546.jpg
'รัศมี แข-สิงห์ วรรณสิงห์'และ'โตโน่ ภาคิณ'รณรงค์แก้ปัญหาขยะเปลี่ยนเป็นพลังงานสะอาด

'รัศมี แข-สิงห์ วรรณสิงห์'และ'โตโน่ ภาคิณ'รณรงค์แก้ปัญหาขยะเปลี่ยนเป็นพลังงานสะอาด

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2564, 12.51 น.

ปัญหาขยะในประเทศไทยเป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วนที่ต้องร่วมกันแก้ไข ทั้งปริมาณขยะที่เพิ่มสูงขึ้น และส่วนใหญ่ยังไม่มีการจัดการอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพด้วยเหตุนี้ เหล่าคนดังที่มีใจรักในธรรมชาติรัศมี แขฟ้าเกื้อล้น  สิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล และ โตโน่ ภาคิณ คำวิลัยศักดิ์จึงได้ร่วมกันเป็นตัวแทนสร้างการเรียนรู้เกี่ยวกับวงจรของขยะ ลงมือสำรวจการเดินทางของขยะตั้งแต่ต้นทางสู่ปลายทางและเปลี่ยนขยะเป็นพลังงานสะอาดผ่านโครงการ “Waste to Energy การเดินทางของขยะ ที่ทุกคนต้องรู้”ภายใต้แนวคิด “Clean Energy for Life ใช้พลังงานสะอาด เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของทุกคน” สนับสนุนโดยกองทุนพัฒนาไฟฟ้า สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.)

ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ* ในปี 2561 ประเทศไทยมีปริมาณขยะมากถึง 27.8 ล้านตัน หรือเฉลี่ยประมาณ 1.15 กิโลกรัมต่อคนต่อวันเลยทีเดียว  โดยจำนวนขยะทั้งหมด แบ่งออกเป็นขยะที่ถูกนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี 10.88 ล้านตัน ขยะที่ได้รับการนำกลับไปใช้ประโยชน์ผ่านการรีไซเคิล 9.58 ล้านตัน   แต่ถึงกระนั้นก็ยังเหลือขยะอีกกว่า 7.36 ล้านตัน ที่ถูกกำจัดแบบไม่ถูกต้องและส่งผลเสียตามมามากมายด้วยสถานการณ์ปริมาณขยะที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับความต้องการใช้พลังงานเพิ่มขึ้น จึงเป็นตัวจุดประกายให้เกิดโครงการ “Waste to Energy การเดินทางของขยะ ที่ทุกคนต้องรู้”  เพื่อสร้างการตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการขยะที่ดีขึ้น และนำขยะไปเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้า โดยมองว่าเป็นทางออกที่ดีอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยลดปริมาณขยะให้น้อยลงได้


*ที่มาของข้อมูล:  https://erc.kapook.com/article01.php

งานนี้ ได้รับความร่วมมือจากเหล่าดาราที่มีใจรักในสิ่งแวดล้อมทั้ง 3 ท่าน โดยแต่ละท่านจะมีหน้าที่นำเสนอเรื่องราวการเดินทางของขยะตั้งแต่ต้นทางสู่ปลายทาง โดยแบ่งออกเป็นสารคดีสั้น 3 ตอนเริ่มจากตอนที่ 1“จุดเริ่มต้นของขยะคือ ที่บ้าน”โดยรัศมี แขหนุ่มไทยที่โตในสวีเดน ผู้ได้รับการฝึกให้แยกขยะตั้งแต่เด็ก มานำเสนอเรื่องราวการใช้ชีวิตหนึ่งวันว่ามีขยะใกล้ตัวประเภทใดบ้างและวิธีจัดการแยกขยะที่ถูกต้องต้องทำอย่างไรเพื่อแสดงให้เห็นถึงจำนวนขยะที่ถูกสร้างขึ้นในชีวิตประจำวันจากคนเมืองแบบตน หลังจากนั้นจะส่งไม้ต่อให้นักเคลื่อนไหวทางความคิด ขวัญใจคนรุ่นใหม่ สิงห์ วรรณสิงห์ที่จะนำเสนอเรื่องราวการเดินทางของขยะไปยังโรงงานไฟฟ้าในตอนที่ 2“รถขยะ กองขยะของเมือง” และพาผู้ชมไปลงพื้นที่ทิ้งขยะมูลฝอยชุมชนเพื่อชี้แจงถึงสถานการณ์และประเภทของกองขยะในประเทศไทย ส่วนตอนสุดท้าย “ปลายทางของขยะ” นำเสนอโดยศิลปินผู้มีหัวใจรักษ์โลก โตโน่ ภาคิณรับหน้าที่ให้การเรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการดำเนินการหลังจากขยะเดินทางถึงโรงไฟฟ้าแล้ว เพื่อสื่อสารให้ประชาชนเห็นว่าหากขยะถูกแยกมาอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้นทางขยะก็คือทรัพยากรที่มีค่าสามารถหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่และรวมถึงเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าเพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนได้

