วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ในแวดวงนักอนุรักษ์รุ่นใหม่ ชื่อของ ทราย สก๊อต หรือ สิรณัฐ สก๊อต กลายเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่เพียงเพราะนามสกุลดังที่พ่วงท้ายมาในฐานะทายาทตระกูลมหาเศรษฐี แต่เป็นเพราะวีรกรรมและการอุทิศตนเพื่อท้องทะเลไทยที่ปรากฏให้เห็นอย่างต่อเนื่อง จนได้รับฉายาว่า อควาแมนเมืองไทย ชายหนุ่มผู้ใช้ร่างกายและจิตวิญญาณในการขับเคลื่อนงานสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง และเมื่อเร็ว ๆ นี้ เจ้าตัวได้รับความสนใจอย่างหนักบนโลกโซเชียลอีกครั้ง จากคลิปวิดีโอที่เขาร่ำไห้ระบายความในใจถึงเรื่องราววัยเด็กและความกดดันจากการเป็นทายาทตระกูลดัง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าภายใต้ภาพลักษณ์หนุ่มแกร่งที่ว่ายน้ำข้ามทะเล เขายังมีบาดแผลและตัวตนที่ต้องการการยอมรับในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ไม่ใช่เพียงแค่ นามสกุล ที่แบกไว้ นอกจากนี้เจ้าตัวยังมีประเด็นการถูกจ่อฟ้องร้องเรื่องบ้านริมทะเล มรดก 1,000 ล้าน ที่กำลังเป็นคดีความกันอยู่
ซึ่งในวันนี้ ทีมงานแนวหน้าออนไลน์ จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับตัวตนและเส้นทางชีวิตของ สิรณัฐ สก๊อต ชายหนุ่มคนนี้ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นกันครับ
.jpg)
สิรณัฐ สก๊อต ชื่อเล่น ทราย หรือที่ใครหลายคนมักคุ้นหูในชื่อเรียก ทราย สก๊อต เป็นหนุ่มลูกครึ่งไทย-สกอตแลนด์ ปัจจุบันอยู่ในวัย 28 ปี เขาคือทายาทรุ่นที่ 4 ของตระกูล ภิรมย์ภักดี โดยเป็นบุตรชายของ คุณจีรานุช ภิรมย์ภักดี และมีศักดิ์เป็นหลานตาของ คุณจำนงค์ ภิรมย์ภักดี ประธานกรรมการบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และมีพี่ชาย 1 คน นั่นก็คือ สุนิษฐ์ สก็อต ชื่อเล่น พาย
แม้ ทราย สก๊อต จะเติบโตมาในครอบครัวนักธุรกิจระดับประเทศ แต่ทรายเลือกเดินบนเส้นทางที่แตกต่าง เขาจบการศึกษาปริญญาตรีด้านแอนิเมชันจาก California Institute of the Arts (CalArts) สหรัฐอเมริกา สถาบันศิลปะชั้นนำของโลก ซึ่งทักษะด้านการเล่าเรื่องผ่านภาพนี้เองที่กลายมาเป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสารเรื่องการอนุรักษ์ในเวลาต่อมา ความสนใจในด้านการอนุรักษ์ทะเลของทรายเริ่มต้นขึ้นเมื่อตอนเขาอายุ 20 ปี หลังจากกลับมาจากต่างประเทศในช่วงก่อนสถานการณ์โควิด-19 เขาตัดสินใจริเริ่มโครงการ Sea You Strong ด้วยเงินทุนส่วนตัว โดยเริ่มต้นจากการลงพื้นที่เก็บขยะในชายหาดเล็กๆ และขยับขยายไปสู่การดึงมวลชนในพื้นที่ จ.กระบี่ เข้ามามีส่วนร่วม จนสามารถรวบรวมอาสาสมัครได้นับร้อยคนในเวลาอันสั้น
.jpg)
และภาพจำที่ทุกคนมักจดจำเขาได้ชัดเจนที่สุดของ ทราย สก๊อต คือการเป็น มนุษย์เงือก เขาเคยสร้างความฮือฮาไปทั่วโลกโซเชียลด้วยการตัดสินใจว่ายน้ำข้ามทะเลตัวเปล่า จากหาดอ่าวนางไปยังเกาะปอดะและว่ายกลับ รวมระยะทางเกือบ 30 กิโลเมตร โดยใช้เวลาเพียง 6 ชั่วโมง จนได้รับฉากยาจากผู้คนบนโลกโซเชียลว่า อควาแมนเมืองไทย ภารกิจนี้ไม่ใช่การท้าทายขีดจำกัดของร่างกายเพื่อความสนุก แต่เพื่อพิสูจน์ความรักที่มีต่อท้องทะเลไทยและกระตุ้นให้สังคมตระหนักถึงวิกฤตสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ เขายังเคยสวมบทบาทมนุษย์เงือกในหนังสั้นเรื่อง Merman ซึ่งเป็นผลงานที่เขาใช้ความรู้ด้านแอนิเมชันและการสื่อสารสร้างสรรค์ขึ้น เพื่อตีแผ่ปัญหาขยะใต้ทะเลและความงามที่กำลังจะสูญหายไป
บทบาทของทรายไม่ได้หยุดอยู่แค่การปฏิบัติภารกิจส่วนตัว เขาเคยได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2567 แม้ภายหลังจะมีประเด็นเรื่องการพ้นจากตำแหน่งที่กลายเป็นดราม่า แต่ในช่วงที่ปฏิบัติหน้าที่ ทรายคือกระบอกเสียงสำคัญที่ออกมาเรียกร้องสิทธิ สวัสดิการ และประกันชีวิตให้กับเจ้าหน้าที่และลูกจ้างชั่วคราวของอุทยานฯ ที่ทำงานเสี่ยงอันตรายแต่ได้รับค่าตอบแทนที่ไม่เป็นธรรม
.jpg)
นอกจากนี้ เขายังได้รับคำชมในเรื่องความกล้าหาญจากเหตุการณ์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่กำลังจะจมน้ำที่เกาะห้อง จนได้รับฉายาฮีโร่ และการยืนหยัดเผชิญหน้ากับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีพฤติกรรมเหยียดสีผิวและไม่เคารพคนไทยบนเรือท่องเที่ยว โดยเขาย้ำชัดว่า แม้เขาจะเป็นนักท่องเที่ยว แต่ไม่ได้หมายความว่าเขามีสิทธิ์เหยียดคนไทย
ทราย สก๊อต จึงเป็นแบบอย่างของคนรุ่นใหม่ที่ไม่ได้ใช้เพียงชื่อเสียงหรือต้นทุนทางสังคมในการใช้ชีวิตไปวัน ๆ แต่เขาเลือกที่จะเปลี่ยนต้นทุนเหล่านั้นให้กลายเป็นพลังในการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและศักดิ์ศรีของเพื่อนร่วมชาติอย่างแท้จริง
.jpg)
.jpg)
.jpg)
ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก ทราย - Merman Ψ , อินสตาแกรม psiscott
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี