546.jpg
สื่อมะกันตีข่าว'โพสต์รูปเหล้า-เบียร์'เรื่องต้องห้ามในไทย ฝ่าฝืนเจอปรับหนัก

สื่อมะกันตีข่าว'โพสต์รูปเหล้า-เบียร์'เรื่องต้องห้ามในไทย ฝ่าฝืนเจอปรับหนัก

วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 08.45 น.

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2563 สำนักข่าว Public Radio International ซึ่งเป็นเครือข่ายสถานีวิทยุในสหรัฐอเมริกา เผยแพร่บทความ “In Thailand, posting a selfie with a beer is a potential crime” ว่าด้วยเรื่องแปลกๆ ในประเทศไทย ที่มีกฎหมายห้ามถ่ายรูปคู่กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และที่ผ่านมา มีประชาชนทั่วไปรวมถึงผู้ประกอบการรายย่อย ถูกเรียกไปรับทราบข้อกล่าวหามาแล้วหลายราย โดยผู้กระทำผิดครั้งแรกอาจถูกปรับเงิน 1,600 เหรียญสหรัฐ แต่หากกระทำผิดซ้ำอาจถูกปรับสูงขึ้น 15,000 เหรียญสหรัฐ หรืออาจถูกจำคุกไม่เกิน 1 ปี

Niks Anuman-Rajadhon เจ้าของบาร์ในกรุงเทพฯ เล่าว่า ตนเป็นคนหนึ่งที่ถูกเรียกไปชี้แจง โดยเจ้าหน้าที่รัฐกล่าวหาว่าตนใช้สื่อออนไลน์เพื่อชักชวนให้ผู้คนดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แน่นอนว่าเป็นเรื่องยากที่จะปฏิเสธ ตนเป็นเจ้าของบาร์ 2 แห่งและผู้นำเข้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การชักชวนให้ดื่มจึงเป็นการทำงาน โดยมีการพูดถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผ่านเฟซบุ๊คและอินสตาแกรม แต่เจ้าหน้าที่กลับบอกว่า การที่ตนใช้คำว่า “มีชื่อเสียง” เท่ากับเป็นการอวดอ้างสรรพคุณ และพวกเขาไม่พอใจกับสิ่งนี้


ซึ่งในประเทศไทย การพูดถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทางสื่อออนไลน์ถือว่ามีความเสี่ยง และการถ่ายรูปกับภาชนะที่มีตราสินค้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่สามารถทำได้ ทั้งที่เป็นเรื่องสากลที่คนทั่วโลกทำกันเป็นปกติในการชวนเพื่อนฝูงมาร่วมดื่ม ไม่ใช่การค้ายาเสพติดดังนั้นจึงไม่ควรผิดกฎหมาย นอกจากนี้ ในช่วงการระบาดของไวรัสโควิด-19 และมีการใช้มาตรการล็อกดาวน์ นอกเหนือจากการปิดสถานที่ต่างๆ แล้ว สิ่งที่รัฐบาลไทยนำมาใช้เพิ่มเติมคือการห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่นเดียวกับแอฟริกาใต้ อินเดีย และบางพื้นที่ของกรีนแลนด์

ประกาศห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในไทยถูกใช้ตลอด 3 สัปดาห์ของเดือน เม.ย. 2563 แต่บรรดานักอนุรักษ์นิยมพยายามเรียกร้องให้ประกาศห้ามมากกว่า 50 วันขึ้นไป ทั้งนี้ ในประเทศไทยมีบางองค์กรที่ได้รับงบประมาณจากภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในการผลิตสื่อสร้างกระแสให้ผู้คนเห็นว่าการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสิ่งผิด เช่น โฆษณาบางชิ้นอิงความเชื่อตามหลักศาสนาพุทธ

Chen Leu-Shyue อีกคนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายนี้ เล่าว่า ตนเป็นผู้นำเข้าคราฟท์เบียร์ และถูกแจ้งข้อหาเพราะใช้คำว่า “สดชื่น” ซึ่งก็เป็นคำถามได้ว่า หากตนในฐานะผู้นำเข้าไม่สามารถบรรยายผลิตภัณฑ์ได้ แล้วจะสามารถพูดอะไรได้อีก ตนมองว่า ผู้คนควรมีเสรีภาพในการพูดถึงในสิ่งที่แต่ละคนชอบ แต่เหตุใดกรณีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถึงเป็นเรื่องต้องห้าม

อนึ่ง คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ได้มีเป้าหมายจัดการกับทุกคน แต่เน้นไปที่บุคคลที่มีชื่อเสียงในสังคมที่อาจเกี่ยวข้องกับธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ในทางปฏิบัติกลับพบเจ้าหน้าที่ไปแจ้งข้อหาบุคคลทั่วไปที่ถ่ายรูปคู่กับขวดเบียร์ ซึ่งพวกเขาไม่เข้าใจว่าประเทศไทยโดดเด่นด้านการท่องเที่ยว อย่างน้อยก็ในช่วงก่อนไวรัสโควิด-19 ระบาด นักท่องเที่ยวหลายคนอาจทำเช่นนั้นโดยลืมไปว่าทำผิดกฎหมาย Niks กล่าวทิ้งท้ายว่า วันนี้ คกก.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังไม่มีความชัดเจน ดังนั้นไม่ว่าใครก็อาจถูกเรียกปรับได้ทั้งสิ้น

ขอบคุณเรื่องจาก : https://www.pri.org/stories/2020-06-25/thailand-posting-selfie-beer-potential-crime

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top