หลังจากได้เดินทางไปสัมผัสและได้เห็นสถานการณ์กองขยะมูลฝอยชุมชนกว่า 5 แห่ง ทั่วกรุงเทพฯนักสารคดีผู้รณรงค์เรื่องสิ่งแวดล้อมอย่าง วรรณสิงห์ ประเสริฐกุลเผยว่าเมืองไทยมีขยะวันละ 78,000 ตัน จากนั้นขยะเหล่านี้จะถูกส่งไปยังพื้นที่ต่างๆ นอกเมือง เราจึงไม่รู้ว่าแต่ละวันขยะจาการบริโภคของเรานั้นมากมายขนาดไหน และการฝังกลบในบ่อขยะต้องใช้พื้นที่จำนวนมาก หากเรายังไม่สามารถลดปริมาณขยะลงได้ ต่อไปก็จะมีพื้นที่บ่อขยะนอกเมืองลดน้อยลงไปเรื่อยๆ ส่วนการกำจัดขยะด้วยการเผายิ่งส่งผลต่อสภาพแวดล้อมมากขึ้นทั้งในระยะสั้น คือฝุ่นควันจากการเผา ไปจนถึงระยะกลางและระยะยาวคือภาวะโลกร้อน ทำให้น้ำท่วม ฝนแล้ง ฤดูกาลผิดเพี้ยน ที่มากไปกว่านั้น ขยะที่ไม่ได้ผ่านการคัดแยกก็เป็นได้แค่มลพิษทางดิน อากาศ น้ำ พืช และสัตว์ สุดท้ายมลพิษพวกนี้ก็วนกลับมาเข้าสู่ร่างกายเราทุกคน ไม่ว่าจะมาในรูปแบบสารพิษ ไมโครพลาสติกหรือ แบคทีเรียและเชื้อโรค

“การพัฒนาระบบการจัดการขยะของประเทศนั้นเริ่มได้จากระดับองค์กร ตั้งแต่ครัวเรือนไปจนสถานประกอบการ ประชาชนจะต้องปรับวิสัยทัศน์และละทิ้งความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับการแยกขยะว่าสุดท้ายแล้วขยะที่คัดแยกไปก็ถูกเทรวมกัน ซึ่งหลังจากที่ได้ลงพื้นที่สัมผัสเส้นทางของขยะด้วยตัวเอง พบว่าที่จริงมีคนต้องการขยะเยอะมาก เพราะสามารถสร้างรายได้ ทั้งคนรับซื้อและเก็บของเก่า และเจ้าหน้าที่เก็บขยะ ขอเพียงเราช่วยแยกขยะให้ถูกประเภท เช่น การแยกขยะอย่างง่าย คือขยะที่ไม่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ และที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ (กระดาษ แก้ว พลาสติก และอลูมิเนียม) เป็นต้น แต่หากองค์กรไหนสามารถแยกได้ละเอียดกว่านั้น ขยะที่คนไม่ต้องการจะยิ่งมีมูลค่ามากขึ้น เพราะโรงงานรับซื้อมีต้นทุนในการคัดแยกลดลง หรือหากเราสามารถสร้างโมเดลธุรกิจให้มีตู้รับซื้อขยะอัตโนมัติอยู่ทั่วไป คนก็จะเห็นว่าการแยกขยะเป็นเรื่องง่ายและขยะเป็นสิ่งที่ยังมีคุณค่า”

