วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569
วันนี้ 17 เมษายน 2569 จ๋าย ไททศมิตร หรือ จ๋าย อิชณน์กร พึ่งเกียรติรัศมี นักร้องนำวง ไททศมิตร ออกมาโพสต์ฟาดเดือดถึง มุมมืด ในวงการการ์ดสะสม หลังจากที่เจ้าตัวได้ก้าวเท้าเข้าสู่วงการนี้อย่างเต็มตัว จนกลายเป็นกระแสเผ็ดร้อนบนโลกโซเชียล โดยมีข้อความทั้งหมดระบุว่า "น้อยๆกันหน่อย อย่าให้กูพูดเบื้องลึกดาร์คๆวงการการ์ดกันนะ มีแผลกันหมดนะมึงบอกเลยตายยกเข่ง กุกำหมัดละนะ มึงเอาป่าว [????]"
.jpg)
และในเวลาต่อมาเจ้าตัวยังได้่เข้าไปคอมเมนต์ซ้ำถึงประเด็นนี้อย่างร้อนแรงว่า "ทุกวงการมีมุมมืด พอแสงส่องถึงทุกคนที่อยู่มุมมืดก็กลัวจะอยู่ไม่ได้ แต่จะบอกว่าผมเข้าใจและไม่อยากจะยุ่งด้วย แต่มึงก็น้อยๆกันหน่อย แสงกูจ้าด้วยช่วงนี้มึงต้องเข้าใจ กูเล่นสนุกของกูมันจ้าเองให้กุทำไง"
.jpg)
หลังจากนั้นไม่นานดรามายิ่งระอุเพิ่มขึ้นเมื่อมีชาวเน็ตรายหนึ่งเข้ามาคอมเมนต์ท้าทายว่า ว่า "ถ้าพี่รู้ว่ามีเรื่องมืดอยู่ แต่ไม่เปิดเรื่องนั้น แล้วปล่อยให้คนหาประโยชน์จากเรื่องมืดนั้นได้ ก็น่าสงสารคนที่เข้ามาอยู่ในวงการนี้อยู่ครับ"
.jpg)
งานนี้ จ๋าย ไททศมิตร คอมเมนต์โต้กลับทันควันว่า "วงการการ์ดอยู่มากี่ปี ? นักแข่งร้านรู้กันหมด ทำไมไม่พูด ? มาโยนให้กุพูด เอาจริงๆไม่อยากยุ่งหรอก ถ้ามันไม่มายุ่งกุก่อนนะ"
ซึ่งเจ้าตัวยังได้แท็กชื่อชาวเน็ตสองท่านพร้อมคอมเมนต์ข้อความว่า "เห็นมะละ", "เนี่ย เห็นมะ"
.jpg)
โพสต์ของ จ๋าย ไททศมิตร ถูกแชร์ออกไปกว่า 500 ครั้ง และมีคนกดไลก์ทะลุ 11,000 ครั้งภายในเวลาอันรวดเร็ว หลังจากที่เผยแพร่ลงมาบนโลกโซเชียล ทำเอาชาวเน็ตจำนวนมากและนักสะสมต่างก็เข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันอย่างล้นหลาม เช่น
"อุ้ย พี่พูดได้ด้วยมั้ย"
"เปิดเลยครับ ถ้าอยากให้วงการนี้ใสสะอาดครับ ผมว่าอุดมการณ์พี่ ไม่น่าเก็บเรื่องสกปรกไว้ใต้พรมเพื่อผลประโยชน์ของพรรคพวกตัวเองอยู่แล้วครับ ลุยครับ"
"ลุยแม่งเลยดีกว่า"
"ใจเย็น ไว้มาเล่าในรายการผม"
"ปูเสื่อรอเลยครับ"
"กำลังจะศึกษา รอพี่เปิดก่อนละกัน"
"พี่เปิดได้เลย มีคนรอตาม เต็ม"
"ลุยยยย"
"รอฟังครับ พร้อมศึกษาทุกอย่างที่มันดาร์คๆ อยากฟังเกี่ยวกับมาเฟียวงการ"
"ปลายเปิดออกมาเเล้วไม่เปิดนี้กระจอกนะครับพี่ อยากให้วงการมันสว่างขึ้นก็ก็เปิดเลยครับ คนที่เสียโอกาสและน่าสงสารที่สุดก็คือคนที่มือใหม่เข้าวงการ ปากพูดหล่อๆอยากให้วงการมันดีขึ้นมันสูงขึ้น เเต่ยังมีคนบ้างกลุ่มแม่งกดราคารับซื้อกาดอย่างหนักทั้งๆที่มีราคากลาง เเต่ก็กดราคาจนน่าเกลียด ปากอ้างอยากผลักดันวงการ บลาๆ เเต่การกระทำสุดท้ายก็หวังผลประโยชน์อยู่ฝ่ายเดียว คนที่รวยจากการเล่นกาดแม่งไม่มีหลอก คนที่รวยคือคนที่ขายคาตั้น วงการนี้มีไว้หลอกเม่า"
.jpg)
.jpg)
ซึ่งวงการการ์ดสะสมในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงแค่งานอดิเรกอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นสินทรัพย์ทางเลือกที่มีสภาพคล่องสูง บางคนสะสมเพื่อความสุข แต่บางคนมองเป็นขุมทรัพย์ในการเก็งกำไร ราคาของการ์ดพุ่งสูงขึ้นตามระดับความแรร์ ตั้งแต่หลักร้อยสู่หลักสิบล้านบาท ยิ่งเก่ายิ่งหายากยิ่งราคาแรง พิสูจน์ได้จากกระแสไวรัลการ์ดวันพีชที่มูลค่ามหาศาลถึงขั้นใช้แลกที่ดินได้มาแล้ว สะท้อนให้เห็นว่าวงการนี้ใจถึงเงินถึงของจริง
.jpg)
.jpg)
.jpg)
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก Itkron Pungkiatrussamee
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี