วันอังคาร ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569
น้าเน็กเปิดใจครั้งแรก ความลับลูก2 กับเหตุผลที่ต้องปกปิดพื้นที่ส่วนตัว

น้าเน็กเปิดใจครั้งแรก ความลับลูก2 กับเหตุผลที่ต้องปกปิดพื้นที่ส่วนตัว

วันอังคาร ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.44 น.

"ผมไม่ได้ซุก แค่ไม่ป่าวประกาศ" น้าเน็ก เปิดใจครั้งแรก เผยความลับลูก 2 คน และเหตุผลที่ต้องปกปิดพื้นที่ส่วนตัว

กลายเป็นกระแสทอล์กออฟเดอะทาวน์ทันที เมื่อพิธีกรฝีปากกล้า "น้าเน็ก-เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา" ได้ออกมาเปิดเผยแง่มุมความลับของชีวิตในวิดีโอพอดแคสต์รายการ "Lesson B" ของ โตโต้ คมกฤช ถึงเรื่องราวครอบครัวและลูกทั้ง 2 คนที่หลายคนไม่เคยทราบมาก่อน ซึ่งทางรายการยังบอกด้วยว่าเทปนี้ " สัมภาษณ์ไว้เมื่ออาทิตย์ก่อน คุยกันเรื่องบทเรียนชีวิต วางแผนจะลงคลิปมีนาคม แต่เมื่อคืนเห็นข่าวลือ เลยตัดช่วงนี้มาเพื่อให้คนเข้าใจเกี่ยวกับน้า" โดยมีเนื้อหาใจความดังนี้ 


 

 

น้าเน็กยอมรับในรายการว่า ปัจจุบันตนมีลูกแล้ว 2 คน คนโตอยู่ในวัยทำงาน และคนเล็กเพิ่งเข้ารับปริญญา โดยเหตุผลที่ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่เคยพาลูกออกสื่อหรือพูดถึงอย่างเป็นทางการ เพราะต้องการปกป้องพื้นที่ส่วนตัวของลูก

"ผมไม่อยากให้ลูกถูก Label ว่าเป็นลูกน้าเน็ก" พิธีกรรุ่นใหญ่ระบุ พร้อมอธิบายต่อว่า การเป็นลูกคนดังมักมาพร้อมกับภาระทางสังคมที่หนักอึ้ง หากลูกทำดี คนก็มองว่าเพราะบารมีพ่อ หากทำพลาดก็มักจะโดนสังคมซ้ำเติมแรงกว่าปกติ ตนจึงเลือกที่จะไม่ให้ลูกต้องแบกรับชื่อเสียงนี้

 

น้าเน็ก ให้สัมภาษณ์ รายการ Lesson B ขอบคุณ Tiktok : LessonB

 

 

น้าเน็กยืนยันชัดเจนว่าที่ผ่านมาไม่ได้มีการซุกซ่อนลูกแต่อย่างใด ตนยังคงไปรับไปส่งที่โรงเรียน ไปร่วมงานรับปริญญา และใช้ชีวิตปกติเหมือนพ่อคนอื่นๆ ครูและเพื่อนที่โรงเรียนต่างก็ทราบดี เพียงแต่ตนเลือกที่จะไม่นำลูกมา "แห่แหน" ออกสื่อเท่านั้น

ซึ่งทางด้านลูกๆ เองก็มีความสุขกับแนวทางนี้ โดยลูกทั้งสองคนเคยบอกว่า ขอบคุณพ่อที่เลือกทางนี้ เพราะพวกเขาภูมิใจที่ได้ใช้ชีวิตแบบคนทั่วไป ได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียม และภูมิใจที่มีคนเรียกชื่อเขาจริงๆ ไม่ใช่แค่เรียกว่าเป็นลูกของใคร

 

 

ในส่วนของสไตล์การเลี้ยงลูก น้าเน็กใช้หลักการเคารพตัวตนของลูกเป็นหลัก โดยยึดคติว่า "ถ้าเขาไม่เสีย ผมไม่ซ่อม, ถ้าเขาไม่ต้องการคำสั่งสอน ผมไม่สอน" เพื่อให้ลูกได้เรียนรู้และเติบโตในแบบที่เขาต้องการอย่างแท้จริง โดยไม่มีการกดดันเรื่องการเรียนหรืออาชีพ แต่จะคอยสนับสนุนอยู่ห่างๆ ให้ลูกรู้ว่าพ่อพร้อมอยู่เคียงข้างเสมอ

น้าเน็กทิ้งท้ายถึงความรักที่มีต่อลูกไว้อย่างซึ้งกินใจว่า แม้ลูกจะโตจนเรียนจบและดูแลตัวเองได้แล้ว แต่ในสายตาของพ่อ เขายังคงเห็นลูกเป็นเด็กอายุ 5 ขวบเสมอ ยังอยากจูงมือ อยากเปิดประตูให้ และอยากดูแลในทุกๆ เรื่อง เพราะนั่นคือความสุขของการเป็นพ่อ

การออกมาเปิดใจในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เคลียร์ข้อสงสัยเรื่องครอบครัว แต่ยังได้รับเสียงชื่นชมจากชาวเน็ตถึงทัศนคติการเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ให้เกียรติและเคารพสิทธิส่วนบุคคลของลูกอย่างที่สุด

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top