงินได้ง่ายขึ้น ซึ่งประเด็นนี้จะนำเสนอต่อนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ต่อไป
4.การผลักดันเขตเศรษฐกิจพิเศษและพลังงาน มีการหารือถึงการขับเคลื่อนนิคมอุตสาหกรรมอำเภอจะนะ จ.สงขลา ซึ่งดำเนินการมาแล้วกว่า 10 ปี โดยรัฐบาลพร้อมผลักดัน แต่มีเงื่อนไขให้ภาคเอกชนมอบสิทธิประโยชน์พิเศษแก่คนในพื้นที่ เช่น สิทธิการศึกษาและจ้างงาน นอกจากนี้ยังเสนอตั้งโรงไฟฟ้าใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ และจัดสรรที่ดินสาธารณะให้ประชาชนเช่าทำกินถูกต้องตามกฎหมาย ไม่เกินคนละ 20 ไร่ และ 5.การดึงแรงงานกลับบ้าน หากโครงการพัฒนาเศรษฐกิจเกิดขึ้นได้ จะช่วยดึงดูดคนไทยที่ไปทำงานในมาเลเซีย โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานต้มยำกุ้ง 200,000-300,000 คน ให้กลับมาทำงานและอยู่กับครอบครัวในภูมิลำเนา
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในการประชุมครั้งนี้ จ.สงขลา นำเสนอ 5 โครงการ วงเงิน 395.5 ล้านบาท มุ่งเสริมศักยภาพด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว การคมนาคม และการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน , จ.สตูล 18 โครงการ วงเงิน 209 ล้านบาท เสนอเปิดเส้นทางเดินเรือสตูล-ปีนัง-ลังกาวี การเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมสงขลา-สตูล และการยกระดับสตูลสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวฝั่งอันดามัน , จ.ยะลา 6 โครงการ วงเงิน 265 ล้านบาท มุ่งผลักดันการท่องเที่ยว การค้าชายแดน และเปิดใช้สนามบินเบตงเพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการคมนาคมและการลงทุน
จ.ปัตตานี 6 โครงการ วงเงิน 7,683 ล้านบาท มุ่งยกระดับจังหวัดสู่ศูนย์กลางโลจิสติกส์ชายแดนภาคใต้ ครอบคลุมการขนส่งทางน้ำ ทางบก และทางราง ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบรางและโลจิสติกส์เพื่อเชื่อมโยงมาเลเซียและอินโดนีเซีย และ จ.นราธิวาส เสนอ 9 โครงการ วงเงิน 404 ล้านบาท มุ่งพัฒนาระบบคมนาคม และการบรรเทาอุทกภัยแม่น้ำสายบุรีตอนล่าง เพื่อยกระดับการเชื่อมโยงเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการค้าชายแดน ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาอุทกภัยอย่างเป็นระบบ เป็นต้น
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี