546.jpg
คุก5ปี! อดีตนายกฯหญิงบังคลาเทศ ทุจริตเงินเด็กกำพร้า

คุก5ปี! อดีตนายกฯหญิงบังคลาเทศ ทุจริตเงินเด็กกำพร้า

วันพฤหัสบดี ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 18.31 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ว่า ศาลบังคลาเทศมีคำสั่งให้จำคุก นางคาห์เลดา เซีย หัวหน้าพรรคชาตินิยมบังคลาเทศ (บีเอ็นพี) ซึ่งเป็นผู้นำฝ่ายค้านและอดีตนายกรัฐมนตรีหญิง 2 สมัย เป็นเวลา 5 ปี จากข้อกล่าวหาเรื่องการยักยอกเงินสำหรับสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าจำนวนกว่า 2.5 แสนดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 7.75 ล้านบาท ซึ่งเธอยืนกรานปฏิเสธตลอดมาโดยชี้ว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง

หลังคำตัดสิน พรรคบีเอ็นพีได้ออกมาประกาศไม่ยอมรับคำตัดสิน โดยอ้างว่าเป็นการจัดฉากเพื่อแก้แค้นทางการเมือง และ นางเซีย จะต้องอุทธรณ์คำตัดสินอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามเหตุที่เกิดขึ้นอาจทำให้ นางเซีย ไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้นในเดือนธันวาคมนี้ได้


นอกจาก นางเซียแล้ว ศาลยังตัดสินให้จำคุก นายทารัก เราะห์มาน บุตรชายของนางเซีย พร้อมด้วยคนสนิทของเธออีก 4 คน ซึ่งตกเป็นจำเลยร่วมในคดีเดียวกันอีกคนละ 10 ปี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในการอ่านคำพิพากษาคดีดังกล่าว ได้เกิดความวุ่นวายขึ้นมาภายนอกศาล เมื่อกลุ่มผู้สนับสนุน นางเซีย หลายพันคนพยายามฝ่าแนวกั้นของเจ้าหน้าที่เข้าไปยังรถที่นำ นางเซีย มาที่ศาล จนกระทั่งเกิดการปะทะกันอย่างวุ่นวาน โดยมีตำรวจได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 5 นาย รถ 2 คันถูกเผา จนทางการต้องส่งกำลังตำรวจออกมาประจำการทั่วกรุงกว่า 5,000 นาย เพื่อป้องกันการก่อหวอดประท้วงที่อาจเกิดขึ้นและนำมาซึ่งความรุนแรง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top