ในส่วนของการนำขยะมาผลิตเป็นพลังงาน แนวคิดหลักคือการกำจัดขยะอย่างเหมาะสม โดยพลังงานไฟฟ้าที่ได้คือผลพลอยได้ ซึ่งจากการไปเยี่ยมชมโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าจากขยะที่ผ่านมา ทำให้มองเห็นโอกาสว่าโรงงานและภาครัฐสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในชุมชนได้ หากจัดให้มีการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้แบบเรียลไทม์

นอกจากนี้ คุณวรรณสิงห์ ยังเสนอแนะต่อยอดจากหลักการ 3R ซึ่งประกอบด้วย การลดปริมาณขยะ(Reduce), การใช้ซ้ำ (Reuse) และการแปรรูปใช้ใหม่ (Recycle) ว่า“หลักการ3R เป็นแนวคิดที่เข้าใจได้ง่ายและสังคมรณรงค์กันมานานแล้ว แต่แนวคิดนี้ทำให้ทุกคนเข้าใจว่าผลกระทบของปัญหาขยะในประเทศขึ้นอยู่กับผู้บริโภค ทั้งที่จริงแล้วอยากให้เพิ่มคำว่า Reform หรือ การปฏิรูป การปรับปรุงระบบจัดการขยะของประเทศเริ่มตั้งแต่โครงสร้างหรือกฎหมายที่มาส่งเสริมกระบวนการขจัดขยะ การสร้างมาตรฐานการจัดการขยะให้ทุกชุมชนสามารถจัดการขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยภายใต้มาตรฐานเดียวกันที่สามารรถตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน แต่ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงจะไม่เกิดขึ้นเลย หากประชาชนไม่มีความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องว่าการจัดการขยะสำคัญต่อตัวเราและสังคมขนาดไหน ซึ่งนี่คือความท้าทายที่สุด แต่เป็นโอกาสที่สำคัญมากต่อประเทศของเรา”

โครงการ “Waste to Energy การเดินทางของขยะ ที่ทุกคนต้องรู้” มีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนการนำทรัพยากรหมุนเวียนกลับมาใช้ประโยชน์มากที่สุด รวมถึงการเปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน โดยตระหนักว่าประชาชนควรมีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถานการณ์ขยะในบ้านเราเสียก่อน จึงจะก่อให้เกิดความร่วมมืออย่างมีประสิทธิภาพ เริ่มจากการสร้างการเรียนรู้สารคดีสั้นทั้ง 3 ตอน ที่ครอบคลุมจุดเริ่มต้น การเดินทาง ปลายทางของเส้นทางแห่งขยะ และยังให้ความสำคัญต่อการจัดการขยะเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนผู้สร้างขยะและใช้ไฟฟ้า มีส่วนร่วมช่วยขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศ ให้เกิดการใช้ทรัพยากรสูงสุด โดยนำขยะมาแปรรูปเป็นของใช้ หรือขยะอินทรีย์ สามารถย่อยสลายและทำเป็นก๊าซชีวภาพ ปุ๋ยหมักได้ ส่วนขยะมูลฝอยที่ไม่เหมาะจะนำไปรีไซเคิลหรือทำปุ๋ย จะถูกส่งเข้าโรงงานไฟฟ้าขยะเพื่อผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้า ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของการลดการนำเข้าพลังงานหรือเชื้อเพลิงจากต่างประเทศอีกด้วย

ร่วมตะลุยและติดตามสารคดีการเดินทางของขยะทั้ง 3 ตอนผ่านโซเชียลมีเดียของอินฟลูเอนเซอร์ทั้ง 3 ท่าน ได้ดังนี้

  • ตอนที่ 1: “จุดเริ่มต้นของขยะคือ ที่บ้าน” รับชมผ่าน อินสตาแกรม และ เฟสบุ๊คเพจ Rusameekae
  • ตอนที่ 2: “รถขยะ กองขยะของเมือง” รับชมผ่าน เพจเฟสบุ๊ค Wannasinghหรือ ช่องยูทูป เถื่อนChannel
  • ตอนที่ 3: “ปลายทางของขยะ” รับชมผ่าน อินสตาแกรม Mootono29

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top